ความรู้

การเล่นโซเชียลมีเดียให้เหมือนเลี้ยงสุนัข

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
การเล่นโซเชียลมีเดียให้เหมือนเลี้ยงสุนัข

โซเชียลมีเดียมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตยุคใหม่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำได้รวดเร็วกว่าเมื่อก่อนมาก แต่อีกด้านหนึ่งของโซเชียวมีเดียนั้น เป็นตัวดูดเวลาของมนุษย์ชั้นดี จนหลายคนต้องเสียการเสียงาน เสียเงิน และเสียสุขภาพจิต ในบทความนี้ผู้เขียนจะพาทุกท่านไปรู้จักกับทฤษฎีการใช้โซเชียลมีเดียให้เหมือนกับการเลี้ยงสุนัข ที่ต้องมีการฝึก การจำกัด การดุ การให้รางวัล พร้อมแล้วไปกันเลย

1. ต้องจำกัดเวลาเล่น

หากเราไม่จำกัดเวลาเล่นให้กับสุนัข รับรองได้เลยเราจะปวดหัวกับความซุกซนขั้นสุดยอด และได้แผลจากเล็บแถมมาด้วย ซึ่งธรรมชาติของสุนัขนั้นอยากเล่นกับเจ้าของเป็นที่สุด โซเชียลมีเดียก็ไม่ต่างกัน หากเราใช้แบบไม่มีลิมิต ไม่มีขีดจำกัด เราจะรู้สึกเหมือนถูกกวักมือเรียกให้ใช้อยู่ตลอดเวลา หากเราเผลอคล้อยตาม เวลาของเราในหนึ่งวันก็จะค่อย ๆ หมดไป กับการใช้โซเชียลมีเดียที่มากเกินไป ดังนั้นเราควรกำหนดเวลาการใช้โซเชียลมีเดียให้กับตัวเองไว้บ้าง เพื่อจะได้มีเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย

Advertisement

Advertisement

จำกัดเวลาเล่น

2. ต้องสอนให้เห่าสิ่งที่ควรเห่า

จริงอยู่ที่สุนัขเห่าตามสัญชาตญาณ แต่บางครั้งการเห่านั้นก็สร้างความลำคาญให้กับเจ้าของและเพื่อนบ้านได้แต่ยังโชคดีที่เราเราสามารถหยุดและสร้างพฤติกรรมการเห่าได้ โดยผ่านการดุและให้ของกิน สำหรับโซเชียลมีเดียเสียงเห่าของสุนัขเปรียบได้กับการแจ้งเตือนของแอพต่าง ๆ ที่คอยแจ้งเตือนเรา แต่บางทีก็เยอะเกินไปจนดึงสมาธิของเราออกจากงานที่กำลังทำ และดังรบกวนคนอื่นด้วย ดังนั้นควรปิดการแจ้งเตือนที่ไม่สำคัญไว้บ้าง ให้เหลือไว้เฉพาะอันที่จำเป็นเท่านั้น เวลาว่างเราค่อยไปนั่งเปิดอ่านเองก็ไม่เสียหายอะไร

สอนให้เห่า

3. ต้องสอนให้กินข้าวในชามข้าวของตัวเองเท่านั้น

ประโยชน์ของการฝึกให้สุนัขกินข้าวในชามข้าวของตัวเองนั้น จะช่วยให้สุนัขไม่ยอมกินอาหารจากที่อื่นเลยนอกจากในชามข้าวของตัวเอง ซึ่งจะช่วยให้สุนัขนั้นรอดจากการถูกวางยาได้ โดยเฉพาะการวางยาจากโจรที่จะเข้ามาขโมยของในบ้าน ชามข้าวของสุนัขนั้นเปรียบได้กับเพจต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดีย ที่เราไปกดถูกใจไว้ทั้งที่เราสนใจและไม่สนใจ แต่ก็ไปกดถูกใจไว้เพราะคิดว่าไม่เสียหายอะไร หลังจากนั้นข้อมูลจากเพจต่าง ๆ ก็จะแวะเวียนมาทักท้ายเราเป็นระยะ ๆ บางครั้งก็ต้องแอบกดเข้าไปดู เผื่อมีอะไรที่อยากจะได้ การกดถูกใจไปเรื่อยแบบนี้ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้สนใจเพจนั้น จะทำให้เราถูกชักจูงได้ง่าย ข้อมูลต่าง ๆ จะเข้าไปในหัวเราโดยไม่ผ่านการคัดกรอง นานวันไปเราจะรู้สึกเครียดโดยไม่รู้ตัว หรืออยากได้สินค้าที่เพจนั้นขาย ทั้ง ๆ ที่เราก็ไม่ได้ต้องการขนาดนั้น ดังนั้นเราควรเลือกกดถูกใจเพจเฉพาะที่เราสนใจเท่านั้น

Advertisement

Advertisement

กินข้าวในชามข้าว

4. กำจัดเห็บหมัดเป็นระยะ

สุนัขควรได้อาบน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้งเพื่อกำจัดเห็บหมัด ที่ดูดเลือดอย่างไม่เกรงใจคนเลี้ยง หากสุนัขปราศจากเห็บหมัดแล้ว เราก็จะนอนกอดได้อย่างไม่มีอะไรต้องกังวล สำหรับเห็บหมัดในโซเชียลมีเดียนั้น เปรียบได้กับข้อมูลที่เราไม่อยากเห็นแต่กลับมาแสดงให้เราเห็น หรือข้อความชวนเล่นพนันออนไลน์ ที่มักส่งมาชวนเราเล่นพนัน ซึ่งเราควรหาเวลากำจัดสิ่งเหล่านี้เป็นระยะ ๆ หรือบล็อกทันทีที่เจอ สำหรับวิธีจัดการเห็บหมัดในโซเชียลมีเดียนั้น อาจจะใช้วิธีเช่น การบล็อก การเลิกติดตาม  กดReport เลิกเป็นเพื่อน

อาบน้ำ

ขอขอบคุณภาพประกอบ : ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4

ภาพปกโดย : Lepale จาก pixabay

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์