คัดลอกลิงค์

ความรู้

"กระจูด" วัชพืชจากป่า สู่แฟชั่นระดับโลก

151
Planin
Planin
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Planin
แจ้งตรวจสอบ
"กระจูด" วัชพืชจากป่า สู่แฟชั่นระดับโลก

ถ้าใครขับรถผ่านแถวทะเลน้อย อ. ควนขนุน จ.พัทลุง จะพบเห็นสินค้ากระจูดโดยเฉพาะกระเป๋าเรียงรายอยู่ทั่วไป  ในอดีตชาวบ้านนำกระจูดมาสานเป็นเสื่อไว้ปูในบ้านหรือสานเป็นภาชนะไว้ใส่ของ  แต่ด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป  ความนิยมในการใช้เสื่อกระจูดค่อย ๆ ลดลง และเริ่มมีจักรเย็บผ้าเข้ามา  ชาวบ้านจึงเริ่มนำเสื่อกระจูดมาตัดเย็บเป็นกระเป๋าและเครื่องใช้ต่าง ๆ แต่ด้วยการออกแบบที่ยังดูไม่ทันสมัย  ภาพลักษณ์เป็นสินค้าโอทอปสำหรับผู้สูงวัยเลยยังไม่ได้รับความนิยม  ร้านจำหน่ายกระจูด

แต่ปัจจุบันได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐและคนรุ่นใหม่หันมาพัฒนาของดีของท้องถิ่นตัวเอง  คำว่าเชยจึงได้ถูกไอเดียสร้างสรรค์ลบออกไปเรื่อย ๆ  จนสามารถขยับกลุ่มลูกค้าไปจนถึงวัยรุ่น  โดยลวดลายในการสานส่วนใหญ่ยังเหมือนเดิม  แต่เพิ่มเติมลูกเล่นต่าง ๆ เข้าไป เช่น การปักเย็บลวดลายต่าง ๆ ลงบนกระเป๋า, การออกแบบรูปทรงให้ทันสมัย  และการสร้างความเป็นยูนีคด้วยการเพ้นท์ภาพหรือชื่อเจ้าของลงไป   ให้เป็นกระเป๋าที่มีใบเดียวในโลก  แต่กว่าจะมาเป็นกระเป๋าที่สวยงามนั้นขั้นตอนต่าง ๆ ไม่ง่ายเลย

Advertisement

Advertisement

ชาวบ้านสานกระจูด

เริ่มตั้งแต่ชาวบ้านจะไปถอนต้นกระจูดซึ่งเป็นพืชน้ำจำพวกกก  ต้นยาว ๆ เล็ก ๆ ที่ขึ้นอยู่ในพื้นที่ชุ่มน้ำหรือป่าพรุ  ซึ่งมีมากในจังหวัดพัทลุง, นครศรีธรรมราช  โดยกระจูดอายุ 6-7 เดือนก็สามารถนำไปใช้จักสานได้แล้ว  หากไม่ถอนมันจะตายยกกอและกลายเป็นวัชพืช  จากนั้นนำไปคลุกน้ำโคลน  โคลนจะช่วยให้กระจูดเขียวและไม่กรอบ  จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง  นำไปรีดและย้อมสีต่อไป  

ต้นกระจูดแห้ง

ปัจจุบันมีเครื่องรีดกระจูดที่ช่วยอำนวยความสะดวก  แต่ในสมัยก่อนการรีดกระจูดเป็นขั้นตอนที่เรียกเหงื่อได้ไม่น้อย โดยชาวบ้านจะรีด 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกเรียกว่า "การกลิ้งจูด" คือ การนำกระจูดเป็นมัด ๆ ไปทำให้แบนด้วยลูกกลิ้งที่ทำจากปูนเป็นทรงกระบอกคล้าย ๆ ครกตำข้าว กลิ้งทับไปมาบนกระจูดจนแบน  ขั้นตอนนี้คนกลิ้งต้องมีทักษะในการทรงตัวและควบคุมลูกกลิ้ง  ไม่งั้นลูกกลิ้งอาจกลิ้งออกไปนอกลู่ได้  

Advertisement

Advertisement

กลิ้งกระจูด

ต่อไปเป็นขั้นตอน "การทิ่มจูด" คือ การนำไปทุบต่อด้วยไม้เหมือนสากที่ไว้ตำข้าวซ้อมมือ  ทำเหมือนการตำข้าวเพื่อให้กระจูดแบนและนิ่มมากขึ้น  ขั้นตอนนี้กล้ามขึ้นกันเลยทีเดียว  จากนั้นก็ปอกกาบที่โคนต้นออก  เป็นอันเสร็จพร้อมนำไปสานได้

กระจูดพร้อมสาน

การสานจะสานสลับเส้นกันระหว่างโคนกับปลายเพราะส่วนโคนจะใหญ่และค่อย ๆ เรียวเล็กลง  โดยลายพื้นฐานที่สาน คือ ลายสอง หยิบสองเส้นเว้นสองเส้น  สานไปเรื่อย ๆ เหลือปลายไว้ประมาณ 3-4 นิ้ว   ถ้าทำเสื่อจะพับเก็บปลายที่เรียกว่า "การเม้น" เพื่อเป็นการยึดแต่ละเส้นไม่ให้หลุดจากกัน  จากนั้นตัดปลายให้เรียบร้อย  

Advertisement

Advertisement

สานกระจูด

เม้นกระจูด

แต่ถ้านำไปทำกระเป๋าก็ไม่ต้องเม้นแต่จะใช้การเย็บแทน  ส่วนการย้อมสีจะนิยมน้อยลงเพราะตลาดนิยมสีธรรมชาติและนิยมนำไปตกแต่งลวดลายภายหลัง

สานตะกร้า

กระเป๋ากระจูด

เมื่อพูดถึงกระจูดคงไม่มีใครไม่รู้จัก "คุณมนัทพงศ์  เซ่งฮวด" แห่งหัตถกรรมกระจูดวรรณี  เพราะเขาเป็นคนสร้างมิติใหม่ให้กับกระจูด  โดยนำความรู้สมัยใหม่ด้านการออกแบบมาผสมผสานกับภูมิปัญญาดั้งเดิมของท้องถิ่น  จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม  ทันสมัยและทำให้กระจูดเป็นที่รู้จักของต่างชาติ   

สินค้ากระจูด

สินค้ากระจูด

ปัจจุบันหัตถกรรมกระจูดวรรณีจัดตั้งเป็นโฮมสเตย์ อยู่ที่ ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง  ให้นักท่องเที่ยวได้มาดื่มด่ำกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยกระจูดและเป็นแหล่งเรียนรู้ในการทำผลิตภัณฑ์กระจูดครบวงจร  มีกิจกรรมตั้งแต่พาไปถอนต้นกระจูดจนถึงการลงมือสานกระเป๋า และได้ผลงานของตัวเองติดไม้ติดมือกลับไปด้วย  ใครสนใจก็เข้าไปดูรายละเอียดได้ในเพจ "VARNI CRAFT" 

โฮมสเตย์

ส่วนใครอยากท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านแบบแท้จริง  ได้ช่วยอุดหนุนสินค้าชุมชน  ก็สามารถมาเที่ยวได้ที่บ้านทะเลน้อย ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน  ซึ่งมีกลุ่มผลิตภัณฑ์กระจูดมากมาย  หรือจะเป็นกลุ่มหัตถกรรมกระจูดที่บ้านท่าสำเภา ต.ชัยบุรี อ.เมือง ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน  นอกจากจะได้เต็มอิ่มกับวิถีการทำกระจูดแล้วยังมีธรรมชาติสวย ๆ รอให้ทุกคนมาสัมผัสอีกมากมาย  เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ จริง ๆ ค่ะ

 

ภาพโดยผู้เขียน รูป 1-9

ขอบคุณภาพจากเพจ VARNI CRAFT ภาพปก, รูป 10, รูป 11, รูป 12

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด