ความรู้

จับSmart watch กับWear OSมาประชันความเจ๋งกัน

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
จับSmart watch กับWear OSมาประชันความเจ๋งกัน

ภาพประกอบโดยผู้เขียน ภาพประกอบโดยผู้เขียน1
นี่เป็นการเล่าประสบการณ์ที่ได้จากใช้จริง ที่ได้สัมผัสคลุกคลีกับเจ้าอุปกรณ์ ที่จะเรียกว่านาฬิกามันก็คือนาฬิกา แต่ความสามารถมันเหนือกว่านาฬิกาทั่วไป   ศัพท์แสง เทคนิคที่เจาะลึกผมจะไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ เล่าแบบบ้านๆ นี่แหล่ะ ผมไม่ได้ออกกำลังกายอะไรจึงจะไม่เน้นเนื้อหาตรงนี้ และตัว smart watchกับwear osที่นำมารีวิวกันก็ใช้ตัวที่ถือว่ามีชื่อเสียงพอตัว ไม่ได้เอาตัวราคาถูกๆ มา และไม่ได้เทียบเรื่องราคาเท่ากันจะต้องมีความสามารถเหนือกว่า  แต่อยากให้รู้ในข้อเด่น ข้อด้อยเพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อนะครับ และจะขอพูดแบบรวมๆ นะครับเพื่อให้สามารถดูได้หลายรุ่นถ้าสุดท้ายตัดสินใจได้ว่าคุณเหมาะกับSmart WatchหรือWear OS

ภาพประกอบโดยผู้เขียน2

Smart Watch - ถ้าให้นิยามSmart Watchสำหรับผม มันคือนาฬิกาที่ฉลาดกว่านาฬิกาทั่วๆไป คือมีความสามารถที่ติดมากับเครื่องเยอะแยะ แต่ไม่สามารถเพิ่มความสามารถได้อีก (อธิบายเท่านี้ก่อนครับ ค่อยไปขยายเพิ่มตรงส่วนข้อดี) ตัวที่นำมาเล่าให้ฟังคือ Mi Band4 (ที่จริงมันคือสายรัดข้อมือหรือที่เรียกว่าSmart Bandแต่ความสามารถเหมือนกัน)ได้มาในราคา 650 บาทครับ

Advertisement

Advertisement

จุดเด่น
1.การใช้งานด้านการออกกำลังกายค่อนข้างครบ วัดการเดิน การวิ่ง การว่ายน้ำ การนอน วัดอัตราการเต้นหัวใจ ซึ่งถือว่าค่อนข้างแม่นเลยทีเดียว...แต่ผมไม่ใช่สายออกกำลังกาย อันนี้ไม่จำเป็นสำหรับผมครับ

2.มีการแจ้งเตือนที่ค่อนข้างเร็ว เตือนได้น่าจะทุกแอพแล้วแต่เราอยากให้มันแจ้งเตือน หรือใช้แจ้งเตือนเวลามีสายเรียกเข้า เปลี่ยนเพลงได้ (บางรุ่นลงเพลงเพิ่มได้  ส่วนนี้Wear OSก็ทำได้ครับ)

3.แบตอึดมาก อภิมหาอึด สอง-สามสัปดาห์หรือเป็นเดือนๆ ใช้จนทำที่ชาร์จหายก็มีครับ ฮ่าๆๆ

ข้อสังเกต
1.ดูได้แค่ข้อความแจ้งเตือนเท่าไม่สามารถตอบกลับได้ ( แต่อันนี้Wear OSทำได้นะ )
2.ลงแอพอะไรเพิ่มเติมไม่ได้ ใช้ได้แค่ความสามารถเท่าที่ติดมากับเครื่อง

ภาพประกอบโดยผู้เขียน3

Wear os - มันคือSmart Watchที่ได้รับการอัพเกรดจากSmart Watchอีกที คือมีระบบปฏิบัติการในตัวที่ใช้ชื่อว่า "Wear OS"ได้รับการพัฒนาโดยGoogle  เพราะนอกจากจะมีความสามารถที่ติดเครื่องมาเยอะแยะ เหมือนSmart Watchแล้ว  ยังสามารถลงแอพเพิ่มได้เหมือนกับSmart Phone แต่จะให้ใช้แทนSmart Phone ตรงนี้ในความคิดผม  ยังไม่สามารถทดแทนได้(ขอเอาไปอธิบายในส่วนข้อดีนะครับ) ที่จริงในท้องตลาดเท่าที่ผมทราบ Smart Watchที่มีระบบปฏิบัติการนอกจากWear OSที่เป็นของGoogle ก็ยังมีTizen OSที่ใช้กับSmart Watchบางรุ่นของSamsung หรือApple Watch ที่ใช้ระบบปฏิบัติการIOS  ตรงนี้ที่ต่างกันคือจำนวนแอพพลิเคชั่นครับ อยู่ที่ชอบเลยครับ

Advertisement

Advertisement

จุดเด่น
1.ก็เหมือนSmart watch บางรุ่นโทรได้ รับสายได้ (Smart watchบางรุ่นก็ทำได้นะ) วัดการออกกำลังกายนู่นนั่นนี่ ที่ถือว่ามีความแม่นยำพอตัว เอาไปใช้งานได้ แต่ที่เพิ่มมาคือสามารถลงแอพ เช่นเครื่องคิดเลข  ปฏิทิน  ไฟฉาย แอพช่วยจดโน้ต Web Browserที่ให้เราสามารถเข้าเว็บได้จากในSmart Watch ฯลฯ หรือจะลงเกมแบบที่ไม่หนักเครื่องไม่กินสเปคก็ทำได้ครับ ตรงนี้น่าจะเป็นจุดขายของอุปกรณ์ตัวนี้เลย
2.ความสามารถด้าน Google Assistant คือดีงามล้ำค่า ถามอะไรไป พี่บอกได้เกือบหมด โดยที่เราไม่ต้องล้วงมือถือขึ้นมา ทั้งถามเรื่องทั่วไป เช่น “1หยวนเท่ากับกี่บาท”  “รถที่แพงที่สุดในโลก”  “9,7650+758เท่ากับเท่าไหร่” พี่Googleตอบได้เกือบหมด หรือสั่งโทรออกด้วยเสียง  สั่งเปิด Google MapจากWear OSได้เลย (เวลานำทางใช้ฟังเสียงเอานะครับ ดูจอไปด้วยไม่ค่อยจะไหว จอเล็กเกิน ฮ่าๆๆ)
ที่ผมชอบที่สุดคือให้มันเป็นล่ามแปลภาษาได้ เช่นเวลาเราเจอฝรั่ง เราพูดอังกฤษไม่คล่องหรือไม่ได้เลย  เราก็ใช้คำสั่ง “ช่วยเป็นล่ามภาษาอังกฤษ” ทีนี้เจ้า Wear OS ก็จะกลายร่างเป็นล่ามแปลภาษา  เรียกได้ว่าแปลแบบประโยคต่อประโยค  เราพูดไทยไป มันก็จะแปลเป็นอังกฤษให้ สามารถพูดไทยแบบรัวๆ ให้ฝรั่งฟังได้เลย และที่เด็ดก็คือพอฝรั่งเค้าพูดอังกฤษมาก็ไม่จำเป็นต้องมาเปลี่ยนให้มันเป็นภาษาอังกฤษ เจ้า Wear OS มันจะแปลที่เค้าพูดเป็นภาษาไทยให้เราทันที เค้าอังกฤษมา เราไทยไป เข้าใจกันแน่นอน ทลายกำแพงทางภาษาลงอย่างราบคาบไปเลยทีเดียว พี่กูเกิ้ลจึงเป็นสิ่งที่ผมคิดว่านี่แหล่ะสมกับเป็นความลำ้หน้าอีกขั้นของSmart Watchที่ใช้ระบบWear OS

Advertisement

Advertisement

ข้อสังเกต
1.ราคาแพงเอาเรื่องครับ ตัวถูกที่สุดเท่าที่ผมจะหาได้ ราคาก็ 5พันกว่าบาทแล้วครับในขณะที่พวกSmart Watchแบบดีๆหน่อยก็ประมาณ6-7ร้อยขึ้น จนถึงหลักพัน หลักหมื่นเรียกว่าSmart Watchที่ไม่มีระบบปฏิบัติการมีให้เลือกหลายราคากว่า

2.แบตหมดเร็วมาก ตรงนี้ถือเป็นจุดที่Wear OSเสียเปรียบ Smart Watch ที่สามารถอยู่ได้หลายอาทิตย์หรือเป็นเดือนๆ  อย่างเจ้า Ticwatch E ที่ผมใช้ สามารถใช้ได้แค่หนึ่งวันเท่านั้น ชาร์จตอนเช้า เย็นหมด หรือรุ่นที่แพงกว่าก็ไม่เคยเห็นรุ่นไหนที่เกิน1สัปดาห์(ขอพูดในแง่ที่เปิดทุกความสามารถที่มีนะครับ ไม่งั้นก็จะไม่ต่างกับ Smart Watch)
3.แอพที่ลงได้อย่าคิดว่ามันจะดีเหมือน Smart Phoneนะครับ มันใช้ได้ส่วนหนึ่งแต่ทดแทนไม่ได้ อย่าง Facebook Messenger เราทำได้แค่กดเข้าไปดูว่าใครทักมาก็จะเห็นบทสนทนา รูปภาพ สติกเกอร์ที่ผู้สนทนาส่งมา และตอบกลับได้เท่านั้น แต่ถ้าจะเป็นฝ่ายทักไปหาก่อนยังไม่สามารถทำได้ครับ  บางแอพมีบั๊กอยู่ มีเครื่องค้าง มีอืดบ้าง เหมือนSmart Phoneนั่นแหล่ะ
ภาพประกอบโดยผู้เขียน4สรุป
- เอาแค่วัดเรื่องการออกกำลังกาย แบตอึด ดูแจ้งเตือน  เน้นราคาประหยัด ก็เอาSmart Watchครับ

- อยากลงแอพเพิ่มเพื่อให้มีลูกเล่นหลากหลาย ต้องการผู้ช่วยอัจฉริยะอย่างGoogle Assistant  รับได้กับแบตหมดเร็ว มีเวลาชาร์จเยอะ ให้เลือกWear OS ครับ ยังไงสุดท้ายก็เลือกเอาที่เหมาะกับไลฟ์ สไตล์เรานะครับ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์