คัดลอกลิงค์

ข่าวสาร

ยูโรเปียนซูเปอร์ลีก แค่เริ่มต้นก็ล่มเสียแล้ว

พิตติคม
พิตติคม
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก พิตติคม
แจ้งตรวจสอบ
ยูโรเปียนซูเปอร์ลีก แค่เริ่มต้นก็ล่มเสียแล้ว

          ความจริงต้นคิดในการก่อตั้งยูโรเปียนซูเปอร์ลีก (European Super League) นั้นทางทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปเคยมีการเสนอแนวความคิดนี้มากว่าสิบปีแล้ว แต่ตอนนั้นดูเหมือนแค่เป็นการโยนหินถามทางคือมันยังไม่เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจนเท่าใด เลยยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองมากนัก

           เมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 เป็นผลให้รัฐบาลของแต่ละประเทศสั่งห้ามการเข้าสนามของแฟนบอล ทำให้รายได้ของทีมฟุตบอลทั่วโลกลดลงไป โดยเฉพาะสโมสรใหญ่ในยุโรปที่ปกติจะมีแฟนเข้าชมแน่นสนาม เหลือเพียงรายได้หลักจากค่าลิขสิทธิ์โฆษณา ขณะที่ตัวเองมีรายจ่ายที่มหาศาลเกินสมควร

           เท่าที่ติดตามจากข่าวที่ออกมา หัวเรือใหญ่ของโครงการนี้น่าจะเป็นฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสรรีล มาดริดยักษ์ใหญ่ของสเปน ที่มีชื่อเป็นประธานของซูเปอร์ลีกนี้ด้วย ที่ยังยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปแม้ว่าปัจจุบันจะเหลือเพียงสามทีมคือ รีล มาดริด, บาร์เซโลนาและยูเวนตุส ที่ยังคงยืนยันที่จะผลักดันให้โครงการนี้เกิดขึ้น

Advertisement

Advertisement

           นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะเชิญบาร์เยิร์น มิวนิคและโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สองทีมดังจากเยอรมันเข้าร่วมแต่ทั้งสองทีมไม่เอาด้วยเพราะตามระเบียบของการถือหุ้นในทีมของเยอรมัน หุ้นครึ่งหนึ่งต้องเป็นของประชาชน ผู้บริหารจะตัดสินใจโดยพลการไม่ได้หากแฟนบอลไม่เห็นด้วย

โลโก้ของยูโรเปียนซูเปอร์ลีก

            ระเบิดลูกใหญ่เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2564 เมื่อ 12 ทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรปมีการประกาศเปิดตัวยูโรเปียนซูเปอร์ลีก โดยบอกว่ามีทีมเข้าร่วมทั้งสิ้น 20 ทีม แต่ทีมที่เป็นทีมยืนคือบรรดาสมาชิกที่เป็นผู้ก่อตั้งอันประกอบด้วย รีล มาดริด, บาร์เซโลนา, แอตเลติโก มาดริด จากสเปน ยูเวนตุส, เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, เชลซี. แมนเชสเตอร์ ซิติ้, อาร์เซนอล, สเปอร์ จากอังกฤษ ตามแผนการจะต้องหาทีมก่อตั้งให้ได้ 15 ทีม ส่วนอีก 5 ทีมจะมาจากการคัดเลือก โดยจะทำการแข่งขันในช่วงกลางสัปดาห์ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการแข่งขันฟุตบอลยุโรปของยูฟ่า

Advertisement

Advertisement

            แน่นอนว่าทีมเหล่านี้ต้องการออกจากการแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกและยูโรป้าลีกซึ่งบรรดาผู้บริหารทีมเหล่านี้เห็นว่ายูฟ่าตักตวงผลประโยชน์จากชื่อเสียงและมูลค่าทางการตลาดของทีมของเขามามากแต่กลับแบ่งผลประโยชน์ให้ไม่คุ้มกับที่พวกเขาควรจะได้รับ

            แต่ปรากฎว่าปฏิกิริยาที่ออกมาจากทุกฝ่ายมีแต่ต่อต้านและไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ นับตั้งแต่ฟีฟ่า, ยูฟ่าซึ่งเป็นองค์กรหลักในเรื่องบริหารจัดการฟุตบอลของยุโรป รวมทั้ง บรรดาทีมสโมสรสมาชิก, สมาคมฟุตบอลของทุกชาติในยุโรป, นักฟุตบอลทั้งปัจจุบันและอดีต ตลอดไปจนถึงแฟนบอลของทีมต่างๆ แม้แต่รัฐบาลและสมาคมฟุตบอลของชาติสมาชิกที่เริ่มก่อตั้งดังกล่าว แทบจะไม่มีใครเห็นดีเห็นงามกับโครงการนี้เลย

Advertisement

Advertisement

            นอกจากนี้ทั้งยูฟ่าและสมาคมฟุตบอลของแต่ละประเทศเตรียมมาตรการที่จะลงดาบทีมเหล่านี้โดยขู่ว่าจะตัดสิทธิ์การเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศ รวมทั้งการแข่งขันยูฟ่าแชมเปี้ยนลีกและยูโรป้าลีก นอกจากนี้ยังขู่ว่านักฟุตบอลที่ลงเล่นในรายการนี้จะถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือยูโรด้วย

หกทีมใหญ่จากอังกฤษ

           ผลตอบรับและกระแสสังคมฟุตบอลทำให้ทีมเกือบทั้งหมดต่างพากันถอนตัวออกจากโครงการนี้ โดยเฉพาะบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ทั้ง 6 ทีมจากอังกฤษซึ่งประธานสโมสรของทีมเหล่านี้ต่างออกมาขอโทษแฟนบอลกันยกใหญ่ถึงขนาดเอ็ด วู๊ดเวิร์ด รองประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้องลาออกจากตำแหน่ง แม้จะมีการออกมาขอโทษแต่แฟนบอลก็ยังรับไม่ได้อยู่ดี

           ทีมที่ถอนตัวตามมาอีก 3 ทีม คือ อินเตอร์ มิลาน, เอซี มิลาน และ แอตเลติโก มาดริด

           กระนั้นฟลอเรนติโน เปเรซ ยังยืนกรานว่าการถอนตัวทำไม่ได้เพราะมีสัญญากันอยู่ซึ่งเรื่องนี้ก็คงต้องมีการดำเนินการทางกฎหมายซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไป และเปเรซยังยืนยันจะผลักดันโครงการนี้ให้เกิดให้ได้ในอนาคต

           เรื่องนี้เป็นอีกกรณีหนึ่งที่ธุรกิจและความโลภเข้ามาทำลายจิตวิญญาณของการกีฬา ทีมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ทุกทีมก็ก่อร่างสร้างตัวมาจากชุมชนโดยรอบซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นประชาชนระดับรากหญ้าที่มีส่วนในการสร้างทีมมานับร้อยปี แม้แต่ทีมยิ่งใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเองก็เกิดขึ้นจากชนชั้นแรงงานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมในแมนเชสเตอร์มาก่อน

สนามฟุตบอลในยุโรป

           ฟุตบอลจึงเป็นเรื่องของการร่วมมือกันพัฒนาคุณภาพของกีฬาและการแบ่งปันกันของมวลชนฟุตบอลเพื่อให้ทีมฟุตบอลทุกๆทีมและแฟนบอลได้มีส่วนในการสัมผัสความยิ่งใหญ่และคุณค่าทางประวัติศาสตร์และเกียรติยศร่วมกัน แม้ว่าศักยภาพของแต่ละทีมจะต่างกันแต่ทุกทีมก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาร่วม

          ไม่ใช่ว่าบรรดาทีมใหญ่ๆที่ร่ำรวยและมีอำนาจต่อรองสูงจะร่วมกันกินรวบผลประโยชน์ส่วนใหญ่ โดยทีมเล็กๆเหลือแต่เศษเสี้ยวเพียงเลี้ยงตัวเองให้รอด ในที่สุดก็อยู่ไม่ได้และค่อยๆล้มหายตายจากไป

          โลกของฟุตบอลบางครั้งก็สะท้อนภาพจริงของสังคมโลกเหมือนกัน

 

ขอบคุณเครดิตภาพจาก

ภาพหน้าปกจาก Victor Hanacek โดย picjumbo  https://picjumbo.com/numbered-stadium-seats-in-black-and-white/ 

ภาพประกอบ 1 จาก KiTTisak โดย sport.trueid.net https://sport.trueid.net/detail/mPj9m1n93k1r

ภาพประกอบ 2 จาก KiTTisak โดย sport.trueid.net https://sport.trueid.net/detail/mPj9m1n93k1r

ภาพประกอบ 3 จาก Marvin Ronsdorf โดย StockSnap https://stocksnap.io/photo/stadium-gymnasium-EI2ICJ8X5C

 

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด