คัดลอกลิงค์

ความรู้

กองทุนรวมมีกี่ประเภท มีความต่างกันอย่างไรบ้าง?

PAMMII
PAMMII
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก PAMMII
แจ้งตรวจสอบ
กองทุนรวมมีกี่ประเภท มีความต่างกันอย่างไรบ้าง?

ภาพปกจาก: https://pixabay.com/photos/chart-graph-finance-financial-data-2779113/

 

หลายคนที่กำลังเริ่มต้นศึกษาหรือกำลังเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวม อาจจะมีคนสงสัยว่ากองทุนรวมแบ่งได้เป็นกี่ประเภทนะ แล้วแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันยังไง เราควรลงทุนกองทุนรวมแบบไหนดี

วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับประเภทกองทุนรวมให้มากขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว เลื่อนลงมาอ่านด้านล่างได้เลย !!

.

กองทุนรวมสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภท และยังแบ่งได้หลายลักษณะอีกด้วยนะ เช่น แบ่งตามนโยบายการลงทุน แบ่งตามลักษณะการซื้อขาย แบ่งตามระดับความเสี่ยง เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้วที่เราชอบใช้แบ่งประเภทกองทุนรวม คือ แบ่งตามระดับความเสี่ยง โดยอ้างอิงจากเวลาที่เราทำใบประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หรือ Suitability Test 

เราสามารถแบ่งประเภทตามระดับความเสี่ยงได้เป็น 8 ประเภท ดังนี้

Advertisement

Advertisement

 

Moneyภาพจาก: https://pixabay.com/photos/money-finance-business-success-2696238/

.

  • ความเสี่ยงระดับที่ 1 คือ กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ

กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นของสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น ธนาคาร จะมีอายุไม่เกิน 1 ปี สินทรัพย์เหล่านี้มีลักษณะใกล้เคียงกับเงินสดหรือเงินฝากธนาคาร ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำมาก ๆ แต่ก็ยังให้ผลตอบแทนที่มากกว่าดอกเบี้ยบัญชีออมทรัพย์หรือดอกเบี้ยเงินฝากบางประเภท

 

  • ความเสี่ยงระดับที่ 2 คือ กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ

กองทุนรวมตลาดเงินต่างประเทศ เป็นกองทุนของคนไทยที่ไปลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศได้ โดยตราสารหนี้ต่างประเทศจะต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปีเช่นกัน ดังนั้น กองทุนนี้จึงมีความเสี่ยงในด้านอัตราแลกเปลี่ยน แต่ผู้จัดการกองทุนจะคำนวณการป้องกันอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินเพื่อลดความเสี่ยงไว้แล้ว จึงทำให้กองทุนนี้มีความเสี่ยงที่ต่ำเหมือนกัน

Advertisement

Advertisement

 

  • ความเสี่ยงระดับที่ 3 คือ กองทุนรวมพันธบัตร

กองทุนรวมพันธบัตร เป็นกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจ ตราสารหนี้ชนิดนี้จะมีอายุมากกว่า 1 ปีขึ้นไป จึงทำให้กองทุนนี้มีความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี แต่ก็จะได้ผลตอบแทนที่มากกว่ากองทุนก่อนหน้านี้ เพราะมีระยะเวลาที่ลงทุนนานกว่านั่นเอง

 

  • ความเสี่ยงระดับที่ 4 คือ กองทุนรวมตราสารหนี้

กองทุนรวมตราสารหนี้ เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นกู้เอกชน จึงมีความเสี่ยงจากความขึ้นลง ความเติบโต รายได้ในแต่ละปี รวมถึงกำไรของบริษัทที่กองทุนนั้นไปลงทุน แต่ก็ได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้น โดยหุ้นกู้เอกชนนี้ก็จะมีบริษัทจัดอันด้บ Credit Rating เข้ามาช่วยจัดอันดับความน่าเชื่อถือทั้งตัวองค์กรและตัวตราสารหนี้ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ของผู้ออกหุ้นกู้นั่นเอง ซึ่งอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่อยู่ในระดับ Investment Grade คือ ตั้งแต่ AAA จนถึง BBB- 

Advertisement

Advertisement

(สามารถศึกษาเรื่อง Credit Rating เพิ่มเติมได้ที่ http://www.thaibma.or.th/EN/Investors/Individual/Blog/2019/06082019.aspx)

 

Stock Marketภาพจาก: https://pixabay.com/photos/stock-market-charts-graphs-finance-2616931/

.

  • ความเสี่ยงระดับที่ 5 คือ กองทุนรวมผสม

กองทุนรวมผสม เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน ในแต่ละกองทุนจะมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนที่ไม่เท่ากัน โดยจะขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละของกองทุน เช่น กองทุน A ลงทุนในตราสารหนี้ 60% และตราสารทุน 40% แต่กองทุน B ลงทุนในตราสารหนี้ 30% และตราสารทุน 70% ซึ่งเราสามารถดูข้อมูลเหล่านี้ได้จาก Fund Factsheet และแนะนำให้เลือกซื้อกองทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนเหมาะกับตัวเราเองจะดีกว่าค่ะ

 

  • ความเสี่ยงระดับที่ 6 คือ กองทุนรวมตราสารทุน

กองทุนรวมตราสารทุน เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้น มีความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้นแต่ละตัวที่กองทุนไปลงทุน กองทุนนี้คิดว่าทุกคนน่าจะพอได้ยินกันมาบ้างและน่าจะเป็นที่รู้จักพอสมควร เพราะกองทุนประเภทนี้จะเป็นกองทุนที่เราสามารถลงทุนเพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ เช่น กองทุน LTF, RMF, SSF เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนรวมตราสารทุนยังรวมถึงกองทุนหุ้นต่างประเทศด้วย เช่น กองทุนหุ้นจีน, กองทุนหุ้นญี่ปุ่น, กองทุนหุ้นสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

 

  • ความเสี่ยงระดับที่ 7 คือ กองทุนรวมกลุ่มธุรกิจ

กองทุนรวมกลุ่มธุรกิจ เป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นของธุรกิจอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง เช่น กลุ่มโรงพยาบาล กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มค้าปลีก เป็นต้น มีความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้นแต่ละตัวในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากกองทุนประเภทนี้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน จึงต้องใช้ความรู้ความเข้าใจในการลงทุน รวมถึง ต้องรู้จังหวะการลงทุนในหุ้นของแต่ละกลุ่มธุรกิจด้วย เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มากกว่าลงทุนกองทุนรวมหุ้นทั่วไป

 

Goldภาพจาก: https://pixabay.com/photos/gold-gold-is-money-business-money-2048293/

.

  • ความเสี่ยงระดับที่ 8 คือ กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก

กองทุนรวมสินทรัพย์ทางเลือก เป็นกองทุนที่ลงทุนในทรัพย์สินอื่นๆ ที่ไม่ใช่หุ้นหรือกองทุนและมีโครงสร้างการลงทุนที่ซับซ้อน เป็นสินทรัพย์ทางการเงินที่เข้าใจได้ยาก เช่น น้ำมัน ทองคำ สินค้าโภคภัณฑ์ เป็นต้น กองทุนนี้จึงมีโครงสร้างที่ซับซ้อนและอาจจะยากเกินความเข้าใจของนักลงทุนมือใหม่ได้ จึงจัดให้อยู่ในประเภทที่มีความเสี่ยงระดับสูงสุดนั่นเอง

 

สุดท้ายนี้ การลงทุนมีความเสี่ยง เราจึงควรศึกษาข้อมูลให้แน่ใจก่อนการลงทุนทุกครั้ง และลงทุนตามความเหมาะสมของตัวเราเองนะคะ

สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังศึกษาเกี่ยวกับเรื่องกองทุนรวม สามารถดูคลิปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/uKgBtoP50hU

 

=====

หากเพื่อน ๆ ชอบอ่านบทความ หรือกำลังศึกษาด้านการเงินการลงทุน

สามารถติดตาม Facebook Fanpage ของเราได้ที่

https://www.facebook.com/Cashury.th/

พวกเราจะคอยอัพเดตความรู้ด้านการเงินและการลงทุนพื้นฐานให้เป็นเรื่องง่าย ใคร ๆ ก็เข้าใจได้

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด