ความรู้

มือใหม่หัดเขียนบทความ

756
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
มือใหม่หัดเขียนบทความ

ขอขอบคุณภาพหน้าปกจาก https://pixabay.com/th/

สวัสดีค่า หลาย ๆ คน อาจกำลังมองหาอาชีพเสริม หรือกำลังทำอยู่ในยุคดิจิตอล 4.0 ไม่ว่าจะเป็นขายสินค้าออนไลน์ Tutor ออนไลน์ ขายภาพออนไลน์ ทำ E-book ขาย เขียนนิยายออนไลน์ ปล่อยห้องให้เช่าผ่านเว็บไซต์ Youtuber เขียนแอปเกม ทำสติกเกอร์ไลน์ขาย รับรีวิวสินค้า หรือเขียนบทความที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ในเนื้อหาผู้เขียนขออนุญาตใช้คำกลาง ๆ ศัพท์ง่าย ๆ ไม่ซับซ้อนเพื่อให้ทันยุคทันสมัยและเข้าใจง่ายนะคะ

บทความคืออะไร?

บทความ คือ การนำเสนอข้อมูล เรื่องราวที่เป็นตัวหนังสือผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น นิตยสาร หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็บไซต์ https://cities.trueid.net/ เป็นต้น ซึ่งในแต่ละบทความจะเป็นการนำเสนอข้อมูลสั้น ๆ กระชับ สรุปใจความสำคัญโดยส่วนใหญ่บทความที่ดี ควรมีเนื้อหาอย่างน้อย 300 คำขึ้นไป แต่ไม่เกิน 2,000 คำ และมีการเว้นวรรค ย่อหน้า แทรกรูปภาพประกอบพอเหมาะสม

Advertisement

Advertisement

แหล่งหาข้อมูลเขียนบทความ

  • ข่าว หนังสือ เว็บไซต์ต่าง ๆ
  • จากประสบการณ์โดยตรงของผู้เขียน
  • จากบุคคลต่าง ๆ โดยการสัมภาษณ์ หรือพูดคุย

สัมภาษณ์กูรู ผู้รู้เรื่องรูปภาพจาก https://www.pexels.com/photo/people-coffee-meeting-team-7096/

ผู้เขียนบทความมีคุณสมบัติอย่างไร?

  1. เป็นผู้รักการอ่าน คือ ก่อนที่เราจะเขียนเรื่องราวใด ๆ ควรที่จะอ่านเรื่องนั้น ๆ ให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง และที่สำคัญเพื่อที่จะได้เรียนรู้การใช้คำที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน หรือใช้คำซ้ำฟุ่มเฟือยจนเกินไป งานเขียนของเราจะได้ลื่นไหล
  2. เป็นผู้ให้ คือ ชอบที่จะแบ่งปันข้อมูล เรื่องราวต่าง ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้รู้และเข้าใจ และเป็นการช่วยตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ ได้ เช่น เขียนรีวิวลิปสติกแบรนด์ต่าง ๆ สำหรับผู้ที่ไม่เคยซื้อสินค้านั้น ๆ การเขียนรีวิวลิปสติกนี้จะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้อ่านที่กำลังจะตัดสินใจซื้อสินค้า

Advertisement

Advertisement

  • เป็นผู้ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ คือ ต้องมีใจที่เปิดกว้างรับเทรนด์ใหม่ ๆ กระแสใหม่ ๆ ไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยรู้ เคยสัมผัสมาก่อน และไม่อคติกับสิ่งใหม่ ๆ เช่น แว่นสายตาไร้ฝ้า บรารุ่น Half Edition นวัตกรรม AI ตรวจมะเร็งเต้านม เครื่องผลิตน้ำจากอากาศ แอปจ่ายเงินแทนการพกเงินสด เป็นต้น
  • เป็นผู้มีความรู้ในด้านคอมพิวเตอร์ คือ เพื่อพิมพ์บทความส่งสำนักพิมพ์ หรือลงเว็บไซต์ด้วยตนเอง และแม้กระทั่งการค้นหารูปภาพฟรีจากเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น https://pixabay.com/th/ หรือการตกแต่งรูปภาพที่ใช้ในการเขียนบทความ
  • เป็นผู้ฟัง คือ หากเนื้อหาที่เราต้องการเขียนมีไม่เพียงพอ เราอาจต้องใช้วิธีสัมภาษณ์ หรือพูดคุยกับผู้รู้ และในการให้ได้มาของข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง คุณอาจจะต้องตั้งคำถามบ้าง มิใช่ฟังเพียงอย่างเดียว หรือแม้กระทั่งการส่งบทความให้บรรณาธิการเพื่อพิจารณา หากมีคอมเมนต์ใด ๆ ควรรับฟัง สิ่งใดที่แก้ไข ปรับปรุงได้ควรทำ มิใช่คัดค้านเพียงอย่างเดียว
  • Advertisement

    Advertisement

    มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์

    รูปภาพจาก https://pixabay.com/images/id-1483974/

    แนวการเขียนบทความ

    1. สายรีวิว (Influencer) การเขียนเล่าเรื่องจากประสบการณ์การใช้สินค้า หรือบริการ ผสมความรู้สึก มีทั้งการเขียนในด้านบวก หรือด้านลบ สอดแทรกข้อคิดเห็นในการเล่าเรื่องไปด้วย จึงมักมีการใส่คำอุทาน ศัพท์วัยรุ่น เช่น แกงคั่วหอยขมยั่ว ๆ จ้า เนื้อเค้กนุ่มฟูฟินคือดีงาม วิปครีมเนื้อละเอียดโรยด้วยสายรุ้งวิบวับน่าทานสุด ๆ หรืออุ๊ย! ว้าย! โห! อื้อหือ! แต่ต้องระวังในการใช้คำพูดเหล่านี้มากเกินไป จนคนอ่านรู้สึกว่าไม่ค่อยได้เนื้อหาอะไรจากสิ่งที่อ่าน
    2. สาย PR Marketing การเขียนเชียร์สินค้า หรือบริการนั้น ๆ โดยไม่จำเป็นว่าผู้เขียนจะเคยกิน ดื่ม หรือใช้สิ่งนั้น ๆ หรือไม่ จะเป็นการเขียนบรรยายในรายละเอียดต่าง ๆ เฉพาะด้านดี ตามหลัก 5W + 1H เช่น การเขียนเกี่ยวกับร้านอาหาร (What ร้านประเภทไหน ขายอะไรบ้าง)  (When ร้านเปิด-ปิดกี่โมง) (Where ร้านตั้งอยู่ที่ไหน) (Why ทำไมต้องมาทานร้านนี้ มีอะไรดี มีโปรโมชั่นอะไร) (Who ร้านชื่ออะไร หากมีเครือต้องเขียนลงไปด้วย เช่น ร้านA เครือ Eat) (How การเดินทางไปยังร้านอาหาร) นอกจากนั้นอาจต้องเสริมไปด้วยว่ารับเงินสด บัตรเครดิต หรือเพิ่มเบอร์โทรศัพท์ หรือมีสถานที่จอดรถด้วยมั้ย และในเนื้อหาจะเขียนกระตุ้นให้ผู้อ่านสนใจซื้อสินค้า หรือใช้บริการมากยิ่งขึ้น
    3. สายวิชาการ การเขียนให้ความรู้ตามประวัติศาสตร์ หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้มา เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลให้ผู้อ่านนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง เช่น เรื่องปลานิล จะเขียนบรรยายถึง แหล่งกำเนิดของปลานิล ลักษณะของปลานิล สายพันธุ์ของปลานิล การเลี้ยงปลานิล เป็นต้น
    4. สาย How to การเขียนที่ต่อยอดมาจากสายวิชาการแต่เน้นในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น การเลี้ยงปลานิล จะลงลึกรายละเอียดมากขึ้นทั้งเรื่องการขุดบ่อ การให้อาหาร อุณหภูมิของน้ำ หรือการเขียน How to จากผลิตผลของปลานิล เช่น การทำปลานิลเผาขายได้กำไรงาม การทอดปลานิลให้เหลืองกรอบน่าทาน การทำปลานิลนึ่งมะนาว เป็นต้น รวมถึงการเขียนเคล็ดลับต่าง ๆ ด้วย
    5. สายข่าว การเขียนรายงานสถานการณ์ กระแสที่อยู่ในตอนนั้น ๆ ซึ่งผู้เขียนแนวนี้ต้องเขียนอย่างรวดเร็ว ติดตามข่าวสารหรือเทรนด์อยู่เสมอ ซึ่งการเขียนต้องเขียนตามข้อเท็จจริงที่ได้รับมา ไม่เขียนชักจูงไปทางใดทางหนึ่ง
    6. สายเล่าเรื่อง เป็นการเขียนแนวใหม่ ตามที่ TrueID In-trend ได้เปิดโอกาสให้เขียนเรื่องสยองขวัญที่ผ่านมา การเขียนแนวนี้เพื่อสร้างความบันเทิง เพลิดเพลิน สร้างจินตนาการให้ผู้อ่าน ซึ่งอาจคล้าย ๆ กับสายรีวิว หากแต่ว่าสายนี้อาจใส่เนื้อหาที่แต่งเติมบางตอนด้วย เพื่อเพิ่มอรรถรสให้ผู้อ่านได้อินไปกับการอ่านเนื้อเรื่องนั้น ๆ 

    เริ่มเขียนบทความรูปภาพจาก https://pixabay.com/images/id-851328/

    เริ่มเขียนยังไงดี?

    1. เลือกหมวดหมู่ที่จะเขียน เพื่อจะนำไปสู่การเขียนเกี่ยวกับอะไร เช่น ท่องเที่ยว แฟชั่น ความงาม อาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น
    2. กำหนดเรื่องที่จะเขียน กำหนดแนวที่จะเขียน เช่น หมวดหมู่ความงาม เรื่อง การเปรียบเทียบเฉดสีของลิปสติกในแต่ละยี่ห้อ
    3. สร้างขอบเขตของการเขียน เค้าโครงของเรื่องที่จะเขียน
    4. หาข้อมูลเพิ่มเติม แม้ว่าจะเขียนแบบสายรีวิว ก็ควรใส่รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า หรือบริการเพิ่มเติมเข้าไปด้วย
    5. ร่างเนื้อหาคร่าว ๆ ลงในกระดาษก่อนลงมือพิมพ์ การเล่าเรื่องเป็นข้อ ๆ แล้วค่อยใส่รายละเอียด หรือคำอธิบายเพิ่มเติม ทำให้การเขียนของเราง่ายขึ้นค่ะ
    6. หารูปภาพประกอบ หรือตกแต่งรูปภาพที่มีอยู่ให้สวยงามน่าดึงดูดมากขึ้น การเขียนบทความที่ดีควรมีรูปภาพประกอบให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่เขียนด้วย
    7. อย่าลืม! ให้เครดิตแหล่งที่มาของข้อมูล และรูปภาพ
    8. กำหนดชื่อเรื่องให้น่าดึงดูด และสอดคล้องกับเนื้อหา
    9. ก่อนส่งควรอ่านพรีวิวด้วยทุกครั้ง (อย่างน้อย 2 รอบขึ้นไป)

    เปลี่ยนสถานที่เขียนบทความรูปภาพจาก https://pixabay.com/images/id-923882/

    หมดมุกแต่ไม่หมดหวัง

    หลายคนแรก ๆ อาจยังไม่เก่งเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือ บางครั้งเขียนไปได้แค่ 3 - 4 บรรทัด ก็แป้กไปต่อไม่ได้ อย่าเพิ่งท้อและหมดหวัง ถ้าเราตั้งใจอะไรไว้แล้วยังไงก็ทำได้ค่ะ แต่จะทำยังไงดี? ลองเลือกวิธีแก้ไขต่าง ๆ เหล่านี้ดูนะคะ

    • เปลี่ยนสถานที่ โลเคชั่น ในการเขียนบทความ
    • เปลี่ยนเวลาในการเขียนบทความ
    • เข้าอบรมสัมมนาเพื่อเพิ่มความรู้ สร้างไอเดียใหม่ ๆ
    • พักผ่อนบ้าง ไปชิลล์ ไปแฮงค์เอ้าท์บ้าง
    • นั่งสมาธิ
    • หากิจกรรมอื่น ๆ ทำ เช่น วิ่ง เล่นโยคะ เล่นเกม ดูภาพยนตร์
    • อ่านบทความของคนอื่นบ้าง ในเรื่องเดียวกัน แต่ไม่แนะนำให้ Copy นะจ๊ะ
    • ลองเปลี่ยนแนวการเขียน อย่างที่บอกไปตั้งแต่ต้นว่าแนวการเขียนมีอะไรบ้าง ในเรื่อง ๆ หนึ่ง สามารถเขียนได้ทุกแนวเลยค่ะ

    ข้อสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ต้องดูนโยบายของสื่อที่เราลงบทความด้วยนะคะ ว่าเป็นไปทิศทางไหน บางเว็บไซต์เน้นการให้ข้อมูลความรู้ บางเว็บไซต์เน้นการรีวิวสินค้า

    ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านบ้าง ทางผู้เขียนไม่ได้ยอตนเองว่าเขียนเป็น เขียนเก่งแต่อย่างใด เพียงแต่อยากจะแชร์ความรู้ ประสบการณ์งานเขียนบทความ และทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผู้สนใจเท่านั้นค่ะ ยังไงการเขียนบทความก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยาก จนเกินไป ซึ่งการเขียนบทความนี้ก็เป็นทางเลือกหนึ่งในการหารายได้เพิ่มเติม ลองเขียนดูนะคะ ผู้เขียนเอาใจช่วยค่ะ สู้ ๆ ^_^

     

    ติดตามผลงานอื่น ๆ ของผู้เขียนได้ที่ เพจ https://www.facebook.com/TookkieJung-106245490969840

     

    คัดลอกลิงค์
    คัดลอกลิงค์
    แจ้งตรวจสอบ

    ความคิดเห็น

    กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์