ความรู้

พ่อแม่ควรเตรียมพร้อมอย่างไร เมื่อลูกเรียนออนไลน์ที่บ้าน

192
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
พ่อแม่ควรเตรียมพร้อมอย่างไร เมื่อลูกเรียนออนไลน์ที่บ้าน

วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัส COVID - 19 ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติในเร็ว ๆ นี้ ทำให้โรงเรียนต้องแผนปรับการเรียนการสอนเป็นออนไลน์ หลายคนอาจจะสงสัยว่า ลูกเรียนออนไลน์แล้วผู้ปกครองมีส่วนช่วยเหลือลูกอย่างไรบ้างในการเรียน วันนี้ผู้เขียนได้เตรียมเทคนิค วิธีการต่าง ๆ ที่จะมาแนะนำผู้ปกครอง ในการมีส่วนร่วมในการเรียนของลูกๆ แต่ก่อนอื่นเลย ผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจว่าการเรียนออนไลน์นั้นเป็นอย่างไร

การเรียนออนไลน์จะต้องเรียนผ่านDLTV สามารถรับชม 6 ช่องทาง ได้แก่ทางโทรทัศน์ ทางแอพพลิเคชั่น DLTV ทางเว็บไซต์ต่าง ๆ แต่ละวันผู้ปกครองและนักเรียนสามารถเข้าไปดูตารางเรียนล่วงหน้า ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเรียนและใบงานได้ที่เว็บไซต์ www.dltv.ac.th

การเรียนออนไลน์นั้นจะใช้เวลาเรียนวิชาละประมาณ 1 ชม. วันนึงต้องเรียน 5 - 6 วิชา แน่นอนว่าการนั่งเรียนผ่านหน้าจอเป็นเวลานาน ๆ นั้นทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าสายตาและทำให้การหันเหความสนใจได้ง่าย เนื่องจากเด็กขาดการมีส่วนร่วมในการเรียนเพราะดูผ่านหน้าจอเพียงอย่างเดียว วันนี้ผู้เขียนจึงมีวิธีการมาแนะนำ เพื่อช่วยส่งเสริมให้ลูกเรียนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามวิธีดังต่อไปนี้

Advertisement

Advertisement

1. การจัดสิ่งแวดล้อม

จัดสิ่งแวดล้อม

การจัดสิ่งแวดล้อมภายในห้องหรือบริเวณบ้าน ลดสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่อาจรบกวนสมาธิของเด็กในการเรียน ช่วยให้เด็กไม่หันเหความสนใจได้ง่าย  การจัดสิ่งแวดล้อมบริเวณห้อง ต้องมีความเงียบ มีแสงสว่างเพียงพอ อากาศควรถ่ายเทได้ดี อาจสามารถรับลมธรรมชาติได้ด้วยหรือถ้าอากาศร้อนควรมีแอร์หรือพัดลมระบายอากาศ ถ้ามีหน้าต่างเมื่อมองออกไปควรจัดให้เป็นต้นไม้หรือท้องฟ้า ไม่ควรเห็นคนหรือรถพลุกพล่านเพราะเป็นสิ่งเร้าที่ทำให้เด็กเกิดการหันเหความสนใจได้ง่าย

2. การจัดอุปกรณ์

จัดอุปกรณ์

อุปกรณ์การเรียนหน้าจอโทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ โต๊ะหรือเก้าอี้ ควรมีความสูงที่พอดีเนื่องจากการเรียนนาน ๆ ในท่าที่ก้มหรือเงยเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการปวดบริเวณคอหรือหลังได้ จอควรอยู่ในระดับสายตา โต๊ะควรมีความสูงระดับข้อศอก เก้าอี้ควรจัดพนักพิงให้ตรง เท้าเด็กควรแตะพื้นพอดีในท่างอเข้า 90 องศา ถ้าเท้าลอยควรหาที่รองเท้าหรือเก้าอี้เล็ก ๆ เพื่อรอง

Advertisement

Advertisement

3. การจัดเวลาพักผ่อน

การจัดเวลาพักผ่อน

ในช่วงระหว่างพักจากการเรียน ผู้ปกครองควรให้เด็กได้มีการขยับร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้เด็กมีความตื่นตัวในการเรียนช่วงต่อไปและเพื่อยืดคลายกล้ามเนื้อ เนื่องจากอยู่ท่าเดิมเป็นระยะเวลานานทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าได้ ในเด็กเล็กอาจจะพาลูกเล่นเกมต่าง ๆ เช่นการโยนรับบอล การวิ่ง การกระโดด เพื่อให้เด็กได้เล่นผ่อนคลายความเครียดจากการเรียน

4. การมีส่วนร่วมในการเรียนของลูก

มีส่วนร่วมในการเรียน

การเรียนออนไลน์นั้นทำให้เด็กขาดการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ในชั้นเรียน อาจจะทำให้เด็กเรียนไม่ทันในบางเรื่อง การช่วยให้เด็กมีส่วนร่วมนั้นผู้ปกครองอาจจะต้องเป็นคนเข้าไปถามหรืออธิบายในบางเรื่องที่เด็กไม่เข้าใจ เช่นอาจจะเข้าไปช่วยคิดในการทำใบงานต่าง ๆ หรือหากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียน เช่น เรียนบวกลบเลขอาจจะจำลองเหตุการณ์การซื้อของ การเรียนเรื่องพันธุกรรมของสัตว์อาจจะให้เด็กฝึกจับคู่ จัดกลุ่ม แยกประเภทสัตว์ต่าง ๆ เรียนภาษาอังกฤษอาจจะพาลูกลองฟังเพลงแล้วบอกความหมายของเพลง เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

ในภาวะวิกฤตินี้ผู้ปกครองอาจจะต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองมาเป็นคุณครูเพื่อช่วยเหลือเด็ก ในเด็กโตนั้นอาจจะมีความคุ้นเคยกันเทคโนโลยีบ้างแล้วสามารถดูแลตัวเองได้ แต่ในเด็กเล็กผู้ปกครองต้องสละเวลาส่วนนึงมาเพื่อช่วยเหลือด้วย เมื่อทุกฝ่ายคุ้นชินกับการเรียนออนไลน์แล้วในอนาคต อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นเรียนที่บ้านกันมากขึ้น ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองและช่วยเหลือเด็กที่เป็นอนาคตของชาติได้

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์