คัดลอกลิงค์

โควิด-19

พฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีนหลังวิกฤต "COVID-19" การเปลี่ยนผ่านที่ต้องแตกต่างไปจากเดิม

Malathai
Malathai
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Malathai
แจ้งตรวจสอบ
พฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวจีนหลังวิกฤต "COVID-19" การเปลี่ยนผ่านที่ต้องแตกต่างไปจากเดิม

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คงเป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยเรา สาเหตุประการสำคัญเนื่องมาจากการมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย สวยงาม มีอัตลักษณ์ และคนไทยมีอัธยาศัยไมตรีที่ดี รวมถึงการที่ประเทศไทยมีอัตราค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ไม่แพงจนเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆในภูมิภาคเดียวกัน จึงเป็นจุดเด่นที่สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวที่มาจากประเทศจีน ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย

การเปลี่ยนผ่านเริ่มเกิดขึ้นเมื่อการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 หรือไวรัส Corina ในขณะนั้นที่เริ่มลุกลามบานปลายในประเทศจีนเป็นแห่งแรกในช่วงต้นเดือนมกราคม 2563 ประเทศไทยเราก็เริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนักในแง่ของการท่องเที่ยว เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเริ่มลดลง เนื่องจากมาตรการการปิดประเทศของจีน ในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ในประเทศไทยก็เริ่มพุ่งสูงขึ้นเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ธุรกิจทางการท่องเที่ยวต้องหยุดชะงัก แต่ทว่าจนถึงเวลานี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคร้ายเริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น แม้จะยังไม่ได้จางหายไปอย่างแท้จริง แต่หลายประเทศโดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชีย เริ่มมีการผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ เพื่อประคับประคองและเติมลมหายใจให้กับการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศ การผ่อนปรนในเรื่องเกี่ยวกับกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ก็ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจดังกล่าว

Advertisement

Advertisement

การท่องเที่ยวของชาวจีน ณ กำแพงเมืองจีนในกรุงปักกิ่งตัวอย่างเช่นในประเทศจีนที่ขณะนี้สามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว ทำให้หลายเมืองเริ่มมีการเปิดเมือง มีการผ่อนคลายมาตรการ และเริ่มเปิดโอกาสให้ประชาชนในประเทศได้ไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่าง ๆ ที่เริ่มกลับมาเปิดทำการปกติ ภาพการแออัดของนักท่องเที่ยวชาวจีนตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศจีน ที่กำลังปรากฏเป็นข่าวหน้าหนึ่งอยู่ในหลายสื่อของจีนในเวลานี้ จึงเป็นสิ่งบ่งชี้อย่างชัดเจนประการหนึ่งว่า ชาวจีนโดยส่วนใหญ่แล้วนิยมชมชอบการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

Advertisement

Advertisement

สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ แม้จะปรากฏภาพชาวจีนที่กำลังท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศจีน แต่ส่วนใหญ่แล้วมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยกันเกือบทุกคน ซึ่งเชื่อว่าแม้จะมีการเปิดโอกาสให้ท่องเที่ยว แต่พฤติกรรมของชาวจีนในเวลานี้น่าจะเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรโดยเฉพาะการเฝ้าระวัง การป้องกันตัว การปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดเพราะ เหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19  ในประเทศจีน ก็มีจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้ประเทศอื่นใดในโลก รวมถึงชาวจีนเองก็ได้รับผลกระทบและความบอบช้ำจากโรคร้ายนี้ก่อนหน้าประเทศอื่น ๆ จึงเชื่อว่า ความคุ้นชินและความตื่นตัวต่อโรคร้ายทำให้ พฤติกรรมและเจตคติของนักท่องเที่ยวชาวจีนในเวลานี้เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร โดยเฉพาะการป้องกันโรค และการปฏิบัติตัวขณะการเดินทางไปในที่ต่าง ๆ

Advertisement

Advertisement

บรรยากาศการท่องเที่ยวในเมืองซีอานในขณะที่ประเทศไทยของเราเองก็เริ่มมี การผ่อนปรนมาตรการรวมถึงการเปิดพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเข้าใช้บริการ หรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ได้ แต่ยังคงต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรการที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด และพร้อมเปิด ประเทศเพื่อต้อนรับภาคการท่องเที่ยวใน ระยะเวลาอันใกล้นี้ ล่าสุด c9 hotelworks เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวและที่พัก ได้เปิดเผยผลการสำรวจนักท่องเที่ยวชาวจีนว่า ภายหลังสิ้นสุดการระบาดของโรคร้ายในครั้งนี้ ประเทศเป้าหมายที่นักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่อยากไปเยือนคือ "ประเทศไทย" ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 71 ของจำนวนผู้ตอบความคิดเห็นทั้งหมด

ผลจากการสำรวจดังกล่าว ทำให้เชื่อว่าประเทศไทยยังคงเป็นประเทศเป้าหมายด้านการท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของชาวจีน  แต่มีข้อน่าสังเกตประการหนึ่งว่า ลักษณะการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของชาวจีนหลังภาวะวิกฤตนี้ มีแนวโน้มที่จะมาท่องเที่ยวแบบอิสระหรือการเดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตนเองมากกว่าการมาท่องเที่ยวแบบกลุ่มหรือผ่านกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งก็ถือเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่จะเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร 

นักท่องเที่ยวที่วัดพระแก้วความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนกับประเทศไทยในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะในช่วงการเกิดโรคระบาดของไวรัส COVID-19 นั้น ปฏิกิริยาความสัมพันธ์ของระหว่างสองประเทศยังคงแน่นแฟ้นและเป็นไปด้วยดีพอสมควร แม้จะมีกรณีในช่วงก่อนหน้านี้ที่ประเทศไทยยังไม่ได้ดำเนินการปิดประเทศรวมทั้งจีนยังไม่ได้ห้ามให้ผู้คนเดินทางออกนอกประเทศอย่างเด็ดขาด การที่มีกลุ่มคนไทยบางส่วนทำกิริยาที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคระบาดดีพอ ด้วยการแสดงการตำหนิ หรือปฏิเสธการรับลูกค้าชาวจีน แต่ก็ถือเป็นส่วนน้อย และชาวจีนส่วนใหญ่เข้าใจถึง สถานการณ์ จึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมความสัมพันธ์ของระหว่าง 2 ประเทศ และหลังจากนั้นเรื่อยมาคนไทยส่วนใหญ่ ล้วนส่งกำลังใจ ส่งข้อความดี ๆ ไปยังประเทศจีนมากมาย ซึ่งเชื่อว่าชาวจีนส่วนใหญ่รับรู้และสัมผัสได้ถึงความปรารถนาดีของชาวไทยในครัังนี้

กรุงปักกิ่ง จตุรัสเทียนอันเหมินการที่ประเทศไทยจะเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ยังคงเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย หลังจากการที่วิกฤติโรคระบาดได้คลี่คลายลงแล้ว จะต้องมีการเปลี่ยนและปรับตัวขนานใหญ่เพื่อสกัดกั้นการกลับมาของเชื้อร้าย โดยจะต้องดำเนินมาตรการต่าง ๆ ด้านการท่องเที่ยว ทั้งการรักษาระยะห่างทางสังคมหรือ Social Distancing การจำกัดจำนวนคน การดูแลนักท่องเที่ยวในแง่ของสุขอนามัย ซึ่งหากประเทศไทยดำเนินการด้วยความรัดกุม มีความเข้มงวด มีความสะอาดปลอดภัย และเป็นระเบียบแบบแผนอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจากชาติใด ย่อมสร้างทั้งความมั่นใจ ความประทับใจ และเสียงชื่นชม อันเป็นการรักษาเสน่ห์การท่องเที่ยวของประเทศไทยเรา สิ่งสำคัญยิ่งคือการยังคงรักษาไว้ซึ่งการเป็นประเทศจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวในอันดับต้น ๆ ของโลกให้คงอยู่เช่นนี้ตลอดไป

อ้างอิงแหล่งข้อมูลจาก c9hotelworks

ภาพถ่ายโดยผู้เขียน ภาพหน้าปก, ภาพที่ 1, ภาพที่ 2, ภาพที่ 4 ภาพประกอบจาก unsplash ภาพที่ 3

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด