คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

“ ซ่าส์พอมั้ย สาววัยเลขสี่ ฝึกขี่มอเตอร์ไซค์ สุดซิ่งครั้งแรก ”

ฝุ่นฟุ้ง
ฝุ่นฟุ้ง
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ฝุ่นฟุ้ง
แจ้งตรวจสอบ
“ ซ่าส์พอมั้ย สาววัยเลขสี่ ฝึกขี่มอเตอร์ไซค์ สุดซิ่งครั้งแรก ”

 

test1

ภาพโดย  unsplash.com

       ผู้หญิงกับมอเตอร์ไซค์ !!!   ปัจจุบันสภาพจราจร  รถติดหนักมาก  การเดินทางใช้เวลานานขึ้นเยอะ  ทำให้เกิดความเครียด  อารมณ์เสียหงุดหงิดโมโหง่าย  การไปถึงที่หมายให้เร็วที่สุดเป็นเรื่องยากและช้าจัง  ตอนนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตัวช่วยที่ดีที่สุด คือ รถมอเตอร์ไซค์  นั่นไง !! เจ้านี่กลายเป็นขวัญใจซุปเปอร์ฮีโร่บนท้องถนนไปซะแล้ว   คุณคิดว่า ผู้หญิงควรขี่มอเตอร์ไซค์ให้เป็นกันมั้ย?

 

จักรยาน          ภาพโดยนักเขียน        

       สาว ๆ ใครยังขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็นบ้างคะ?   ผู้เขียนอยู่กลุ่มนี้ด้วยค่ะ  อายุเข้า "เลขสี่ " แล้วยังขี่ไม่เป็น ปั่นจักรยานมาตลอด เร่งสุดฤทธิ์ก็แซงเขาไม่ได้ กว่าจะถึงก็ช้าเหลือเกิน ปวดขา 2 ข้างเข้าไปอีก  เริ่มคิดหนักละ ถ้าขี่มอเตอร์ไซค์ได้ก็คงดี วิ่งฉิวเร็วด้วย  แต่อายุขนาดนี้เพิ่งเริ่มเรียนฝึกขี่ จะไหวรึ?   ส่วนใหญ่เขาฝึกขี่กันตั้งแต่เด็ก ๆ ถึงวัยรุ่น  ขี่คล่องออกถนนใหญ่กันได้แล้ว   มองแล้วอิจฉาอยากขี่ได้แบบเขามั่ง

Advertisement

Advertisement

 

CRภาพโดยนักเขียน 

       จนวันนึงแฟนพาไปฝึกขี่มอเตอร์ไซค์ แนะนำว่า มือใหม่ ควรเริ่มฝึกด้วยรถระบบออโต้ ก่อน  รถสามารถแบ่งง่าย ๆ  2 ระบบ คือ

ระบบ เกียร์ (โซ่) กับ ออโต้ (สายพาน) จุดแตกต่างที่ชัดเจน คือ

1. โซ่  -  ข้อดี : มีเฟืองเกียร์ คันเกียร์ ทนทานกว่าสายพาน  ซ่อมได้ง่าย  อะไหล่ไม่แพง

แต่ข้อเสีย : ใช้ความเข้าใจทักษะสูง   เกียร์มีหลายระดับเบอร์   เปลี่ยนเกียร์ตามสภาพพื้นถนน   ต้องคอยดูแลปรับตั้งความตึงโซ่

2. สายพาน  -  ข้อดี :  ขับขี่เข้าใจง่ายกว่าเพราะไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์เกียร์  บิดเร่งกับเบรค ประคองรถเท่านั้น

 แต่ข้อเสีย : สายพานอายุการใช้งานที่สั้นกว่าโซ่  ราคาอะไหล่จะแพงกว่าโซ่  

Advertisement

Advertisement

 

test 2

ภาพโดย  unsplash.com

      จากประสบการณ์ตรงเลย คือ เริ่มฝึกด้วยรถแบบมีเกียร์  จะมีระดับเบอร์ 1 , 2 , 3 , 4 , ว่าง ซึ่งต้องคอยเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับพื้นถนน ทางตรง ทางโค้ง  จะใช้เบอร์เดียวตลอดไม่ได้ค่ะ เป็นไงคะ เริ่มยากขึ้น  ขี่ไปเปลี่ยนเกียร์ไป   โอ้โหอะไรกันนี่  สมองไม่แล่น  เปลี่ยนเกียร์ไม่ทัน  รถไม่วิ่ง เครื่องก็ร้อง ทั้งสั่น ทั้งเกร็ง  ความเร็วสปีดสุดที่ 20-30 km. รถหลังก็รอ   บทสรุปจบที่ ... ล้ม ...  เกือบตกคลองน้ำทั้งรถทั้งคนแถมซ้อนแฟนมาด้วย  จบแบบได้เลือดเจ็บ ๆ มาจ้า   ดั่งคำว่า  “นักรบ ย่อมมีบาดแผล"   จากนั้นหยุดการฝึกขี่ไปนาน ใจมันกลัว ๆ น่ะสิไม่กล้าซะแล้ว  รู้สึกว่า  การขับขี่ควบคุมรถมันยากจัง  

 

ฝึกภาพโดยนักเขียน 

       เวลาผ่านไปหลายเดือนเริ่มทบทวนความคิดใหม่  ให้ดิฉันกลับสู่การเรียนฝึกขี่อีกครั้ง  ทุกคนลงความเห็นว่า  ฝึกขี่รถระบบ Auto ดีกว่า  อายุก็เยอะจะมาฝึกระบบเกียร์มันเข้าใจช้า จากการเข็ดขยาดครั้งที่แล้ว  ทำให้ดิฉันตัดสินใจเร็วมาก เลือกซื้อ ระบบ Auto รุ่นนี้  ราคาเบากระเป๋า  ขนาดรถไม่ใหญ่เกินไป  แถมมีสีแดงถูกโฉลกด้วย

Advertisement

Advertisement

       พอเริ่มหัดขี่ รถระบบ Auto  รู้สึกได้ชัดเจนเลยว่า ขี่คล่อง เข้าใจง่าย สบายกว่าระบบเกียร์มาก ๆ ประคองรถให้ได้  เลี้ยวให้เป็น บิดเบรก แค่นั้น  ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์  ไม่ต้องกังวลจดจำเกียร์เบอร์ต่าง ๆ เลย

 

สนาม

 ภาพโดยนักเขียน                      

       หลังจากซื้อรถใหม่ป้ายแดง  เริ่มเปิดสนาม  สถานที่ฝึก คือ ถนนในหมู่บ้าน  ขี่วนไป ขี่วนมา  เพื่อนบ้านก็มองขี่แค่นี้เองเหรอ  มาไกลสุดก็ถนนหน้าหมู่บ้านแค่นั้น  พอถึงเลี้ยวกลับ ไม่รู้เป็นไง ไม่กล้าที่จะออกไปไกลกว่านั้น ลองหลายครั้งละ พอขี่ถึงหน้าหมู่บ้านทีไร เห็นรถสวนไปสวนมาข้างหน้า ใจมันฝ่อความกลัวก็มา  มือกำคันเร่งกับเบรกตามสูตรท่าได้เป๊ะ แต่ได้แค่ยืนมองดูไม่ไปต่อ  ฝึกเป็นปีแล้วยังไม่ออกนอกหมู่บ้านเลย  อายเด็กจริง ๆ  ขี่แซงออกไปแล้ว  ผู้เขียนยังอยู่ตรงนี้  กองเชียร์ก็เชียร์จังให้ลองขี่ออกไป  หลายเสียงพูดแบบเดียวกัน คือ

       " ใจต้องกล้า  ต้องบ้า  ข้าถึงจะขี่เป็น  "  ดิฉันก็ได้แค่ยิ้ม ๆ ค่ะ ๆ

 

test 5 ภาพโดยนักเขียน

       ในที่สุดวันนั้นก็มาถึง   สำหรับผู้เขียน  ขอเรียกวันนี้ว่า “ วันวัดใจ ”  เป้าหมาย  คือ วัดไผ่เลี้ยง (วัดใกล้บ้าน ผ่านประจำ)  และ สนามกีฬาของมหาวิทยาลัยธนบุรี      ตัดสินใจอยู่นานมาก ๆ   เอาละเริ่มต้นขี่ช้า ๆ  จากหน้าบ้านตัวเองมาถึงหน้าหมู่บ้าน  แล้วหยุดชะงักไปพักนึง    คิดถึงจุดหมายมองทางข้างหน้า ท่องในใจ  " เราต้องทำให้ได้ ต้องขี่ออกนอกหมู่บ้านให้ได้ "  จากนั้นมองซ้าย  มองขวา รถว่าง  เอาละ ฮึบ ๆ ฮึด ๆ  หรี่ตานิดนึง แล้วพุ่งเลย  บิดเร่งเลี้ยวขวาออก เกือบเตลิดไปชนกำแพงกับเสาไฟฟ้า  แล้วก็ประคองไปทางตรงไปเรื่อย ๆ  ได้ซะงั้น      " เฮ้ย ๆ  ฉันทำได้  ขี่ออกนอกหมู่บ้านได้แล้ว  ใจนี่วี๊ดวิ่วลิ่วลอยไปไกล "

 

test 6

วัด ภาพโดยนักเขียน               .

       เมื่อประคองทางตรงมาถึงจุดหมาย ค่อย ๆ เลี้ยวซ้ายเข้าวัด จอดหน้าประตูทันที มาถึงแล้ว  เย้ ๆ!!  ตอนนั้นอยากจะกระโดดร้องกรี๊ดดัง ๆ สุด ๆ ค่ะ  เราทำได้ !!!  หัวใจเต้นแรงและรัวระทึกมาก โคตรดีใจ  ในที่สุดฝันเป็นจริงนี่หว่า  อยากมาที่นี่ด้วยตัวเองให้ได้  มาถึงแล้วรู้สึกว่าอย่างกับถูกแจ็กพ็อตล็อตเตอร์รี่รางวัลที่ 1   ไหว้พระแล้วขี่ไปสนามกีฬาต่อเลยจ้า  โอ๊ย ๆ ใจนี่ลอยเหมือนบินได้  เอาชนะความกลัวได้แล้ว !!

 

 

 

test 8ภาพโดย  unsplash.com  

                   นี่แหละที่เขาเรียกว่า  "เอาชนะความกลัว  ด้วยความกล้า"  ก้าวข้ามทุกอย่างได้ อยู่ที่ใจเรานี่เอง  หากใครที่คิดว่า  "กลัว" หรือ "อายุเข้าเลขสี่  เยอะแล้ว"  ขอบอกว่า ผู้เขียนทำได้แล้วจริง ๆ  เริ่มเลย  ไม่ได้ยากอย่างที่คิด และ "ไม่มีใครแก่เกินเรียน"  แค่ตั้งใจพยายามทำให้ได้ อยากให้คุณลองดูค่ะ   

                  " การเดินทางอันน่าตื่นเต้น แสนสนุก สะดวกสบาย แล้วคุณจะรู้ว่า ชีวิตเรามีสีสันขึ้นมากมายค่ะ "

 

 

 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก unsplash.com           

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด