คัดลอกลิงค์

บันเทิง

รีวิว Innocent Witness (2019) ทนายความในฝันกับประจักษ์พยานพิเศษ

614
ปีนรั้วดูหนัง
ปีนรั้วดูหนัง
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ปีนรั้วดูหนัง
แจ้งตรวจสอบ
รีวิว Innocent Witness (2019) ทนายความในฝันกับประจักษ์พยานพิเศษ

Innocent Witness (2019)

สามารถรับชมได้ทาง : https://www.viu.com/ott/th/th/vod/238301/Innocent-Witness

นักกฎหมายหรือทนายความเป็นอาชีพที่ค่อนข้างมีความเฉพาะ คล้ายกับอาชีพหมอและเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างหนึ่งนะ คือส่วนใหญ่แล้วโอกาสที่จะเจอทั้งสามอาชีพนี้ก็คือตอนที่เรามี “ปัญหา” หากเราไม่เจ็บป่วยคนในครอบครัวไม่ป่วยหรือไม่ได้มีคนรู้จักป่วย เราก็คงไม่คิดอยากไปโรงพยาบาล เหมือนกันกับอาชีพตำรวจและทนายความ ที่คงจะได้เจอตอนที่มีปัญหาไม่ว่าเราจะเป็นฝ่ายโจทย์หรือจำเลยเสียเอง ซึ่งหนัง Innocent Witness (2019) เรื่องนี้ก็หยิบเอาแง่มุมของทนายความในอุดมคติมาเล่า และตั้งคำถามท้าทายตัวละครว่าเขาจะเป็นในแบบนั้นได้หรือไม่

ในคืนหนึ่งที่ อิมจีอู (Hyang-gi Kim) เด็กมัธยมวัย 15 ปี เธอเป็นเด็กพิเศษออทิสติกที่กลายมาเป็นพยานในคดีฆาตกรรม เมื่อ จีอู เห็นเหตุฆาตกรรมผ่านหน้าต่างของบ้านฝั่งตรงข้าม คนที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ก็คือ โอมิรัน (Hye-ran Yeom) แม่บ้านที่ดูแลเจ้าของบ้านหลังนั้น ซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่อยู่บ้านตามลำพัง เธอยืนยันว่าสิ่งที่เธอทำไม่ใช่การฆาตกรรม แต่เป็นการให้ความช่วยเหลือแก่ชายชรา ที่ตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการ ใช้ถุงพลาสติกครอบหัวตัวเองให้ขาดอากาศหายใจยังซุนโฮกับโอมิรัน

Advertisement

Advertisement

ได้รับอนุญาตการใช้ภาพประกอบบทความจาก : VIU

ยังซุนโฮ (Woo-sung Jung) ทนายความของสำนักงานกฎหมายชื่อดัง เขาต้องจำใจเข้าทำงานที่สำนักงานแห่งนั้น เพราะหนี้สินที่พ่อก่อเอาไว้ เมื่อความตั้งใจจริงของเขาคือการเป็นทนายสาย NGO เพื่อบริการสังคม ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาที่เป็นเพียงทนายความจนๆ ไม่มีเส้นสายอำนาจใดๆได้ทำงานที่สำนักงานแห่งนี้ ด้วยภาพลักษณ์ที่ดีของ ซุนโฮ มันจะทำให้สำนักงานกฎหมายที่ฉาวโฉ่ดูดีขึ้นมาบ้าง เขาจึงได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่แก้ต่างแก่ โอมิรัน ที่ยืนยันถึงความบริสุทธิ์ของตนเอง แม้คดีนี้จะดูเหมือนง่ายเมื่อพยานผู้เห็นเหตุการณ์เพียงคนเดียวคือ เด็กพิเศษ แต่ความรู้สึกลึกในใจของ ซุนโฮ จะเลือกทางไหน ระหว่างเอาชนะคดีเพื่ออนาคตในหน้าที่การงาน หรือหาความจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

Advertisement

Advertisement

หนังดราม่าแนวกฎหมายที่ว่ากันด้วยเรื่อง “การต่อสู้ชั้นพิจารณาคดีในศาล” หนังให้น้ำหนักความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวละครเอก ซุนโฮกับจีอู ที่ ซุนโฮ ต้องหาคำตอบให้กับตัวเอง ว่าความสุขในชีวิตของเขาคืออะไรผ่านมิตรภาพระหว่างเขากับ จีอู ในตอนแรกผู้ชมจะได้เห็นท่าทางความอึดอัดใจของ ซุนโฮ ในการรับทำคดีให้กับสำนักงาน เมื่อสิ่งต่างๆที่เขาต้องทำเพื่อให้ได้งานมันไม่ใช่ตัวเอง แต่ด้วยความจำเป็นเรื่องหนี้สินมันทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่น ซึ่งหนทางที่เขาจะสามารถเอาชนะคดีได้ก็คือ การโน้มน้าวให้ จีอู ขึ้นเป็นพยานในชั้นศาลให้ได้ แต่การจะทำอย่างนั้นเขาจะต้องเข้าไปผูกสัมพันธ์ สร้างความไว้วางใจแก่เธอเสียก่อนยังซุนโฮกับจีอู

Advertisement

Advertisement

ได้รับอนุญาตการใช้ภาพประกอบบทความจาก : VIU

หนังสามารถเล่าเรื่องราวมิตรภาพระหว่างทั้งสองคนได้ดี แม้หนังจะไม่ได้ชี้นำหรือจำกัดนิยามให้กับรูปแบบของความสัมพันธ์ คือถึงต่อให้คนดูจะเห็นว่า ซุนโฮ เป็นหนุ่มโสดวัยกลางคนก็จริง แต่ระหว่างดูหนังก็ไม่ได้สร้างบรรยากาศชวนจิ้น ให้คิดไปในทางความสัมพันธ์ชายหญิงได้ มันเลยกลายเป็นรูปแบบมิตรภาพที่ออกมา น่ารัก เหมือนเพื่อนต่างวัย ที่พยายามเข้าอกเข้าใจความแตกต่างของกัน

ยิ่งกับการได้นักแสดงระดับ จองอูซองกับคิมฮยังกี มารับบทนำด้วยแล้ว ฝ่าย จองอูซอง บทอาจจะไม่ได้มีอะไรพลิกแพลงให้โชว์ความสามารถมากนัก แต่กับ คิมฮยังกี ถือว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้โชว์ฝีมือ ในมาตรฐานที่สูงกับการรับบทเป็นเด็กพิเศษ แสดงได้ดีในแบบเราที่เป็นคนดูยังอึดอัดแทน เวลาที่ ซุนโฮ พยายามสื่อสารกับเธอในช่วงแรก ประเด็นการนำเสนอของตัวละครนี้ จึงเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจของผู้คนกับโลกของเด็กพิเศษว่าสามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ แต่เราก็ต้องพยายามในการทำความเข้าใจ ส่วนเนื้อหาของตัวละคร ซุนโฮ เป็นเรื่องราวคนแบบอุดมคติที่ต้องเลือกระหว่างขาวกับดำ เมื่อทางเลือกหนึ่งมันนำมาซึ่งอำนาจเงินทองความสุขสบาย ส่วนอีกทางเขาอาจสูญเสียสิ่งของนอกกายไปทั้งหมด แต่เขาก็ยังรักษาความดีซึ่งมันเป็นตัวตนของเขาเอาไว้ได้จีอู

ได้รับอนุญาตการใช้ภาพประกอบบทความจาก : VIU

หนังเล่าเรื่องแบบเรื่อยๆไม่ได้ขับเน้นความบันเทิงเท่าไหร่ แต่ก็ยังดูได้เพลินกับการตามติดความสัมพันธ์ของทั้งคู่ มีฉากการต่อสู้คดีในชั้นศาลสองฉากหลัก อาจจะไม่ถึงกับเชือดเฉือนกันมันหยด แต่ก็สามารถงัดเอาแง่มุมทางกฎหมายมาใช้ต่อสู้กันได้ดี รู้สึกว่าหนังยังให้ความสำคัญในส่วนนี้ไม่ปล่อยผ่านให้เสียของ เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกเหมือนกันนะว่า บางสิ่งที่เรายังไม่รู้จักดีพอยังไม่เข้าใจ เราก็อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินด้วยอคติของความแตกต่าง แต่การที่จะทำให้เราตัดสินได้คือ การเปิดใจยอมรับความแตกต่างแล้วก็เรียนรู้มัน แล้วจะได้คำตอบเองว่าเราสามารถอยู่ร่วมกับความต่างนั้นได้หรือไม่

สรุปแล้ว Innocent Witness (2019) เป็นหนังดราม่าที่ขอเรียกว่าแนวอุดมคติโลกสวยดีงามก็แล้วกัน เมื่อดูจบแล้วหนังให้มุมมองที่เป็นด้านบวกแก่ผู้ชม อาจจะไม่ดราม่าเข้มข้นหรือมีความบันเทิงมากนัก แต่ก็ทำได้น่าติดตามอยู่ในระดับดูได้เพลิน ๆ ไม่มีช่วงไหนน่าเบื่อเลย เอาแค่แง่มุมดี ๆ จากหนังกับเสพการแสดงของ จองอูซองกับคิมฮยังกี ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

Director: Han Lee

ขอบคุณรูปภาพประกอบบทความจากภาพยนตร์ : Innocent Witness (2019)

สามารถรับชมได้ทาง : https://www.viu.com/ott/th/th/vod/238301/Innocent-Witness

เขียนโดยแอดมิน เพจ ปีนรั้วดูหนัง

***********************************************************

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด