คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

ทะเลหมอก ที่ม่อนเงาะ

ฺButtersweet
ฺButtersweet
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ฺButtersweet
แจ้งตรวจสอบ
ทะเลหมอก ที่ม่อนเงาะ

 

วิวดอยเมื่อฤดูหนาวใกล้เข้ามาถึงทีไร สถานที่ท่องเที่ยวที่ฉันจะต้องพาตัวเองไปมักหนีไม่พ้นภูเขาสวยๆ กับทะเลหมอกยามเช้า และการรอคอยพระอาทิตย์ขึ้นอย่างช้าๆ มันเป็นความงดงามที่น่าหลงไหลอย่างบอกไม่ถูก ความงดงามที่เราอยากจะหยุดเวลาไว้ และครั้งหนึ่งที่ฉันอยากหยุดเวลาไว้ ก็คือจุดชมวิว"ม่อนเงาะ" ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่ตั้งอยู่ใน อำเภอแม่แตง จังหวัด เชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางไม่ไกลจากในเมืองมากนัก การเดินทางก็สะดวกด้วย  "ม่อนเงาะ" ถือเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่ยังมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ถ้าเทียบกับที่อื่นๆ ในเชียงใหม่ ถือเป็นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์มากทีเดียว พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นเนินเขา และภูเขาสลับซับซ้อน พื้นที่ราบจะน้อยมาก ประชากรของที่นี่ประกอบไปด้วยคนพื้นเมืองและชาวเขาเผ่าม้ง 

เราเลือกเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว แต่ก่อนเดินทางไปถึงม่อนเงาะนั้น เราได้แวะพักที่ ม่อนแจ่ม  จึงใช้เวลาเดินทางไม่ไกลมาก แต่หากเดินทางมาจากตัวเมืองเชียงใหม่ จะใช้เวลาประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ ค่ะ การมาม่อนเงาะครั้งนี้ เราเลือกที่จะมานอนพักในหมู่บ้านเป็นเวลา 1 คืน เพื่อซึบซับบรรยากาศของที่นี่ได้อย่างเต็มที่ และเพื่อที่ตอนเช้าเราจะได้เตรียมตัวไปชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นได้ทันเวลานั่นเองค่ะ 

Advertisement

Advertisement

โฮมสเตย์ที่เราเลือก ก็ไม่ทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ ค่ะ เจ้าของบ้านน่ารัก อัธยาศัยดี เป็นคุณลุงกับคุณป้า ที่ให้เราเรียกท่านว่า พ่อกับแม่  ให้ความรู้สึกเหมือนเรากลับไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่อยู่ต่างจังหวัดเลยค่ะ โฮมสเตย์นี้มีชื่อว่า บ้านเหล่าพัฒนา โดยค่าที่พักอยู่ที่ราคา คนละ 450 รวมอาหารเย็น และอาหารเช้า ด้านหน้าของโฮมสเตย์ มีลำธารไหลผ่านหน้า เสียงจากลำธารทำให้เรารู้สึกใกล้ชิดธรรมชาติมากๆ

Advertisement

Advertisement

เราเดินทางมาด้วยกันทั้งหมด 4 คน และได้ถูกจัดให้อยู่ในบ้านส่วนตัวทั้งหลัง เป็นบ้าน 2 ชั้น ซึ่งข้างบนจะเป็นไม้ ข้างล่างเป็นปูน ข้างบนจะเป็นที่นอน โดยมีฟูกใหญ่ๆ นอนได้ 2 คนจัดไว้หน้าทีวี 2 ชุด และ มีห้องนอนส่วนตัวด้านในอีก 1 ห้อง กับ ฟูกอีก 1 ชุด ถัดจากหน้าทีวี ออกไปจะเป็นระเบียงรับลมธรรมชาติ อากาศเย็นสบาย เป็นที่สำหรับทานอาหารเย็น สังสรรค์ พูดคุยกัน ส่วนชั้นล่างจะเป็นห้องน้ำ ซึ่งค่อนข้างกว้างและติดกับริมธาร อาบน้ำไป ได้ยินเสียงลำธารไป ได้บรรยากาศดีค่ะ                                                                      





การได้มาพักที่นี่ทำให้เราได้กลับมาสัมผัสวิถีชีวิตช้าๆ ง่ายๆ เป็นแหล่งชาร์จพลังงานที่ดีเลยทีเดียว อาหารการกินที่นี่ก็ง่ายๆ ค่ะ อย่างอาหารเย็น เจ้าของบ้านก็จะเก็บผักและผลไม้ริมรั้ว และที่ปลูกไว้ในบ้านมาทำกับข้าวให้เราทาน ซึ่งเป็นอาหารพื้นเมืองของที่นั่น ทุกเมนูที่ทำ อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ทั้งนั้น และที่สำคัญอร่อยด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนที่นี่ถึงดูสุขภาพร่างกายแข็งแรงกันทุกคน นอกจากเจ้าของบ้านทั้งสองท่านจะทำอาหารอร่อยๆ ให้เราทานแล้ว ทั้งสามีและภรรยา ก็มานั่งร่วมวงทานอาหารเย็นพร้อมกับเรา พร้อมเล่าเรื่องวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี่ให้ฟัง สอนภาษาพื้นเมืองให้เรา และเล่าเรื่องราวสนุกๆ ชวนหัวเราะให้เราฟังมากมาย ถือว่าเป็นอีกประสบการณ์ดีๆ ที่ได้จากเจ้าของบ้าน วันแรกก็ประทับใจสุดๆ เลยค่ะ อ่อ ลืมบอกไปว่าที่นี่ไม่มีแอร์นะค่ะ เพราะอากาศดี ไม่ต้องมีแอร์ก็อยู่ได้สบายมากๆ 

Advertisement

Advertisement

เช้าวันรุ่งขึ้นเรานัดกันไปชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นบนจุดชมวิวม่อนเงาะ โดยเจ้าของโฮมสเตย์เป็นคนขับรถพาเราไป ค่ารถอยู่ที่ 500 บาท สำหรับช่วงฤดูกาล อาจจะปรับขึ้นเป็น 700 บาท ช่วงที่เราไปเป็นช่วงปลายๆ ตุลาคม 2561 โชคดีที่เราไม่เจอฝนเลย เล่ามาซะยาวไปดูภาพสวยๆ บนม่อนเงาะที่เราเก็บบันทึกไว้กันดีกว่าค่ะ

เราเดินทางมาถึงยอดดอยม่อนเงาะประมาณ 6 โมงเช้า และได้พบกับแสงพระอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวขึ้นอย่างช้าๆ

แสงแรกของเช้าวันใหม่ที่มาพร้อมกับหมอก เป็นภาพที่สะกดสายตาของฉันให้หยุดอยู่ตรงนั้นไปชั่วขณะ เป็นภาพแห่งความทรงจำที่สวยงาม

แสงแรกของวันใหม่ที่เรารอคอย

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเมื่อแสงอรุณเริ่มสว่างขึ้นๆ ก้อนเมฆที่เกาะกันเป็นก้อนก็เริ่มสลายคลายตัวไปในที่สุด  

ที่สุดแห่งการรอคอย  ที่สุดของการรอคอย คือ ความงดงามที่ปรากฎอยู่ตรงหน้า นี่แหละความสุขที่ธรรมชาติมอบให้ ความสุขที่ทำให้เรานิ่งและสงบ ลืมความวุ่นวายต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไปได้ชั่วขณะ นี่แหละพลังของธรรมชาติ

อยากหยุดเวลาดีๆ ไว้นานๆ อยากหยุดเวลาดีๆ แบบนี้ไว้นานๆ อยากเก็บช่วงเวลาแบบนี้ไว้ให้ได้นานที่สุด เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไป อารมณ์ ณ ตอนนั้นคือ อยากปล่อยให้ใจละลาย..ที่ปลายม่อนเงาะ  

ภูเขา ท้องฟ้า และทะเลหมอกภูเขา ท้องฟ้า และทะเลหมอก ธรรมชาติยามเช้าที่ลงตัวที่สุด 

นี่มันสวรรค์บนดินชัดๆนี่ยังไม่ถึงฤดูหนาวจริงๆ หมอกก็หนาขนาดนี้แล้ว 

รอยยิ้มของทุกคนที่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น ความหวังของเช้าวันใหม่ ทำให้หลายๆ คนยิ้มและมีความสุข เมื่อได้สัมผัสและชื่นชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด 

ธรรมชาติสร้างรอยยิ้มนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆ ยืนหามุมสวยๆ ถ่ายรูปบนยอดดอยม่อนเงาะ แต่ละมุมของยอดดอยก็มีความสวยงามที่แตกต่างกัน 

ขอวิวดีๆ สักหนึ่งรูปจุดที่หลายๆ คนชอบมาถ่ายรูป  แต่แอบเสียวนิดนึง 

ลองนั่งหันหลังดูบ้างกลัวความสูงแหละ ดูออก แต่วิวสวยดึงดูดใจจนทลายกำแพงแห่งความกลัวออกไป

เช้าจริงๆ ซะที หมอกหนาๆเมื่อหมอกหายเมื่อหมอกได้จางหายไป ความเขียวขจีของป่าก็จะประมาณนี้ ป่าที่นี่อุดมสมบูรณ์จริงๆ 

ผู้ร่วมเดินทางขอบคุณเพื่อนร่วมเดินทาง ขอบคุณสำหรับทริปปลายปี (2561) ดีๆ ที่เต็มไปด้วยความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านที่พักที่เจ้าของโฮมสเตย์ให้การต้อนรับพวกเราด้วยความอบอุ่น ดูแลเราตลอดทั้งทริปเป็นอย่างดี ให้เราได้สัมผัสประสบการณ์ธรรมชาติบนยอดดอยแห่งนี้ รวมทั้งได้สำรวจธรรมชาติบนยอดดอยม่อนเงาะอย่างใกล้ชิด ทะเลหมอกที่นี่สวยไม่แพ้ที่อื่นเลยค่ะ และที่ชอบมากเพราะคนไม่เยอะจนเกินไป อากาศช่วงตุลาคมกำลังเย็นพอดี เพราะเป็นช่วงฤดูฝน อุณหภูิมก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 20 - 25 องศา 

ต้องขออภัยผู้อ่านที่ไม่ได้แชร์รูปถ่ายของโฮมสเตย์ในบทความนี้ แต่ทุกคนสามารถเข้าไปดูในลิ้งด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ 

ติดต่อ : Facebook

ที่อยู่ : โฮมสเตย์บ้านเหล่าพัฒนา Home Stay Ban lao. หมู่ที่ 4 ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ต.เมืองก๋าย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

 

ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน

#เที่ยวเมืองไทย #ยอดดอยม่อนเงาะ #แม่แตง #เชียงใหม่

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด