คัดลอกลิงค์

ความรู้

กฎหนี่งโหลแห่งจักรวาล

170
เชอร์รี่แดง
เชอร์รี่แดง
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก เชอร์รี่แดง
แจ้งตรวจสอบ
กฎหนี่งโหลแห่งจักรวาล

               

         กฎหนึ่งโหลแห่งจักรวาล หรือเรียกอีกอย่างว่า " 12 กฎแห่งจักรวาล ( The 12 Universal Laws ) "  มีดังต่อไปนี้ 

  1. กฎแห่งแรงสั่นสะเทือน         ( THE LAW OF VIBRANT ENERGY )
  2. กฎแห่งจังหวะ                       (THE LAW OF RHYTHM )
  3. กฎแห่งการเป็นหนึ่งเดียว      ( THE LAW OF DIVINE ONENESS)
  4. กฎแห่งแรงดึงดูด                  ( THE LAW OF ATTRACTION )
  5. กฎแห่งความสอดคล้องกัน    ( THE LAW OF CORRESPONDENCE)
  6. กฎแห่งการกระทำ                 ( THE LAW OF ACTION )
  7. กฎแห่งเหตุและผล                ( THE LAW OF CAUSE AND EFFECT )
  8. กฎแห่งการแทนที่                  ( THE LAW OF COMPENSATION )
  9. กฎแห่งการมีอยู่                     ( THE LAW OF PERPETUAL TRANSMUTATION OF ENERGY )
  10. กฎแห่งสัมพันธภาพ                ( THE LAW OF RELATIVITY )

Advertisement

Advertisement

  • กฎแห่งขั้วตรงข้าม                  ( THE LAW OF POLARITY )
  • กฎแห่งเพศภาพ                     ( THE LAW OF GENDER )                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                   ภาพโดย <a href=愚木混株 Cdd20 จาก Pixabay" />
  • Advertisement

    Advertisement

                                                 

                1. กฎแห่งแรงสั่นสะเทือน ( THE LAW OF VIBRANT ENERGY / THE LAW OF VIBRATION )

    คือ กฎแห่งพลังงานคลื่นความถี่ทางความคิดของเราซึ่งทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนทางความคิด เมื่อภายในความคิดเราเกิดจินตภาพหรือมโนภาพอะไรภายในใจ พลังงานรอบตัวเราก็จะเป็นไปตามสิ่งที่โลกภายในของเราเป็นเช่นนั้น หมายความว่า ถ้าพลังงานในตัวเราอยู่ในห่วงอารมณ์โกรธ หงุดหงิด ก็จะมีคลื่นความถี่แรงสั่นสะเทือน ขั้วพลังงานหรือสถานการณ์เชิงลบที่เป็นแบบเดียวกับภายในของเรา ถ้าพลังงานตัวเราเป็นพลังงานความสุข สนุกสนาน สถานการณ์รอบตัวเราก็จะมีแต่สิ่งที่ดีๆ เพราะตัวเราเป็นคลื่นแม่ความถี่แรงสั่นสะเทือนพลังงานเชิงบวกนั่นเอง

    Advertisement

    Advertisement

               

                2. กฎแห่งจังหวะ ( THE LAW OF RHYTHM )

    คือ กฎของความไม่แน่นอน ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปตามกระแส มีเข้าและต้องมีออก มีขึ้นก็ต้องมีลง มีซ้ายและต้องมีขวา เป็นการแทนที่กันไปมาของจังหวะเวลา การมีความคิดบวกและความคิดลบเปลี่ยนสลับกันไปมา มีความสำเร็จและมีความล้มเหลว เมื่อถึงจุดสูงสุดก็ลงจุดต่ำสุดได้ เป็นกฎแห่งจังหวะที่หมุนเวียนซ้ำไปซ้ำมา

     

               3. กฎแห่งการเป็นหนึ่งเดียว ( THE LAW OF DIVINE ONENESS )           

    คือ กฎที่ทำให้เราเข้าใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเชื่อมต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นความคิด  คำพูด ความเชื่อ ส่งผลกระทบต่อสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา หรือคนรอบๆตัวเรา เพราะตัวเรานั้นรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราหวังจะให้คนอื่นได้รับหรือเป็นจะส่งผลกระทบต่อตัวเราเองโดยตรงเช่นกัน

     

    ภาพถ่ายโดย Anna Shvets จาก Pexels

     

                                 

               4. กฎแห่งแรงดึงดูด ( THE LAW OF ATTRACTION )

    คือ พลังงานที่เหมือนกันจะดึงดูดเข้าหากัน ( LIKE ATTRACTS LIKE ) สิ่งที่เป็นแบบเดียวกันหรือคล้ายกันจะดึงดูดเข้าหากัน ไม่สามารถดึงดูดขั้วตรงข้ามได้ เราเป็นคนแบบไหนก็จะดึงดูดคนประเภทนั้น คนที่มีความคิดเชิงบวกก็จะดึงดูดคนเชิงบวกแบบเดียวกัน และเราจะไม่สามารถดึงดูดเข้าหาในสิ่งที่เราอยากเป็นแต่เราจะถูกดึงดูดเข้าหากับสิ่งที่เราคู่ควรหรือเป็นตัวเราเอง ( BE THE ENERGY YOU WANT TO ATTRACT )

     

                 5. กฎแห่งความสอดคล้องกัน ( THE LAW OF CORRESPONDENCE )

    หมายความว่า โลกภายนอกหรือโลกทางกายภาพที่เราสามารถเห็นด้วยตาเปล่าไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตต่างๆ คนรอบตัว สถานการณ์รอบตัวเราไม่ว่าจะดีหรือร้าย ทุกสิ่งทุกอย่างจากโลกภายนอกสะท้อนไปยังโลกภายในหรือในสภาวะข้างในจิตใจของเราเอง ถ้าเราต้องการที่จะเปลี่ยนชีวิตเราให้มีแต่สิ่งดีๆรอบตัว เราต้องเปลี่ยนอารมณ์ภายในจิตใจของเราหรือเปลี่ยนโลกภายใน ทั้งอารมณ์ ความคิดความรู้สึกและการรับรู้ต่างๆ โลกภายนอกถึงจะเปลี่ยนตามอารมณ์ความรู้สึกจากโลกภายในของเรา

     

                 6. กฎแห่งการกระทำ ( THE LAW OF ACTION )

    คือ กฎที่เกิดจากการที่เรามีแรงบันดาลใจในการที่จะลงมือกระทำทางกายภาพ ซึ่งการกระทำเหล่านั้นจะปรากฎความปราถนาภายในใจให้เห็นเป็นรูปธรรมทางกายภาพได้ โดยพลังของจักรวาลจะช่วยส่งสัญญาณหรือคอยช่วยเหลือว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นได้จริง โดยสัญญาณเหล่านั้นจะมาในรูปแบบข้อความ ผู้คน หรือสถานการณ์ คอยช่วยเหลือเรา

     

               7. กฎแห่งเหตุและผล ( THE LAW OF CAUSE AND EFFECT )

    มีชื่อเรียกที่เข้าใจอีกอย่างหนึ่งว่า " กฎแห่งกรรม " กล่าวคือ หว่านพืชเช่นใดย่อมได้ผลเช่นนั้น กระทำเหตุสร้างเหตุไว้ดี ผลแห่งการกระทำเหตุที่ดีก็จะได้ดีตามมา เริ่มต้นเหตุให้ชีวิตเต็มไปด้วยความรัก ความดีงาม จักรวาลก็จะมอบรางวัลของการกระทำความดีนั้นตอบแทน

     

               8. กฎแห่งการแทนที่ ( THE LAW OF COMPENSATION )

    การที่จักรวาลจะประทานหรือมอบสิ่งที่เราปราถนาให้มีในชีวิตเราไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จ มิตรภาพ ความรัก เราเองต้องมีพื้นที่ว่างสำหรับสิ่งดีๆที่จักรวาลจะมอบให้ เราต้องให้พลังงานกับสิ่งที่ดีงามและคู่ควรกับเรา เราถึงจะได้รับสิ่งที่เราปราถนาต้องการ อาทิ การเลือกคบเพื่อน เราควรเลือกคบกับคนที่คิดดีมีพลังงานบวก มีความจริงใจและตัดสินใจที่จะเดินออกจากคนที่ทำไม่ดีหรือส่งผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตเราเพื่อที่จะมีพื้นที่ว่างบรรจุให้คนที่ดีและคู่ควรเข้ามาในชีวิตของเราแทน เป็นต้น

     

    ภาพถ่ายโดย Helena Lopes จาก Pexels

     

    ​​​​              9. กฎแห่งการมีอยู่ ( THE LAW OF PERPETUAL TRANSMUTATION OF ENERGY )

     เป็นกฎแห่ง " ความเชื่อ " ที่อยู่ในตัวเรา เราสามารถเปลี่ยนพลังงานลบเป็นพลังงานบวกได้ หรือสามารถสร้างให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ในชีวิตเราได้ให้เห็นทางกายภาพ ด้วยความเชื่ออย่างสุดจิตสุดใจ ปราศจากความสงสัยในสิ่งที่เราปราถนาหรือเกิดความแคลงใจในตัวเราเอง และด้วยความเชื่อนั้นจักรวาลก็จะบันดาลสิ่งที่ปราถนาให้ปรากฎมีอยู่จริง

     

                  10. กฎแห่งสัมพันธภาพ ( THE LAW OF RELATIVITY )

    กฎที่เกิดจากกการทดสอบของจักรวาลให้เราเผชิญกับอุปสรรคเป็นเพื่อให้เราเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น ฉลาดขึ้น สามารถเป็นตัวตนที่ดีที่สุดในแบบของเราเอง ด้วยบททดสอบต่างๆหรือปัญหาที่เผชิญจะทำให้เราสามารถเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา และเป็นคนใหม่ที่ดีขึ้นกว่าตัวตนในแบบเดิม

     

                  11. กฎแห่งขั้วตรงข้าม ( THE LAW OF POLARITY )

    กล่าวคือ ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้มีเป็นคู่ ทุกสิ่งทุกอย่างมีขั้วตรงข้าม ทุกสิ่งทุกอย่างคู่ขนานตรงข้ามกัน สิ่งที่ตรงข้ามก็สามารถเป็นสิ่งที่เหมือนกันทางธรรมชาติแต่ก็มีความแตกต่างกันตามลำดับ และมีความไม่แน่นอนเปลี่ยนแปลงได้เป็นไปตามกฎ กล่าวคือ ทุกสิ่งทุกอย่างมีสองขั้วในตัวของสิ่งนั้นเอง อาทิ น้ำแข็งกับน้ำร้อนมีความแตกต่างกันแต่เริ่มต้นที่มาก็เป็นน้ำเหมือนกัน ในความมืดก็มีแสงสว่างและในแสงสว่างก็มีความมืดปะปนอยู่

                    

                https://fractalenlightenment.com/24816/culture/yin-yang-a-symbol-of-balance-and-harmony

     

                12. กฎแห่งเพศภาพ ( THE LAW OF GENDER )

    กล่าวคือ กฎแห่งเพศภาพนั้นอยู่ในทุกๆสิ่ง ทุกสิ่งมีความเป็นเกี่ยวพันกับเพศชายและเพศหญิงในตัวเอง ซึ่งหลักฐานที่เห็นได้ชัดกับการแจกแจงแบ่งความเป็นเพศหญิงและชายในตัวของมนุษย์ แต่เพศภาพนี้ไม่ได้มีเฉพาะในตัวของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตที่มนุษย์รู้จักหรือคุ้นเคย แต่ยังรวมถึงในพืช อิเล็กตรอนรวมถึงคลื่นแม่เหล็กก็มีเพศชายและหญิงเช่นกัน ความเป็นเพศหญิงที่สามารถอธิบายได้จะมีลักษณะในรูปแบบความรัก ความอดทน การหยั่งรู้ เป็นต้น ส่วนเพศชายจะอธิบายในลักษณะพลังงานความเชื่อมั่นในตนเอง การมีเหตุและผล เป็นต้น

       

                 จาก " กฎหนึ่งโหลแห่งจักรวาล " ที่ได้กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนี้ เราสามารถนำกฎต่างๆไปใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีตามความปราถนา เพราะตัวเราเองนั้นเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาลที่สามารถสิ่งอัศจรรย์ความดีงามให้เกิดขึ้นในโลกภายนอกหรือทางกายภาพให้เกิดปรากฏขึ้นจริงได้ด้วยความเชื่อจากโลกภายในของเราเอง   

     

     

     

    credit by : pixabayand pexels

    ภาพปก / ภาพที่  1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4

    ความคิดเห็น

    Advertisement

    Advertisement

    Advertisement

    บทความล่าสุด