หนังและซีรีส์

#ขอรีวิว ‘BASTARD‼ -Heavy Metal, Dark Fantasy-’ อสูรร้ายจอมราชัน (ย้อนรอยตำนานกับมังงะที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบ สู่อนิเมะสุดต็าซที่เคารพต้นฉบับจนต้องยกนิ้วให้)

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
#ขอรีวิว  ‘BASTARD‼ -Heavy Metal, Dark Fantasy-’ อสูรร้ายจอมราชัน (ย้อนรอยตำนานกับมังงะที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบ สู่อนิเมะสุดต็าซที่เคารพต้นฉบับจนต้องยกนิ้วให้)

#ขอรีวิว  ‘BASTARD‼ -Heavy Metal, Dark Fantasy-’ อสูรร้ายจอมราชัน

#ขอรีวิว  ‘BASTARD‼ -Heavy Metal, Dark Fantasy-’ อสูรร้ายจอมราชัน (ย้อนรอยตำนานกับมังงะที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบ สู่อนิเมะสุดต็าซที่เคารพต้นฉบับจนต้องยกนิ้วให้)

ต้องยอมรับเลยว่าผู้เขียนเป็นแฟนเดนตายมังงะเรื่องนี้ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดก็ตามเป็นมังงะ Shounen Manga และเป็นมังงะเรื่องเดียวก็ว่าได้ที่ติดเรตซึ่งผู้เขียนมองว่าน่าจะเป็นมังงะ Seinen Manga มากกว่าแต่ก็อย่างว่าไม่ว่าจะแนวไหนผู้เขียนก็ให้ติดเรตอยู่ดี ย้อนกลับไปเมื่อปี 1988 กับการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก (ผู้เขียนก็เป็นหนึ่งในนั้น) สมัยนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแง่ของลายเส้นและเนื้อเรื่องที่มีความติดเรตอยู่ไม่น้อย Bastard เป็นผลงานของอาจารย์ คาสึชิ ฮากิวาระ หากใครอ่านหรือเป็นแฟนมังงะเรื่องนี้จะรู้จักดีกับชื่อเมืองและสถานที่ต่างๆเพราะ คาสึชิ ฮากิวาระ เป็นแฟนเพลงเดนตายคนหนึ่งของเพลงเฮฟวีเมทัล และเกม Dungeon & Dragons เลยทำให้ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน ออกมาในรูปแบบที่ไม่เหมือนใครมากก่อนเลยในยุคนั้น ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามถึงแม้เรื่องราวการเดินทางของ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน จะยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงแต่อาจารย์ คาสึชิ ฮากิวาระ ก็ยังใจดีทำรวมเล่มออกมาในปี 2012 ทั้งหมด 27 เล่ม และ Geneon Entertainment ก็สร้างอนิเมะ OVA เมื่อ 25 สิงหาคม 1992 ถึง 25 มิถุนายน 1993 ออกมาทั้งหมดถึง 6 ตอน ซึ่งปัจจุบันค่ายนี้ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็น Pioneer และแล้วมาปีนี้ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน ก็ได้ออกโบยบินอีกครั้งเพราะทาง Netflix ให้ความจุใจมามากกับรูปแบบอนิเมะมากถึง 24 ตอน

Advertisement

Advertisement

#ขอรีวิว  ‘BASTARD‼ -Heavy Metal, Dark Fantasy-’ อสูรร้ายจอมราชัน (ย้อนรอยตำนานกับมังงะที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบ สู่อนิเมะสุดต็าซที่เคารพต้นฉบับจนต้องยกนิ้วให้)

Bastard – อสูรร้ายจอมราชัน ยังได้ คุณบอส อภิชิต ลิขิตลิ้มปรีชา มานั่งเก้าอี้ดูแลงานพากย์เสียงไทย และร่วมกับนักพากย์มากฝีมือได้แก่

Dark Schneider – คุณคมสรร รัตนากรบดี

Tia Noto Yoko – คุณนพวรรณ เหมะบุตร

ร่วมด้วย

คุณรัตนชัย เหลืองวงศ์งาม

คุณจักรกฤษณ์ หาญวิชัย

คุณธนกฤต เจนคลองธรรม

คุณชานน จำเนียรแพทย์

คุณพิชาภพ ภัทรกูลนิยม

คุณพิพัฒน์ บุญสิทธิเลิศ

คุณอภิชิต ลิขิตลิ้มปรีชา

คุณนิมมาน ชุนหชา

คุณนิรมล กิจภิญโญชัย

คุณนลินี ชีวะสาคร

คุณอภิชาติ สมุทคีรี

คุณปิยะ ชำนาญกิจ

คุณอุกฤษณ์ ดิษฐากรณ์

คุณสิษฐารัตน์ ปี่ทอง

คุณกนกวรรณ คงเถื่อน

คุณกวิน เบ็ญจมาศ

คุณสุรภัทร์ รัตนตรัยวงศ์

#ขอรีวิว  ‘BASTARD‼ -Heavy Metal, Dark Fantasy-’ อสูรร้ายจอมราชัน (ย้อนรอยตำนานกับมังงะที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบ สู่อนิเมะสุดต็าซที่เคารพต้นฉบับจนต้องยกนิ้วให้)

“กล้องพร้อม นักแสดงพร้อม เทปเดิน…ซีน 1 คัท 1 เทค 1…แอ็กชัน”

1 ซีน (Scene) คือ “ฉาก”

ว่าด้วยเรื่องของฉาก / อนิเมะที่ต้องบอกว่าเคารพต้นฉบับสุดๆ ฉากหลัง ฉากในเนื้อเรื่อง หรือแม้แต่ฉากที่ติดเรตก็ทำออกมาได้อย่างดุเดือนเลือดสาด ฉากการต่อสู่ที่เต็มไปด้วยความเป็นที่สุดด้านลายเส้นไปจนถึงความงามของสีเสียงและกราฟิกต่างๆก็ล้วนแล้วแต่สุดต็าซ ผู้เขียนยกให้มังงะเรื่องนี้เป็นมังงะในดวงใจและขึ้นหิ้งอนิเมะ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน ก็เป็นอนิเมะที่จัดด้วยว่าดีอีกเรื่องหนึ่ง ที่ชอบที่สุดไม่ใช้แค่เรื่องราวของการต่อสู่แต่ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน ก็ยังสอดแทรกมุกตลกเสียสีต่างๆได้อย่างน่าสนใจ หรือแม้กระทั้งใส่ความโรแมนติกแบบเจอปุ๊บรักปั๊บเข้ามาให้เราลุ้นในทุกๆฉากทุกๆตอนที่ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน นำเสนอออกมา

Advertisement

Advertisement

2 คัท (Cut) คือ “มุม”

ว่าด้วยเรื่องของบท / บทต่างๆก็ไม่ได้หนีไปจากความเป็นต้นฉบับบทที่เคารพต้นฉบับทำให้แฟนเดนตายอย่างผู้เขียนไม่ได้กังวนใจอะไรมากกับการที่ Netflix นำ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน มาทำเพราะมันทำให้เราสนุกไปแบบไม่สะดุดและหายกังวนใจ แต่ก็ยอมใจ Netflix ในเรื่องความกล้าที่ยอมตัดเอาแต่บทที่เริ่มเป็นฉากต่อสู่มาสร้างอนิเมะเพราะตอนแรกที่ตัวอย่างออกมาตัวผู้เขียนแอบหวั่นๆกันเรื่องราวว่าฉากตัดมาแต่บทเด็ดๆของมังงะคนดูที่ไม่เคยอ่านฉบับมังงะจะเข้าใจเรื่องราวมั้ย สรุป Netflix ทำออกมาได้อย่างใจกล้าและทำให้บทไม่วกไปวนมาและออกมาดีจนน่าแปลกใน ไม่ใช้แค่ฉากต่อสู่ที่ดีเหลือหลาย แต่บทพูดต่างๆของตัวละครก็ทำออกมาได้อย่างลึกซึ่งและเคารพต้นฉบับแบบสุดๆ

3 เทค (Take) คือ  “จำนวนครั้งที่เล่น”

ว่าด้วยเรื่องของตัวละคร / อันนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่ Netflix ทำออกมาประเดประดังมากเกินไป เรื่องบทที่ดีฉากที่เด่น แต่เรื่องราวของตัวละครกับอ่อนไม่เป็นท่า Netflix ทำเหมือนกับว่าทุกคนน่าจะเคยอ่านมังงะมาแล้ว แต่จริงๆถ้าคนไหนไม่ได้อ่านจะจับต้นชนปลายอนิเมะเรื่องนี้ไม่ถูกเลยก็ว่าได้เพราะความเป็นไปเป็นมาของตัวละครต่างๆไม่ได้ใส่เข้ามาให้คนดูอย่างเราๆเข้าใจ แต่เป็นแค่การใส่เข้ามาให้คนดูอย่างเราๆดูได้ไม่สะดุด เพราะตัวละครต่างๆไร้ที่ไปที่มา ถึงแม้จะมาการเล่า Flashback ให้เห็นเรื่องราวแต่ก็ไม่อาจเข้าใจได้ลึกมากพอ (ผู้เขียนเป็นห่วงคนไม่เคยอ่านมังงะอาจจะไม่รู้ที่ไปที่มาของตัวละคร) แต่ก็มีจุดที่น่าชื่นชมคือการในตัวเอกของเรื่องมีจุดอ่อนเรื่องของหัวใจความรักและเล่าเรื่องผ่าน Flashback ของตัวละครตัวอื่นกับการเปลี่ยนแปลงของตัวเอก มันเลยกลายเป็นอรรถรสที่มีมิติแบบสุดๆ

Advertisement

Advertisement

4 Slate คือ ป้ายที่เขียนบอก ซีน คัท เทค

ว่าด้วยความหมายของหนัง / ความรัก ความหวัง ความรู้สึก Bastard อสูรร้ายจอมราชัน ทาง Netflix นำเสนอความหมายออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบสุดๆ ความรักที่มีให้กับคนรักแม่ตัวเองจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็ไม่กลังภัยอันตรายทั้งนั้น ความหวังให้คนที่เรารักมีความสุขกับทุกการกระทำหวังที่ที่จะเป็นคนที่ยิ่งใหญ่และหวังให้ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมาดีอีกครั้ง ความรู้สึกยอมรับเลยว่าความหมายของอนิเมะเรื่องนี้ ความรู้สึกคือถูกนำมาเล่าปล่อยมากในเนื้อเรื่อง ความรู้สึกดูที่ที่ตัวละครมีให้กันและกัน เรื่องความรู้สุกในรู้แบบของการโหยหาอดีตอนิเมะเรื่องนี้จัดเต็มมากๆ

5 “คัท !!!!”

Bastard อสูรร้ายจอมราชัน อนิเมะ 18+ ที่ทำให้คิดถึงมังงะจนต้องหยิบมันออกมาอ่านอีกครั้งเพื่อหวนถึงวันเก่าๆที่มังงะได้รับความนิยม ถึงแม้จะเป็นเรื่องราวที่อนิเมะทำออกมาได้อย่างเข้าท่าเข้าทางสุดๆแต่ผู้เขียนก็แอบกังวนใจกับมังงะมากกว่าว่าจะจบตอนไหน อาจารย์ คาสึชิ ฮากิวาระ จะให้เราเหล่าแฟนเดนตายฟังเพลงเพลงเฮฟวีเมทัลรอไปจนถึงเมื่อไหร่ (ก็ไม่รู้) ถือได้ว่า Netflix มาถูกทางกับ Bastard อสูรร้ายจอมราชัน ที่ไม่ยอมตัดฉากที่ติดเรตและใส่มันเข้ามาแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยให้คนดูดดื่มไปกับเรื่องราวและตำนานของ Dark Schneider และ Tia Noto Yoko ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยและได้อรรถรสมาเต็มที่

#ขอรีวิว  ‘BASTARD‼ -Heavy Metal, Dark Fantasy-’ อสูรร้ายจอมราชัน (ย้อนรอยตำนานกับมังงะที่ไม่มีทีท่าว่าจะจบ สู่อนิเมะสุดต็าซที่เคารพต้นฉบับจนต้องยกนิ้วให้)


(สิ่งหนึ่งที่คนดูอย่างผู้เขียนเห็นคือความตั้งใจของทีมผู้กำกับทีมนักแสดง คะแนนเต็มแบบไหนอย่างไรไม่ควรนำมาตัดสิน กับเรื่องของภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกม "คะแนนของคุณไม่ใช่คะแนนของใคร ที่สำคัญกำลังใจย่อมดีกว่าการตัดสินด้วยคะแนน" ผู้เขียนจะย้ำอยู่เสมอ สิบปากว่าไม่เท่าตาคุณเห็น ต้องชมเองให้ได้เท่านั้น)


#จิปาถะและอรรถรส

ขอบคุณภาพประกอบจาก Netflix - ปก / 1 / 2 / 3 / 4 (ภาพ ปก แก้ไขจากภาพต้นฉบับโดย จิปาถะและอรรถรส)

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก End Credits ท้ายเรื่อง และการเป็นแฟนเดนตายผู้กำกับภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกม นักเขียนบทภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกม นักแสดงทุกท่านทีมสร้างภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกมทุกคนและบริษัทและค่ายผู้ผลิตภาพยนตร์ , อนิเมะ , ซีรีส์ , แอนิเมชัน และเกม

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติม

อ้างอิง1 / อ้างอิง2

*STAR COVER"อย่ามัวแต่ดูมาดังกัน"*

ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ขอชวนทุกคนมาสนุกโคฟเวอร์ พร้อมลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท (5 รางวัล) โคฟคนที่ใช่ ไลค์คนที่ชอบ`ร่วมสนุกได้ที่ ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ห้อง cover บนแอปทรูไอดี`

trueCover

คลิกเลย >> https://ttid.co/UAnK/7y9jfqkq

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://bit.ly/3O1cmUQ

ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 - วันที่ 11 สิงหาคม 2565

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์