ความรู้

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

2.6k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงได้ยินหรือคุ้นหูกับประโยคนี้กันมาไม่มากก็น้อย  เป็นประโยคที่ใช้ในการเปรียบเปรยถึงบางสิ่งบางอย่างที่ต้องใช้ระยะเวลาและอดทนในการกระทำหรือสรรสร้าง เพื่อให้เกิดความสำเร็จลุล่วงตามที่ตั้งเป้าหมายไว้  และมักจะใช้เปรียบเปรยกับการทำงานของคนเรา หรือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้บรรลุเป้าหมายในชีวิต..  แต่วันผู้เขียนจะขอมาพูดถึงเรื่องราวของกรุงโรมที่ชื่อเมือง และเป็นสถานที่จริง ๆ ตั้งอยู่บนโลกจริง มิใช่ประโยคหรือคำพูดอีกต่อไป

โดยตามตำนานเล่าว่า  ภายหลังจากล้มสลายของเมืองทรอย อันเกิดจากการทำสงครามอันยาวนานระหว่างชาวอะคีอันส์และชาวทรอย ชาวทรอยส่วนที่เหลือรอดจากการล้มสลายของเมือง ได้ทำการอพยพหาดินแดนแห่งใหม่เพื่อลงหลักปักฐานโดยการนำของเจ้าชายอีเนียส (Aeneas) แห่งทรอย
ภายหลังจากที่ได้ค้นพบดินแดนแห่งใหม่อยู่แถวเนินเขาอัลบาน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จากตำแหน่งของกรุงโรม ต่อมาเจ้าชายอีเนียสได้ตั้งชื่อเมืองว่า อัลบา ลองกา (Alba Longa) และปกครองเมืองสืบต่อไป

Advertisement

Advertisement

Aeneas by Ferdinand Bol ภาพวาดตำนานในศตวรรษที่ 17 ของ Ferdinand Bol แสดงให้เห็นว่าอีเนียสเป็นชุดเกราะมอบรางวัลเกียรติยศให้กับผู้ชนะการแข่งขัน


จนกระทั้งมาถึงยุคสมัยของกษัตริย์นูมิทอร์ ( Numitor ) ปกครองเมือง ได้เกิดการแย่งชิงอำนาจทางบัลลังก์โดยอามูลิอูส ( Amulius )ผู้เป็นน้องชายของตน จนในที่สุดอามูลิอูสได้แย่งชิงบัลลังก์จากพี่ชายและขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองได้สำเร็จ ได้เนรเทศพี่ชายของตนพร้อมสังหารเหล่าบุตรชายของนูมิทอร์ เว้นไว้เพียงบุตรสาวเพียงหนึ่งเดียวของเขาคือ  เรอา ซิลเวีย (Rhea Silvia)  แต่อามูลิอูสได้ทำการส่งเรอาไปเป็นนักบวชหญิงของเทพีเวสต้า เพื่อถือศีลพรหมจรรย์  เป็นตัดตอนมิให้ทางฝั่งของนูมิทอร์ได้มีทายาทสืบอำนาจต่อไป

Mars et Rhea Silvia by Peter Paul Rubensภาพวาดเทพเจ้ามาร์ส กับ เรอา ซิลเวีย โดย Peter Paul Rubens


หลังจากที่อามูลิอูสได้ปกครองเมืองได้ในระยะหนึ่ง ได้มีข่าวลือเข้าถึงหูของตนว่า เรอานั้นได้ตั้งท้อง โดยในตำนานเล่าว่า นางถูกขืนใจโดยเทพมาร์ส (Mars) เทพเจ้าแห่งสงคราม และกำเนิดบุตรชายฝาแฝด หลังจากนั้นนางจึงถูกจับคุมขังและเด็กทั้งสองถูกฆ่าโดยการนำไปทิ้งที่แม่น้ำไทเบอร์ เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมของอามูลิอูส  แต่เด็กชายทั้งสองได้กลับรอดชีวิต ด้วยการช่วยเหลือของเทพมาร์ส และลอยไปเกยตื้นที่บริเวณตีนเขาเพลาไทน์ (Palatine) และโดยได้รับการเลี้ยงดูจากแม่หมาป่าโดยให้ทั้งสองดูดนมของตน จนกระทั้งต่อมาเฟาตูลุส (Faustulus) ซึ่งเป็นคนเลี้ยงแกะที่พบเจอเด็กทั้งสอง ได้นำเด็กทั้งสองมาเลี้ยงดูเป็นลูกและตั้งชื่อโรมุลุสและเรมุส (Romulus and Remus)

Advertisement

Advertisement

She wolf suckles Romulus and Remusรูปหล่อสำริดแสดงโรมุลุสและแรมุสซึ่งมีแม่หมาป่าเป็นผู้เลี้ยงดู


เด็กทั้งสองได้ทำงานช่วยเหลือบ้านและหมู่บ้านของตนมาตลอด จนกระทั้งเติบโตเป็นชายหนุ่ม  และในเวลาต่อมาทั้งสองได้พบเจอกับ นูมิทอร์ ซึ่งในความจริงแล้วมีศักดิ์เป็นตาของทั้งสอง ภายหลังทั้งสองได้รับรู้ถึงความจริงเรื่องราวต่าง ๆ ชาติกำเนิดของตนและความสัมพันธ์ของทั้งสองและนูมิทอร์  จึงได้ทำการยกไพร่พลของตนทั้งหมดไปชิงบัลลังก์จากอามูลิอูสคืนจนสำเร็จ และได้คืนบัลลังก์ให้กับนูมิทอร์ผู้เป็นตาของทั้งสอง เป็นกษัตริย์ครองเมืองต่อมา

หลังจากนั้นทั้งสองได้สร้างหมู่บ้านขึ้นใหม่ที่บริเวณแม่น้ำไทเบอร์ ได้แก่ “โรม” ของโรมุลุส และ “รีมอเรีย” ของเรมุส แต่ในเวลาต่อมาทั้งสองได้เกิดการวิวาทกัน ทำให้เรมุสต้องจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของโรมุลุส ทำให้โรมุลุสได้สร้างเมืองขึ้นมาและปกครองเมือง โดยตั้งชื่อเมืองนั้นว่า โรม (Rome) ตามชื่อของตน

Advertisement

Advertisement

ชาวเมืองโรมในยุคแรกเริ่มของการสร้างเมือง ส่วนใหญ่นั้นเป็นพวกผู้คนที่ถูกเนรเทศ ผู้ลี้ภัย และทาสมากจากเมืองอื่น ๆ และทั้งหมดเป็นผู้ชาย ทำให้เมืองเกิดภาวะขาดสตรีในเมืองของตน โรมุลุสผู้ปกครองต้องการขยายปริมาณจำนวนประชากรของโรมและต้องการประชากรที่เป็นสตรีเพศเป็นอย่างมาก จึงได้ออกอุบายจัดงานงานรื้นเริง เฉลิมฉลองเทพเนปจูนขึ้นภายในเมืองโรม และเชื้อเชิญสตรีชาวเมืองอื่น ๆ มาร่วมงาน และเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมก็จะให้ชาวเมืองโรม ซึ่งในเวลานั้นมีแต่ผู้ชาย  เข้ามาลักพาตัวเหล่าบรรดาสตรีทั้งหลายภายในงานไปเป็นเมียของตน  จากผลของอุบายนี้ทำให้เหล่าบรรดาพ่อ พี่ชาย และสามีของสตรีที่ถูกลักพาตัวไป เกิดข้อวิวาท ความขัดแย้งจนกลายเป็นสงครามระหว่างโรมและเมืองต่าง ๆ โดยรอบ โดยเฉพาะโรมกับเมืองเซบาย แต่สงครามถูกหยุดโดยเหล่าสตรีที่ถูกลักพาตัว ต่างเข้ามาขัดขวางมิให้เกิดสงครามกับโรม  จึงทำให้เกิดการทำสนธิสัญญาเพื่อสันติระหว่างโรมกับเมืองต่าง ๆ  โรมได้รวมกับเซบายและอยู่ในการปกครองโรมุลุส และติตุส ตาติอุส (Titus Tatius) กษัตริย์แห่งเซบาย

The Intervention of the Sabine Womenภาพวาดการแทรกแซงของผู้หญิงเซบาย โดย Jacques-Louis David


หลังจากติตุส ตาติอุส กษัตริย์แห่งเซบายได้สิ้นพระชนม์ลง  ทำให้การปกครองทั้งหมดตกไปอยู่ที่โรมุลุส และได้ปกครองกรุงโรม หรือเมืองโรมมาอย่างราบรื่นเป็นเวลา 38 ปี และหายสาบสูญไป โดยตามตำนานเล่าว่า เกิดพายุขนาดใหญ่เข้ามาในเมืองโรมอย่างกะทันหัน และได้ลักเอาตัวโรมุลุสไป บ้างก็ว่าเขาไปเป็นเทพที่บนสวรรค์ นามว่า “กวิรีนุส” (Quirius)  เมืองโรมมีกษัตริย์ปกครองต่อมาอีก 6 พระองค์ และกำเนิดสาธารณะรัฐโรมันหรืออาณาจักรโรมัน ในราว 509 ปีก่อนคริสตกาล

Roman Forum

ซากอาคาร The Roman Forum ศูนย์กลางทางการเมือง กฎหมาย ศาสนา และเศรษฐกิจ ของอารยธรรมโรมัน


กว่าจะมาเป็นกรุงโรม หนึ่งในศูนย์กลางทางอำนาจในยุคสมัยของอาณาจักรโรมันในอดีต เมืองที่เจริญรุ่งเรือง เฟื้องฟูในอดีต มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ต้องผ่านเรื่องราวมากมาย ทั้งดีและร้าย สารพัดปัญหาต่าง ๆ กว่าจะเป็นเมืองที่มีชื่อได้จนถึงทุกวันนี้  เฉกเช่นความสำเร็จของคนเราก็เช่นกัน มันก็มิใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยปัจจัยหลายด้าน วิธีการแก้ปัญหา อุปสรรค์ต่าง ๆ เพื่อได้ซึ่งการบรรลุเป้าหมายและความสำเร็จของเรา

ภาพประกอบจากwikipedia1awikipedia2wikipedia3wikipedia4wikipedia5

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์