คัดลอกลิงค์

บันเทิง

รีวิวหนังญี่ปุ่น: Our Blue Moment (2017) ขนมปัง รถบัสและรักแรกครั้งที่สอง

166
ปีนรั้วดูหนัง
ปีนรั้วดูหนัง
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ปีนรั้วดูหนัง
แจ้งตรวจสอบ
รีวิวหนังญี่ปุ่น: Our Blue Moment (2017) ขนมปัง รถบัสและรักแรกครั้งที่สอง

Our Blue Moment (2017) ขนมปัง รถบัสและรักแรกครั้งที่สอง

ไม่รู้ว่าหลาย ๆ คนเวลามีความรักอาการมักจะเป็นแบบไหนกันบ้าง หรือว่าชอบความรู้สึกช่วงไหนของความสัมพันธ์ เพราะในความสัมพันธ์ของคนเราไม่ว่าจะยาวหรือสั้นมักจะคล้ายกันอย่างหนึ่ง ที่มันจะมีช่วงเริ่มต้นจีบกัน เริ่มคบกันใหม่ ๆ คบกันไปได้สักระยะ ที่เหลือก็อยู่ที่ว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ซึ่งเชื่อเลยว่าแต่ละคนชอบในแต่ละช่วงเวลาของความสัมพันธ์ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะชอบช่วงแรกรักเพราะมันหอมหวาน แต่บางคนก็อาจจะชอบในระยะทางไกลที่เดินมาด้วยกัน ซึ่งหนัง Our Blue Moment (2017) เรื่องนี้ก็หยิบเอาประเด็นที่ว่ามานำเสนอได้ชวนคิดจริง ๆ

ฟูมิ อิชิอิ (Mai Fukagawa) สาวพนักงานร้านเบเกอรี่ ได้เจอกับเรื่องน่าปวดหัวในที่ทำงาน เมื่อ ริซาโกะ ทาคาโนะ (Megumi Abe) เพื่อนซี้ของเธอแอบคบชู้กับคนที่มีเจ้าของ จนภรรยาของผู้ชายคนนั้นตามมาราวีถึงที่ร้าน ฟูมิ ไม่เข้าใจเพื่อนเธอเลย ที่ตัดสินใจเป็นชู้กับคนที่มีครอบครัวแล้ว ทำให้ในคืนที่ ยูฮิ (Shin Kashiwagi) แฟนของเธอเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ฟูมิ กลับตอบปฏิเสธกลับไปโดยให้เหตุผลว่า เธอไม่มั่นใจในความรู้สึกตัวเอง ว่าจะสามารถรักเขาไปได้ตลอดหรือไม่และแน่นอนว่า เธอเองก็ไม่มั่นใจในเขาเช่นเดียวกันว่าจะรักเธอตลอดไป

Advertisement

Advertisement

ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนต้องจบลง แต่ ฟูมิ ที่ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะสามารถรักใครได้อย่างยืนยาว กลับได้เจอกับ ทาโมสึ ยูอาสะ (Kenjirô Yamashita) เพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมและเขาเป็นรักแรกของเธอ การกลับมาเจอกันมันเริ่มทำให้ หัวใจของ ฟูมิ ผลิบานอีกครั้ง เพียงแต่ว่าคราวนี้อะไร ๆ มันจะยังเหมือนเดิมอยู่ไหม แล้ว ฟูมิ ล่ะแน่ใจได้หรือยังว่า จะสามารถรักใครได้อย่างยืนยาว โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเขาหรือตัวเธอเองจะเปลี่ยนไปโปสเตอร์ Our Blue Moment (2017)

Advertisement

Advertisement

***เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ***
***

เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ขอเขียนรีวิวแบบเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ ฉะนั้นใครที่อยากจะดูแบบที่ไม่รู้ข้อมูลก่อน ก็ขอให้ข้ามรายละเอียดตั้งแต่ตรงนี้ไปเลยก็แล้วกันนะครับ

หากจะให้อธิบายตัวละคร ฟูมิ ว่าเป็นอย่างไร ตามความเห็นผมคงบอกได้ว่า เธอ "ชื่นชอบ" ช่วงเวลาของการ "เริ่มต้น" จริง ๆ ในทีแรกจะใช้คำว่า "เสพติด" แต่ความหมายมันอาจถูกสื่อไปในทางไม่ดี เลยเปลี่ยนมาใช้คำว่าชื่นชอบแทนก็แล้วกัน รวมถึงหากใครได้ดูหนังเรื่องนี้จนจบแล้ว จะเข้าใจว่าทำไมหนังเรื่องนี้ ถึงได้ใช้ชื่อ ภาษาอังกฤษว่า “Our Blue Moment” และช่วงเวลาสีน้ำเงินนี้ มันคือจุดเริ่มต้นของอะไร

ฟูมิ เป็นคนที่แตกต่างจาก นิโกะ อิชิอิ (Sara Shida) น้องสาวของเธอคนละขั้ว เมื่อ นิโกะ ที่เข้ามาพักอยู่กับพี่สาวที่โตเกียวเพื่อเรียนศิลปะ เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่สามารถเริ่มต้นวาดรูปได้ กลับไม่รู้ว่าควรจะหยุดลงที่ตรงไหน ผิดกับ ฟูมิ ที่สามารถจบงานที่ทำได้ แต่เธอก็จบกับการเรียนศิลปะในมหาลัยของตัวเองด้วยเช่นกัน นั่นก็เพราะเรื่องเดิม ๆ ของเธอคือ หมดแพสชั่น (Passion) กับสิ่งที่ทำ ไม่สามารถทำงานศิลปะได้อีกต่อไป จน ฟูมิ เองบอกกับน้องสาวว่า เธอรู้สึกอิจฉาที่ นิโกะ สามารถวาดรูปต่อไปได้ แม้จะไม่รู้ว่าจะวาดไปทำไมหรือหมดแพสชั่นกับมันแล้วก็ตาม

Advertisement

Advertisement

หรือที่ ฟูมิ ชอบไปยืนดูการล้างรถบัส ในทีแรกตอนดูผมก็สงสัยนะว่าเหตุเพราะอะไร เธอถึงชอบไปยืนมอง จนได้ตีความ "ช่วงเวลาสีน้ำเงิน" ได้นั่นแหละ ถึงเข้าใจว่า การล้างรถมันก็เหมือนกับการได้เริ่มต้นใหม่ ก่อนรถบัสที่ล้างเสร็จแล้วจะวนออกไปรับผู้โดยสารอีกครั้งทาโมะสึ

เอาจริงคงไม่เฉพาะ ฟูมิ หรอกที่ชื่นชอบความรู้สึกในช่วงเริ่มต้น ใครที่มีความสัมพันธ์แบบคนรักกัน แน่ล่ะว่าในตอนเริ่มต้นมันคือ ช่วงโปรโมชั่นที่อะไรก็ดีงามไปหมด เพียงแต่ว่าการจะคบกันไปให้ยืนยาว จนถึงขั้นตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันต่อจากนั้น หากสิ่งที่ตามมามันเหมือนกับที่ ฟูมิ ไม่มั่นใจล่ะ เกิดวันหนึ่งหมดแพสชั่นไม่รักกันเหมือนเดิมแล้ว ชีวิตที่เหลือจะเอาอย่างไร จะยังอยู่ด้วยกันไหม จะเลิกกันหรือจะแอบคบชู้เหมือนกับคนมีครอบครัวแล้วที่เข้ามาคบหากับ ริซาโกะ หรือเปล่า

ในมุมหนึ่งคนที่ตัดสินใจคบกันใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน เขาคงไม่คิดถึงคำว่า "เลิก" หรือหมดรักกันหรอก เหมือนกับที่ ยูฮิ บอกกับ ฟูมิ นั่นแหละว่า ใครจะไปรู้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แค่ความรู้สึกตอนนี้เขาอยากจะอยู่กับเธอ ตัวผมรู้สึกหน่วงขึ้นมากับสิ่งหนึ่งที่หนังบอกว่า ความรักที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ก็คือ การรักข้างเดียวที่ไม่สมหวัง เหมือนกับประโยคหนึ่งจากหนัง “ก่อนหน้านี้เคยถามสินะ ว่าทำไมนายถึงรักเธอได้ลึกซึ้งขนาดนี้ ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว...เพราะมันคือรักข้างเดียว”

อาจฟังดูเหมือนเรื่องตลกร้ายนะ แต่ "ความรัก" ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยก็คือ "ความรักข้างเดียว" เพราะความสัมพันธ์ไม่เคยเกิดขึ้นมา มันจึงไม่มีความรู้สึกอะไรให้เปลี่ยนไป ยิ่งกับสมการความรักระหว่างพระนางที่มันซับซ้อน ไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัว รวมทั้งแนวความคิดในการใช้ชีวิต เมื่อฝ่ายชาย ทาโมสึ เป็นหนุ่ม Red Moment เขาชอบท้องฟ้าสีแดงอมส้มในยามเย็น ช่วงสิ้นสุดก่อนตะวันลับขอบฟ้า ชอบที่จะลงหลักปักฐานใช้ชีวิตคู่ มั่นคง ยืนยาวไปจนถึงจุดสิ้นสุด ส่วน ฟูมิ กลับเป็นสาว Blue Moment เธอชอบการตื่นแต่เช้า เพื่อมองท้องฟ้าสีน้ำเงินก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ชอบดูการล้างรถ ชอบกลิ่นผ้าซักใหม่ ๆ เธอรักช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้น แต่กลับไม่มั่นใจว่าจะสามารถใช้ชีวิตผูกติดกับใครไปได้ตลอดฟูมิ กับ น้องสาว

หนังดำเนินเรื่องเรื่อย ๆ ต่อนยอนตามแบบฉบับหนังญี่ปุ่น เหมือนจะดูง่ายแต่ก็มีอะไรหลายอย่างต้องตีความเหมือนกัน ซึ่งผมก็เขียนถึงไปบ้างอาจจะไม่ทั้งหมด เพราะกลัวจะเปิดเผยเนื้อหามากเกินไป ส่วนตัวผมอาจจะไม่ถึงกับถูกใจมาก แต่ด้วยความเป็นคนชอบดูหนัง ที่แทรกสัญลักษณ์อะไรมาให้ขบคิดอยู่เป็นทุนเดิม ความรู้สึกเลยค่อนข้างเป็นบวกกับหนังเรื่องนี้

สรุปแล้ว Our Blue Moment (2017) ขนมปัง รถบัสและรักแรกครั้งที่สอง เป็นหนังรัก โรแมนติก ที่เล่าเรื่องไม่โรแมนติกของความรัก เมื่อความเป็นจริงคือ ทุกอย่างเมื่อแรกเริ่มมันสวยงาม แต่วันข้างหน้าไม่มีใครรู้ได้ว่า ความรักนั้นมันจะยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า

Director: Rikiya Imaizumi

ขอบคุณเครดิตรูปภาพประกอบบทความจากภาพยนตร์ Our Blue Moment (2017) : http://www.pan-bus.com/

ที่มา : Official Twitter รูปหน้าปก/ รูปที่หนึ่ง/ รูปที่สอง/ รูปที่สาม

เขียนโดยแอดมิน เพจ ปีนรั้วดูหนัง

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด