คัดลอกลิงค์

ความรู้

ความลับที่ " คนเรียนเก่ง " ไม่ยอมบอกคุณ Ep. 1

เจได [ JEDI ]
เจได [ JEDI ]
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก เจได [ JEDI ]
แจ้งตรวจสอบ
ความลับที่ " คนเรียนเก่ง " ไม่ยอมบอกคุณ Ep. 1

ผมเชื่อว่า... " เด็ก ๆ ทุกคนอยากที่จะเรียนเก่ง ๆ เล่นได้คะแนนดี ๆ " เพื่อให้ตัวเองและพ่อแม่ภาคภูมิใจรวมถึงอนาคตที่ดีในหน้าที่การงานด้วย

วันนี้ผม " เจได Jedi " จึงมีเทคนิคง่ายๆ พี่จะช่วย ให้เด็ก ๆ ทุกคน " เรียนได้เก่ง เร็วและดีขึ้น "


1.) " ตั้งเป้า " 

เปิดเทอมมา " ให้ตั้งเป้ากันไปเลยว่า... จะต้องได้เกรด 4 จะต้องได้คะแนนสูง ๆ "

เพราะเมื่อเราได้ตั้งเป้าไว้แล้วจะทำให้เรารู้สึกฮึกเหิม แล้วสมองของเราก็จะคิดหาหนทางเองว่า... " จะเรียนเก่ง ๆ ได้คะแนนดี ๆ และสำเร็จตามเป้าที่ตั้งใว้ได้อย่างไร ? " 

ผมตั้งใจอย่างนี้ทุกปี ! บางปีมีพิเศษด้วยคือ... " เดินเข้าไปบอกครูเลยว่า... นี่คือความตั้งใจของลูกศิษย์คนนี้ ผมตั้งใจทุ่มเทเต็มที่นะครับ " ถ้าครูจะช่วยแนะนำตรงไหนได้ ผมยินดีรับฟังทุกอย่างนะครับ

แต่สำหรับครูบางคน " วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะสม " หรือเราอาจจะขี้อายไม่กล้าเราก็คงทำได้แค่ " ตั้งใจ " แล้วก็ค่อย ๆ สังเกตว่า... " วิชานี้ทำอย่างไรจึงจะได้เกรด 4 ? "

Advertisement

Advertisement

เพราะ " ครูแต่ละคนมีวิธีการสอนและอยากให้นักเรียนปฏิบัติไม่เหมือนกัน " ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเรา " ที่จะต้องคอยสังเกตอย่างละเอียดเอาเอง " 

ครูอาจารย์ 👨‍🏫 ครูบางคนชอบให้เด็กตอบยาว ๆ ตอบอย่างละเอียดในห้องเรียน ครูบางคนชอบให้เด็กเขียนคำตอบยาว ๆ ละเอียด ชัดเจน


2.) " รู้เขา รู้เรา " 

ตำราพิชัยสงครามของซุนวูมีวาทะอมตะกล่าวไว้ว่า... " รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง " 

กับ " เรื่องเรียนก็เหมือนกัน " ถ้าเราอยากได้คะแนนดี ๆ ได้เกรดดี ๆ ก็ต้องรู้ว่า.... " วิชานี้เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง ? ต้องเรียนเกี่ยวกับวิชาอะไรบ้าง ? ขนาดไหน ? มีเรื่องไหนบ้างที่เราควรที่จะรู้ ? เรื่องอะไรบ้างที่เรายังไม่รู้ ? "

Advertisement

Advertisement

" ตารางเรียน " เมื่อเปิดเทอมวันแรกเมื่อเราได้มาแล้ว " ควรอ่านให้ครบทุกวิชาเลย " จะได้รู้ว่าจะต้องเรียนเรื่องอะไรบ้าง ? และจะได้ไปหา ข้อมูลความรู้เตรียมเอาไว้

เพราะในแง่ของการทำงานของสมองเมื่อเรารู้ว่า... " เราจะต้องเรียนอะไรบ้าง ? " จะทำให้เรามีเส้นใยสมองที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เตรียมเอาไว้ และเมื่อเรามีเรื่องนี้อยู่ในหัว " ก็จะทำให้เราเปิดตาเปิดใจรับสิ่งเหล่านี้ได้มากขึ้น " 

ตัวอย่างเช่น : ตอนที่ " เราไม่กินกาแฟ ไม่เคยสนใจ ไม่เคยรู้เรื่องกาแฟ " ร้านกาแฟอยู่ไหนบ้างเราก็ไม่รู้หรือรู้ก็ไม่ค่อยจำ ?

กาแฟ ☕แต่วันไหนหากเราเกิดกลายเป็น " คนกินกาแฟขึ้นมา " เราจะเปิดหู เปิดตา เปิดใจมองหาร้านกาแฟว่า... ที่ไหนดี ? ที่ไหนอร่อย ? ที่ไหนน่านั่ง ? และจำได้อย่างชัดเจน


3.) " ปฏิทินการเรียน " 

เปิดเรียนวันแรกผมอยากจะแนะนำ " ให้ซื้อปฏิทินตั้งโต๊ะหรือชนิดแขวนฝาอันขนาดใหญ่มาก ๆ ที่มีช่องใหญ่ ๆ มาไว้ที่บ้าน " เพราะ " ปฏิทินนี้จะเป็นตัวกุมชะตาชีวิตของเราทั้งเทอมเลย " 

Advertisement

Advertisement

ปฎิทิน ถ้าหาก " เราบริหารเวลาดี ๆ " แล้วล่ะก็เราจะสามารถวางแผนชีวิตในเทอมหนึ่ง " ให้มีเวลาท่องหนังสือเพียงพอที่จะทำให้ได้เกรด 4 มีเวลาท่องเที่ยวกับเพื่อน ๆ มีเวลาพักผ่อนสบาย ๆ กับตัวเอง มีเวลาทำงานอดิเรกที่เรารักและยังอาจจะมีเวลาไปทำงานพิเศษเพื่อหาเงินได้อีกต่างหาก " 

วิธีที่ผมใช้คือ... " ในวันเปิดเรียนวันแรกทันทีที่กลับมาถึงบ้าน ผมก็จะเอาตารางการส่งงานของทุกวิชามาวางไว้ตรงหน้ารวมถึงตารางเรียนด้วย " 

" ครูส่วนใหญ่มักจะมีกำหนดการส่งงานที่ชัดเจนตลอดทั้งเทอม " เราก็ค่อย ๆ ลงวันของการส่งงานแต่ละวิชาจนครบทุกวิชาของเทอม รวมถึงตารางเรียนด้วยว่า.. " วันไหนเราจะต้องเรียนอะไรบ้าง ? " 

พอถึงตรงนี้เราก็จะเห็นได้ชัดเลยว่า... " ช่วงไหนที่งานเราจะหนัก บางช่วงต้องส่งงานซ้อนกันเราก็จะต้องงดเที่ยว งดเล่น แต่ช่วงไหนที่งานว่าง ๆ เราสามารถที่จะท่องหนังสือตุนไว้หรือไปเที่ยวสบาย ๆ กับเพื่อน ๆ ได้ " 


สวัสดีครับผมชื่อว่า... " เจได Jedi " หวังว่า " บทความนี้จะเป็นประโยชน์ช่วยให้เด็ก ๆ น้อง ๆ ทุกคนได้มีแนวทาง มีเทคนิคดี ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับการเรียนได้นะครับ " 

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณรูปภาพจาก Pexels.com เครดิตของรูปภาพทั้งหมด : รูปภาพปก / รูปภาพประกอบที่ 1 / รูปภาพประกอบที่ 2 / รูปภาพประกอบที่ 3

 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด