ความรู้

ทำความเข้าใจ! ความหมายที่แตกต่างระหว่างการ "ลงทุนในหุ้น" และการ “เล่นหุ้น”

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ทำความเข้าใจ! ความหมายที่แตกต่างระหว่างการ "ลงทุนในหุ้น" และการ “เล่นหุ้น”

     สำหรับตลาดหุ้นบ้านเรา Stock Exchange of Thailand (SET) ณ ตอนนี้ (วันที่ 20/03/63) อยู่ที่ 1,1XX จุด ซึ่งเมื่อแทบกับปีที่แล้วที่ SET เคยทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,7XX จุด คิดเป็น % แล้ว SET ได้ล่วงลงมาประมาณ 35% เหตุผลที่ล่วงมาขนาดนี้เกิดจากปัจจัยหลายด้าน เช่น ปัญหาสงครามการค้า ปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัวที่ส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน และปัญาหาที่สำคัญที่สุดก็คือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกและไม่มีทีที่ว่าเชื้อโรคร้ายจะหยุดการแพร่ระบาดในเร็ว ๆ นี้ ทำให้นักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างเทขายหุ้นจน SET ทำจุดต่ำสุดที่ 9XX จุด ในวันที่ 13/03/63 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 8 ปีที่ผ่านมาstock downขอขอบคุณภาพจาก pixabay

     โดย ณ ตอนนี้เราไม่สามารถคาดเดาได้ว่า SET จะทำจุดต่ำกว่า 9XX หรือ อาจจะค่อย ๆ ไต่ขึ้นไปเรื่อย ๆ เพราะนักลงทุนบางกลุ่มอาจเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีในรอบ 8 ปีที่จะเก็บหุ้นในราคาที่ถูกมาก ๆ นักลงทุนที่เข้ามาหวังเก็บโอกาสนี้ผมจึงอยากให้คิดว่าเป็นการ "ลงทุนในหุ้น" ไม่ใช่เป็นการ “เล่นหุ้น” ซึ่ง 2 ประโยคนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างไรวันนี้ผมจะมาอธิบายให้เข้าใจครับ

Advertisement

Advertisement

    บางคนอาจเข้ามาในตลาดหุ้น “เล่นหุ้น” โดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลหุ้นตัวนั้นมาก่อน ซื้อไปเพื่อหวังว่าจะรวยในระยะสั้น การเข้ามาแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการเล่นการพนัน พึ่งดวง พึ่งโชค โดยหวังสิ่งตอบแทนที่ได้มาแบบง่าย ๆ แต่สำหรับผมแล้ว "ลงทุนในหุ้น" คือการทำธุรกิจ หรือเรียกได้ว่าเมื่อเราลงทุนในธุรกิจหนึ่งแล้ว เราก็จะเป็นกลายเป็นหุ้นส่วนของธุรกิจนั้น ๆ เช่น ลงทุนในหุ้น CPALL คุณก็จะกลายเป็นหุ้นส่วนร้านค้าสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในประเทศภายใต้เครื่องหมายการค้า 7-Elevenstore

Advertisement

Advertisement

ขอขอบคุณภาพจาก freepik

    หรือ ลงทุนในหุ้น TRUE คุณก็จะกลายเป็นหุ้นส่วนบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่มีสัญญาณ 5G ที่ดีที่สุด ที่จะสะท้อนบทบาทเทคโนโลยีอัจฉริยะบน True5G5Gขอขอบคุณภาพจาก freepik

    โดยในการทำธุรกิจทุกอย่าง ต้องใช้เวลาเพื่อที่ให้เวลามันก่อร่างสร้างตัว ค่อย ๆ เพิ่มมูลค่าของมันไปเรื่อย ๆ และไม่มีทางที่ธุรกิจมันจะเพิ่มมูลค่าขึ้นไปอย่างรวดเร็วภายใน 2-3 วันนี้ได้หรอก

     เช่นเดียวกันอีกมุมนึงธุรกิจจะมีมูลค่าต่ำจนเหลือศูนย์ภายใน 2-3 วัน นี้ไม่ได้เช่นกัน ซึ่งการที่ธุรกิจนั้น ๆ กำลังจะเจ๊ง มูลค่าของธุรกิจนั้นจะค่อย ๆ ต่ำไปเรื่อย ๆ ถ้าเราติดตามข่าวสารของธุรกิจนั้นตลอด และตรวจสอบผลประกอบการของธุรกิจทุกไตรมาส เราก็ไม่มีทางเจ๊งตามธุรกิจนั้นอย่างแน่นอน

Advertisement

Advertisement

     ลองคิดถึงความเป็นจริง ถ้าเราอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ เราจำเป็นต้องสร้างโรงงานขึ้นมาก่อน ให้เวลา 1 ปี เราอาจสร้างโรงงานนั้นยังไม่เสร็จเลยก็ได้ก็เหมือนกับการลงทุนในหุ้นนั่นแหละครับ “ถ้าการทำธุรกิจต้องใช้เวลา การลงทุนหุ้นก็ต้องใช้เวลาเช่นกัน”


อ้างอิง

  • ขอขอบคุณภาพปกจาก pixabay
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
The ILLusiON
The ILLusiON
อ่านบทความอื่นจาก The ILLusiON

แบ่งปันความรู้เรื่องการลงทุน และข้อคิดจากหนังที่ชอบ

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์