อื่นๆ

ตะลุยค่ายสร้างฝายครั้งแแรก จะรอดหรือเละกันนะ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ตะลุยค่ายสร้างฝายครั้งแแรก จะรอดหรือเละกันนะ

ผู้เขียนเคยมีโอกาสไปร่วมค่ายอาสาค่ายหนึ่ง ที่เมื่อย้อนเวลากลับไปนึกถึงเมื่อไหร่ก็อิ่มเอมและมีความสุขอย่างไม่น่าเชื่อ วันนี้ผู้เขียนจึงอยากนำเรื่องราวดี ๆ เหล่านั้นมาแบ่งปันให้ผู้อ่านทุก ๆ ท่าน ค่ายนี้บอกเลยว่าทรหดสุด ๆ ขึ้นเขาลงห้วย แบกปูนไปโบกฝายกันโดยแท้ หากผู้อ่านพร้อมแล้ว เราไปเริ่มทำความรู้จักกับค่ายนี้กันเลย 

มารู้จักค่ายนี้กันเถอะ

  • ข้อมูลทั่วไป Pre

            ค่าย ฅ. คนสร้างฝายดำเนินงานภายใต้สังกัดองค์การนิสิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในนามชมรมสานฝันคนสร้างป่า ผู้เขียนได้มีโอกาสไปเข้าร่วมในครั้งที่ 8 ส่วนครั้งอื่น ๆ นั้นผู้เขียนได้แต่เฝ้าดูภาพผ่านทางเฟสบุ๊คเท่านั้น  ค่ายครั้งที่ 8 นี้พวกเราเดินทางไปที่บ้านน้ำทิพย์ ตำบลทุ่งลุยลาย อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ เราไปกันถึง 5 วัน 4 คืนเลยทีเดียว บอกเลยว่าค่อนข้างจะโหดเอาเรื่อง

Advertisement

Advertisement

  • กิจกกรมในค่ายสำหรับกิจกรรมในค่าย บอกเลยว่าตารางกิจกรรมแน่นเอี้ยด แทบไม่ได้พักกันเลยทีเดียว  ผู้อ่านสามารถอ่านรายละเอียดข้างล่างนี้เพื่อให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น

ในวันแรก: พวกเราเข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการเพื่อละลายพฤติกรรมและรู้จักกันมากยิ่งขึ้น 

วันที่สอง: พวกเราช่วยกันตักดินทรายใส่กระสอบ จากนั้นก็ช่วยกันส่งต่อกันไปเป็นทอด ๆ ไปยังที่ที่จะทำฝาย บอกเลยว่าถุงทรายหนักมาก เพราะก่อนหน้านั้นฝนตกหนัก ทำให้ทรายเปียก เรียกว่ามือพอง ปวดแสบปวดร้อนกันเลยที่เดียว 

1

2

วันที่สาม: และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่เราได้เห็นฝายชะลอน้ำของจริง หลังจากขนอุปกรณ์ที่จำเป็นมาถึงลำธาร เหล่าสต๊าฟก็มอบหมายงานสร้างฝายให้แต่ละกลุ่มสีทำ โดยจะแบ่งออกเป็นฐานต่าง ๆ คือ ฐานตัดไม้ ฐานฝังเสา ฐานวางกระสอบทราย และฐานผูกเชือก สมาชิกค่ายทุกคนต้องเรียนรู้การทำงานในฐานต่าง ๆ ก่อนการทำงานจริง ทำให้พอทำงานจริง ๆ พวกเราทำได้คล่องแคล่วและได้งานที่มีคุณภาพ ใช้เวลา 1 วันเต็ม ๆ ฝายชะลอน้ำของพวกเราจึงเสร็จสมบูรณ์ วันนี้หมดแรง หัวถึงหมอนปุ๊บหลับทันที

Advertisement

Advertisement

3

วันที่สี่: วันนี้เป็นวันพักผ่อน พวกเราไปออกเดินทางไกลไปเที่ยวป่าและน้ำตกเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานหนัก ช่วงบ่ายก็เป็นกีฬาสี เรียกว่าเป็นวันแห่งความสนุกเลยจริง ๆ 

4

วันที่ห้า: พอคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายก็แอบใจหายเหมือนกันนะ เพราะเราทุกคนในค่ายเริ่มจะผูกพันธ์และสนิทกันแล้ว หลังจากตื่นนอนพวกเราก็ไปถ่ายรูปคู่กับฝายที่พวกเราทำ แล้วจึงกลับมาร่วมพิธีบายสีสู่ขวัญก่อนจะนั่งรถกลับบ้านกัน บายศรี

  • ความประทับใจในค่าย

มีหลายสิ่งมาก ๆ ที่ทำให้ผู้เขียนรักค่ายนี้ คงเป็นเพราะทุกอย่างมันดีไปหมด เริ่มจากพี่สตาฟทุกคนที่ดูแลชาวค่ายเสมือนคนในครอบครัว คอยทำอาหาร ดูแลปัญหาสุขภาพ รวมไปถึงคอยเป็นที่ปรึกษาและคอยให้กำลังใจกันอยู่เสมอ ต่อไปขอกล่าวถึงแม่ฮักพ่อฮัก สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าแม่ฮักพ่อฮักคือใคร ขอบอกว่าคือชาวบ้านหมู่บ้านน้ำทิพย์ที่รับดูแลพวกเรา อนุญาตให้พวกเราไปอาบน้ำและทานข้าวที่บ้านได้ แม่ฮักของผู้เขียนเป็นชาวนา ท่านไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากและมีลูกน้อยต้องดูแลตลอด แต่กระนั้นท่านก็ยังมาร่วมกิจกรรมกับผู้เขียนเสมอ และคอยทำอาหารอร่อย ๆ ให้ผู้เขียนทาน บอกเลยว่ารักท่านมาก ๆ หากมีโอกาสก็อยากกลับไปเยี่ยมอีกครั้ง และที่จะไม่พุดถึงไม่ได้คงเป็นเพื่อน มนุษย์ข้าง ๆ ที่ทำให้ความลำบากกลายเป็นเรื่องสนุกขึ้นมาได้ 

Advertisement

Advertisement

5

  • คำเชิญชวน

สำหรับใครที่อยากออกเดินทางไปใช้ชีวิตกับป่าเขาและชาวบ้าน ขอบอกเลยว่าค่ายนี้ตอบโจทย์มาก ๆ เพราะที่นั่นคุณจะได้สัมผัสชีวิตชนบท ได้อาบน้ำเย็นเจี๊ยบ ได้กินอาหารฝีมือชาวบ้าน ได้ทำฝายที่เป็นประโยชน์มาก ๆ ต่อคนในท้องถิ่น ความลำบากที่คุณพบเจอ อาจจะทำให้คุณหลงรักมันโดยไม่รู้ตัว ซึ่งหากผู้อ่านสนใจอยากร่วมกิจกรรม สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: ชมรมสานฝันคนสร้างป่า หวังว่าจะได้พบกันนะ 


ภาพปกและภาพประกอบโดย: เจ้าของบทความ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์