อื่นๆ

ผีขอน้ำ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ผีขอน้ำ

เมื่อประมาณห้าสิบปีที่ผ่านมา บ้านเกิดของผู้เล่าอยู่อำเภอเล็ก ๆ ในภาคตะวันออก ยังไม่มีไฟฟ้า ถนนยังเป็นถนนลูกรัง โรงพยาบาลประจำอำเภอก็เป็นโรงพยาบาลเล็ก ๆ คล้ายสถานีอนามัย หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในปัจจุบัน หมอรวมถึงบุคลากรมีน้อย อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ฉะนั้นใครที่ป่วยอาการหนัก ๆ ต้องส่งโรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งอยู่ไกลจากอำเภอที่ผู้เล่าอยู่ประมาณห้าสิบกิโลเมตร

วันหนึ่งมีผู้ป่วยชายรายหนึ่งเป็นโรคหัวใจ ทางโรงพยาบาลประจำอำเภอจึงส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ซึ่งการเดินทางสมัยนั้นต้องใช้รถสองแถว และรถสองแถวจะมีแค่ 2 รอบ ต่อวัน คือเช้าหนึ่งรอบ และเย็นหนึ่งรอบเท่านั้น ใช้เวลาในการเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งจึงจะถึงโรงพยาบาลปลายทาง

ตอนขาไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด มีญาติของคนไข้ไปด้วย แต่เมื่อรักษาตัวอยู่สองวัน คนไข้ก็ได้เสียชีวิตในเวลากลางดึกของคืนถัดมา รุ่งเช้าญาติมายื่นเอกสารเกี่ยวกับผู้ตายและเมื่อทำเรื่องเรียบร้อย จึงได้เหมารถสองแถวเพื่อเอาบรรทุกศพกลับบ้านเพื่อทำพิธีศพ

Advertisement

Advertisement

พอเวลาประมาณห้าโมงเย็นคนขับสองแถวก็ไปรับศพ โดยเอาศพไว้ข้างหลัง และใช้ผ้าคลุมศพ และเห็นทางกระจกหลังว่ามีญาตินั่งมาด้วยคนหนึ่ง จากนั้นจึงออกเดินทาง เนื่องจากรถสองแถวนั้น ค่อนข้างเก่าไม่มีแอร์ คนขับต้องเปิดกระจกทั้งสองข้าง ถนนในสมัยก่อนก็เป็นหลุมเป็นบ่อ สองข้างทางมืดมาก นาน ๆ จะมีบ้านคนสักหนึ่งหลัง รถ

คนขับมาเรื่อย ๆ ยังไม่ถึงครึ่งทางก็รู้สึกเหมือนมีมือคนมาจับที่แขนเสื้อแต่ก็ไม่กล้าหันไปมอง ตอนแรกคิดว่าตัวเองอุปทาน ขับมาเรื่อย ๆ ก็มีมือมาดึงแขนเสื้ออีก และได้ยินเสียงแผ่วเบาว่า "ขอน้ำกินหน่อย" คนขับรถจึงเปิดไฟเลี้ยวเข้าข้างทางและจอดเพื่อยื่นน้ำให้ญาติของผู้ตายดื่ม ในใจของคนขับเกิดความสงสารเมื่อเห็นหน้าตาอันซีดเซียวของญาติผู้ตาย จึงกล่าวปลอบว่า "แข็งใจอีกนิดนะ ใกล้จะถึงบ้านแล้ว" 

Advertisement

Advertisement

จากนั้นคนขับรถก็ขับรถต่อไปอีกประมาณ 10 นาที จึงถึงบ้านของผู้ตาย โดยมีญาติที่นั่งมาข้างหลังคอยตะโกนบอกทางมาตลอด จนเมื่อถึงบ้านที่เตรียมไว้สำหรับจัดงานศพ ที่นี่มีญาติของผู้ตายมาช่วยกันเตรียมงาน และรอรับศพ และทันทีที่รถสองแถวเทียบที่ชานบ้าน คนขับก็จอดรถ และรอให้ญาติผู้ตายมาย้ายศพลงไปจากรถ

แต่ด้วยความไม่ระวังของบางคน ทำให้ผ้าที่ห่อศพหลุดออก เปิดให้เห็นหน้าตาของศพ และทันทีที่คนขับรถเห็น ก็ถึงกับช็อคเพราะ ศพที่เห็น เป็นคนเดียวกับที่ขอน้ำกิน และช่วยบอกทางมาตลอด 

หลังจากทางญาติผู้ตายได้เห็นอาการของคนขับรถ จึงได้เข้ามาถามไถ่ และรับรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ทางญาติยืนยันว่าไม่มีใครนั่งมาด้วย เพราะญาติที่เฝ้าผู้ตายที่โรงพยาบาลได้แยกกลับมาก่อนเพื่อมาเตรียมงานศพ มีเพียงคนขับรถสองแถวกับศพหลังรถเท่านั้นที่โดยสารมาด้วยกัน

Advertisement

Advertisement

ทางคนขับรถจึงขอร่วมทำบุญกับเจ้าภาพงานศพ และทำบุญกรวดน้ำไปให้ เพื่อไม่ให้ผีตนนี้มาขอน้ำกินจากตนเองอีก!

ขอบคุณภาพประกอบจาก pixabay

ขอบคุณภาพหน้าปกโดย Somchai Chitprathak จาก Pixabay

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์