คัดลอกลิงค์

ข่าวสาร

กฟผ.โชว์ศักยภาพ! ระบบดิจิทัลงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า “แม่นยำ งานไว โดนใจนายช่าง”

Intrend Creator
Intrend Creator
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Intrend Creator
กฟผ.โชว์ศักยภาพ! ระบบดิจิทัลงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า “แม่นยำ งานไว โดนใจนายช่าง”
ในยุคที่หลายหน่วยงานถูกผลกระทบจาก Disruptive Technology ไม่เว้นแม้แต่หน่วยงานที่เชี่ยวชาญในการผลิตกระแสไฟฟ้ามายาวนานอย่าง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. Innovation หรือ นวัตกรรม เป็น keyword สำคัญของการเปลี่ยนผ่าน  ซึ่งโรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นใหม่หลายโรง ของ กฟผ.เริ่มเปลี่ยนมาเดินเครื่องด้วยระบบดิจิทัล  และในวันข้างหน้า ระบบปฏิบัติการของโรงไฟฟ้าทั้งหมด อาจถูกควบคุมโดยระบบ AI (Artificial Intelligence) เพื่อก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลง และใช้การเปลี่ยนแปลงนี้มาเป็นการสร้างโอกาส กฟผ.จึงใช้ความเชี่ยวชาญในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าอย่างครบวงจร มาตลอดยาวนานกว่า 50 ปี ผนวกเข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัย พัฒนาไปสู่ ‘ระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (Digital Operation and Routine Maintenance Platform’ รองรับโรงไฟฟ้าดิจิทัลในยุค 4.0

Advertisement

Advertisement

โดยระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้านี้ ถูกนำมาใช้ใน ‘โรงไฟฟ้าเบิกไพร โคเจนเนอเรชั่น’ เป็นแห่งแรก ด้วยความไว้วางใจให้ กฟผ.ดูแลรับผิดชอบงานงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า  ซึ่งแน่นอนว่า กฟผ.ไม่ทำให้ลูกค้าผิดหวัง เพราะได้มอบระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าที่ดีที่สุดของ กฟผ. ที่ทันสมัยสอดคล้องกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบันรวมถึงอนาคต อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพในการงานเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ทำให้โรงไฟฟ้าสามารถสร้างผลตอบแทนได้ ตามเป้าหมายของการลงทุน ลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และเกิดความปลอดภัยทั้งต่อบุคคลและทรัพย์สิน คุณไพฑูรย์ ตั้งจิตร่วมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโครงการธุรกิจ ในฐานะหัวหน้าโปรเจคงานพัฒนาในครั้งนี้ เปิดเผยถึงแนวคิด ระบบดิจิทัลในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าว่า เริ่มต้นจากการ คิดใหม่ ทำใหม่ ก้าวไปข้างหน้าให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต ต่อไปงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. จะเปลี่ยนจากการให้บริการด้วยคน เป็นการให้บริการบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ส่งผลให้การทำงานเปลี่ยนไปจากเดิม และเกิดประโยชน์อย่างสูงต่อผู้ใช้งาน

Advertisement

Advertisement

อย่างแรก คือ ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำ ๆ กันได้ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เปลี่ยนจากคนทำงานมาเป็นผู้ตรวจสอบ จะทำให้มีเวลาเพิ่มในการคิดพัฒนาปรับปรุงงานที่เป็นประโยชน์ต่อไป มากกว่าจะต้องมาเสียเวลากับงานที่เป็น Routine สอง ความผิดพลาดโดยมนุษย์ หรือ Human Error เป็นศูนย์ เพราะการทำงานด้วยระบบจะมีความแม่นยำ สามารถรับประกันคุณภาพและมาตรฐานงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาได้ สาม รองรับธุรกิจของ กฟผ. เนื่องจากแพลตฟอร์มระบบดิจิทัล ในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้านี้ จะสามารถพัฒนาต่อยอดไปใช้งานในโรงไฟฟ้าอื่น ๆ ได้ โดยข้อมูลจะมีการเชื่อมโยงถึงกันด้วยเทคโนโลยี ส่งผลให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถทำงานได้ ประหยัดทั้งคนและเวลา มีโอกาสรับงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาได้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ

Advertisement

Advertisement

“หากให้ กฟผ.ดูแลโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ของประเทศ เราจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ เพราะเราไม่ได้มุ่งหวังกำไร แต่มองไปที่ผลประโยชน์ของประเทศชาติ หากให้ผู้ที่ขาดความชำนาญมาดูแลโรงไฟฟ้า จะทำให้โรงไฟฟ้าหลุดออกจากระบบ (Trip) บ่อย เพราะระบบจัดการไม่ได้มาตรฐาน ย่อมกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในภาพรวมของประเทศ” ด้านคุณวัลลภ ธรรมปัญยาสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสายงานบริหารสินทรัพย์ โครงการโรงไฟฟ้าเบิกไพรโคเจนเนอเรชั่น ระบุว่า การได้ กฟผ. มาเป็น Partner หรือหุ้นส่วนทางธุรกิจ ในงานเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของบริษัท เป็นความภูมิใจ ทั้งในเชิงคุณภาพและค่าใช้จ่าย ที่สามารถบริหารจัดการได้ดี รวมถึงความร่วมมือต่อไปในอนาคต ซึ่งสามารถนำไปสู่การแข่งขันกับเอกชนรายอื่น ๆ ได้ “เทคโนโลยีระบบดิจิทัลทั้ง Hardware และ Software มีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วมาก   สามารถนำมาใช้ หรือพัฒนาระบบการบริหารจัดการงานเดินเครื่องและบำรุงรักษา ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ต่อเป้าหมายในการดำเนินการธุรกิจของบริษัท ได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจ รวมถึงการวิเคราะห์และปรับปรุงแก้ไขในอนาคตต่อไป ในมุมมองของการประกอบธุรกิจประเภทผลิตไฟฟ้าและไอน้ำเพื่อขายของบริษัทแล้ว ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ กฟผ.นำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการปฏิบัติงานเดินเครื่อง และบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของบริษัท ระบบดังกล่าวทำหน้าที่เชื่อมโยงฐานข้อมูล งานเดินเครื่อง และระบบบริหารจัดการงานบำรุงรักษาเข้าด้วยกัน เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการงานบำรุงรักษา ทั้งในเชิงป้องกัน เชิงรุก และคาดการณ์ บริษัทยิ่งมีความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงานของ กฟผ. ที่จะธำรงรักษาความน่าเชื่อถือ ความพร้อมจ่ายไฟฟ้า ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล รวมถึงความปลอดภัยต่อบุคคลและทรัพย์สิน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการดำเนินการธุรกิจของบริษัท”โครงการโรงไฟฟ้าเบิกไพร โคเจนเนอเรชั่น เป็นการลงทุนร่วมระหว่าง บริษัท น้ำตาลราชบุรี จำกัด และบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) มีกำลังผลิตติดตั้ง 100 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า กำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ ผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้แก่ กฟผ. เมื่อเดือนมิถุนายน 2562

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด