คัดลอกลิงค์

ข่าวสาร

การมอบตัวของผู้ต้องหา

หนุ่ม พเนจร
หนุ่ม พเนจร
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก หนุ่ม พเนจร
แจ้งตรวจสอบ
การมอบตัวของผู้ต้องหา

ขอบคุณเครดิตรูปภาพหน้าปก จาก  https://pixabay.com โดย sick-street-photography

การมอบตัวของผู้ต้องหา

                จากกรณีเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 64  นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เดินทางมากับป้าแต๋น ภรรยา  โดยหลบสื่อมวลชนมาทางลานจอดรถ เมื่อ นายไชย์พล เข้าไปด้านในอาคารสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อจะมอบตัวกับ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. แต่ปรากฎว่าเมื่อเข้าไปถึง พบ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 หนึ่งในชุดทำงานคดีน้องชมพู่ ได้อ่านหมายจับให้ลุงพลฟัง ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่ใส่กุญแจมือลุงพล  ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ยืนยันว่า เป็นการจับกุม ไม่ใช่การมอบตัว สรุปแล้วการ มอบตัว กับ การจับกุม มันแตกต่างกันยังไง แล้วอะไรคือ การมอบตัว และอะไรคือ การจับกุม กันแน่นะ

Advertisement

Advertisement

การมอบตัว

การมอบตัวขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบที่ 1 จาก https://pixabay.com โดย  lechenie-narkomanii

                   ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้บัญญัติบทนิยามไว้โดยเฉพาะว่ามีความหมายอย่างไรแต่มีการกล่าวถึงในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 วรรคแรก กล่าวไว้ว่า “เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียกหรือส่งตัวมาหรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเองหรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา ให้ถาม ชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบ “

                    มาตรา 134 วรรค 5 กล่าวไว้ว่า “เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับ และยังไม่ได้มีการออกหมายจับแต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามความ ตามมาตรา 71 พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที แต่ถ้าขณะนั้นเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการให้พนักงานสอบสวน สั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลในโอกาสแรกที่ศาลเปิดทำการ กรณีเช่นว่านี้ให้นำมาตรา 87 มาใช้บังคับแก่การพิจารนาออกหมายขังโดยอนุโลม หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าวให้พนักงานสอบสวน มีอำนาจ จับผู้ต้องหานั้นได้โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้ต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจปล่อยชั่วคราว หรือควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้”

Advertisement

Advertisement

                    ซึ่งเมื่อพิจารณาตามความในมาตราดังกล่าวแล้วก็พอสรุปให้พอเข้าใจได้ว่า การมอบตัวของผู้ต้องหาคือ การที่ผู้ต้องหาถูกเรียกหรือส่งตัวมา หรือ เข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือ ปรากฏว่ามาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวน (ตามมาตรา 134 วรรคแรก) และต้องไม่ใช่ ผู้ที่ถูกจับกุมแล้ว  (ตามมาตรา134 วรรค 5) นั้นเอง

Advertisement

Advertisement

 การจับ

การจับกุมขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบที่ 2 จาก https://pixabay.com โดย Inactive account – ID 4711018

 

                     ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 กล่าวไว้ว่า  “ ในการจับนั้น เจ้าพนักงานหรือราษฎรซึ่งทำการจับต้องแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้จับ เว้นแต่สามารถนำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ในขณะนั้น ให้นำไปที่ทำการของพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบดังกล่าว แต่ถ้าจำเป็นก็ให้จับตัวไป

                     ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ หากมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับ พร้อมทั้งแจ้งด้วยว่า ผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือให้การก็ได้และถ้อยคำของผู้ถูกจับนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้และผู้ถูกจับมีสิทธิที่จะพบและปรึกษาทนายความ หรือผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ ถ้าผู้ถูกจับประสงค์จะแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจทราบถึงการจับกุมที่สามารถดำเนินการได้โดยสะดวกและไม่เป็นการขัดขวางการจับหรือการควบคุมผู้ถูกจับหรือทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด ก็ให้เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ถูกจับดำเนินการได้ตามสมควรแก่กรณี ในการนี้ให้เจ้าพนักงานผู้จับนั้นบันทึกการจับดังกล่าวไว้ด้วย

                     ถ้าบุคคลซึ่งจะถูกจับขัดขวางหรือจะขัดขวางการจับ หรือหลบหนีหรือพยายามจะหลบหนี ผู้ทำการจับมีอำนาจใช้วิธีหรือการป้องกันทั้งหลายเท่าที่เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งเรื่องในการจับนั้น”

                    ดังนั้น การจับ คือการที่ผู้จับ ซึ่งอาจเป็น เจ้าพนักงาน หรือราษฎร ทำการจับ  โดยแจ้งแก่ผู้ที่จะถูกจับนั้นว่าเขาต้องถูกจับ แล้วสั่งให้ผู้ถูกจับไปยังที่ทำการของพนักงานสอบสวนแห่งท้องที่ที่ถูกจับพร้อมด้วยผู้ถูกจับ   แต่ในกรณีที่เจ้าพนักงานเป็นผู้จับ กฎหมายได้เพิ่มขั้นตอนมาอีกว่า ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ หากมีหมายจับให้แสดงต่อผู้ถูกจับ พร้อมทั้งแจ้งสิทธิแก่ผู้ถูกจับ ตามความประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 วรรค 2 นั้นเอง ”

ผู้ต้องหาถูกจับขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบที่ 3 จาก https://pixabay.com โดย Alexas_Fotos

                    จะเห็นได้ว่า นายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาตามหมายจับ ของ สภ.กกตูม จังหวัดมุกดาหาร แต่กลับได้เดินทางไปยัง สํานักงานตํารวจแห่งชาติเพื่อที่จะเข้ามอบตัว ซึ่งทางเจ้าพนักงานตำรวจที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้เข้าทำการจับกุมนายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล แทน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาว่าลุงพลต้องถูกจับ และได้แจ้งสิทธิ แล้วจึงทำให้ลุงพล กลายเป็นผู้ถูกจับตามหมาย ไม่ใช่ เเป็นกรณีผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ไปโดยผลของกฎหมาย ซึ่งถ้าจะพิจารณากันให้ง่ายขึ้นนั้น จะเป็นการมอบตัวของผู้ต้องหา ก็ต่อเมื่อผู้ต้องหาได้เข้าหาหรือถูกเรียกหรือถูกส่งตัวมายังพนักงานสอบสวนหรือปรากฏอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเองโดยที่ไม่ได้มีการดำเนินการจับกุมก่อนแล้วจึงจะเป็นการเข้ามอบตัวของผู้ต้องหา หากระหว่างเดินทางเข้ามอบตัวได้มีเจ้าพนักงานได้เข้าทำการจับกุมตามหมายจับแล้วก่อนที่ผู้ต้องหาจะมอบตัวก็จะไม่เข้าองค์ประกอบของการมอบตัวที่จะต้องไม่เป็นผู้ถูกจับ หรือเมื่อเจ้าพนักงานได้ทำการจับกุมได้แล้ว ต่อมาผู้ต้องหาจะมาอ้างว่าขอมอบตัวภายหลังไม่ได้ คงจะวุ่นวายและเป็นที่สบสันกันใหญ่ ฉะนั้นหากมีการดำเนินการตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 83 แล้ว ก็ถือว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ถูกจับจึงไม่เป็นการมอบตัวของผู้ต้องหา  อย่างไรก็ดี กรณีนายไชย์พล วิภา หรือ ลุงพล ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าได้มีการออกหมายจับไว้แล้วที่ สภ.กกตูม จังหวัดมุกดาหาร แต่ผู้ต้องหากลับเดินทางมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งไม่ใช่ในพื้นที่ที่ออกหมายหรือพื้นที่ของสภ.กกตูม ที่จะดำเนินการสอบสวนคดี จึงเห็นได้ว่าผู้ต้องหามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ที่จะเข้ามอบตัวแต่มีเจตนาที่ดำเนินการอย่างอื่นแทนมากกว่า แต่อย่างใดก็ตาม เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีที่ได้มีการออกหมายจับไว้ก่อนล่วงหน้าแล้วซึ่งกระบวนการตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 วรรค 5 นั้นได้กล่าวไว้ชัดแจ้งว่าต้องไม่ได้มีการออกหมายจับแล้ว ฉะนั้นจะเป็นกรณีผู้ต้องหาเข้ามอบตัวหรือจะเป็นกรณีผู้ต้องหาถูกจับ กระบวนการที่ต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไป และไม่เป็นกรณีที่ต้องดำเนินการตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 134 วรรค 5 แต่อย่างใด

 ถูกคุมขัง

 ขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบที่ 4 จาก https://pixabay.com โดย  sick-street-photography 


เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด