หนังและซีรีส์

รีวิว Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด) ภาคต่อที่พอดูได้ เน้นบันเทิงและฉากแอ็คชั่น

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
รีวิว Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด) ภาคต่อที่พอดูได้ เน้นบันเทิงและฉากแอ็คชั่น

รีวิว Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด) ภาคต่อที่พอดูได้ เน้นบันเทิง และฉากแอ็คชั่น บทความรีวิวนี้ ถูกเขียนขึ้นมาจากความรู้สึกส่วนตัวของผม หากผิดพลาดประการใด หรือไม่ถูกใจใครต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ แต่ก่อนจะมาเริ่มการรีวิวเรามาดูเรื่องย่อกันก่อนดีกว่า

รีวิว Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)เรื่องย่อ Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)

เรื่องราวในภาคนี้ จะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากภาคแรก โดยเปิดเรื่องมาเราจะได้เห็น เอ็ดดี้ บร็อก (รับบทโดย ทอม ฮาร์ดี้) ที่กำลังพยายามหาข่าวใหม่ที่น่าสนใจ เพื่อจะได้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในฐานสื่อมวลชน อยู่มาวันหนึ่งฆาตกรต่อเนื่องที่พึ่งถูกตำรวจจับนามว่า เคลตัส คาซาดี้ (รับบทโดย วูดดี แฮร์เรลสัน) เขาได้ต่อรองกับตำรวจว่าจะยอมสารภาพทุกอย่างก็ต่อเมื่อได้คุยกับเอ็ดดี้ จากนั้นเอ็ดดี้ก็ได้มาสัมภาษณ์เคลตัสหลายครั้ง จนมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทั้งคู่ทะเลาะกัน และเอ็ดดี้ถูกกัดที่มือ จนมีเศษขอเวน่อมหลุดออกไป และไปสิงอยู่ในร่างของเคลตัส ที่จะกลายเป็นคาร์เนจในอนาคต สุดท้ายแล้วเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ทุกคนต้องไปดูด้วยตาตัวเอง Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)

Advertisement

Advertisement

ตัวอย่าง Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)


รีวิว Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)

รีวิว Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)ภาคนี้เป็นภาคต่อจาก Venom (2018) บอกเลยว่าค่อนข้างผิดหวัง เพราะหนังแทบไม่มีเนื้อหาอะไรมากมายเลย เน้นแอ็คชั่นกับงานภาพล้วนๆ มาเริ่มรีวิวกันเลยดีกว่า มาเริ่มกันที่เรื่องบทกันก่อน ส่วนนี้ค่อนข้างแบนราบ และไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไหร่นัก เรื่องราวไม่ได้มีอะไรมากมาย ต้นเรื่องเราก็จะได้เห็น เอ็ดดี้ บร็อก ทะเลาะกับ เวน่อม และก็มีแค่นั้นเลยเกือบครึ่งเรื่อง แต่ผมก็เข้าใจได้นะ เพราะเป็นการให้เราได้เห็นความสัมพันธ์ของตัวละคร และเป็นส่วนที่ผมชอบที่สุดของหนังแล้ว มันเสียตรงที่ประเด็นที่เขาปูเอาไว้ตอนต้นเรื่องมันค่อนข้างเบา ถึงแม้ว่าบทจะเขียนออกมาได้ไม่ค่อยเวิร์ค แต่มันก็ยังพอดูได้เพลินๆ คืออยู่ระดับกลางๆแหละ ไม่ได้ถึงกับดีและก็ไม่ได้ถึงกับแย่มาก โชคยังดีที่การดำเนินเรื่องทำออกมาได้ไม่แย่นัก ดำเนินเรื่องไปได้เรื่อยๆ อยู่ และค่อนข้างเร็วด้วย คือเราไม่ทันได้เบื่อ เรื่องราวก็ดำเนินต่อแล้ว สิ่งนี้ช่วยดึงดูดให้เรานั่งดูหนังเรื่องนี้ต่อไปได้จนจบ แถมยังช่วยทำให้ภาพรวมออกมาดีขึ้นด้วย

Advertisement

Advertisement

รีวิว Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)ต่อมาด้านการแสดง ในจุดนี้ถือว่าทำได้ดีกันหมดทุกคน และเป็นส่วนที่ช่วยแบกหนังพอสมควร แคสต์นักแสดงมาดี ป๋าทอม ฮาร์ดี้ ชื่อนี้การันตีเรื่องคุณภาพการแสดงอยู่แล้ว แบกหนังได้สบายๆ เลย และการแสดงของเขาถือเป็นส่วนที่ยอดเยี่ยมที่สุดของหนังเรื่องนี้ แถมในภาคนี้ยังได้ตัว วูดดี แฮร์เรลสัน มารับบทเป็นวายร้ายอีก ซึ่งป๋าแกก็แสดงได้ดีเยี่ยมตามมาตรฐานของแกเลย แสดงได้ดีมากๆ แต่ที่มันไม่น่าจดจำก็เป็นเพราะบทมันไม่ส่งจริงๆ คือนักแสดงหลักทั้ง 2 คน แสดงออกมาได้ดีสมบทบาทแล้วทั้งคู่ แต่อย่างที่บอกว่าบทค่อนข้างมีปัญหา น่าเสียดายจริงๆ นอกจาก 2 คนนี้แล้ว นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็แสดงได้ดีกันทุกคน ในด้านการแสดงไม่มีอะไรจะติเลย ผมรับได้แล้ว

รีวิว Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)ส่วนสุดท้าย คือด้านงานภาพและการโปรดักชั่น ในด้านงานภาพ ถือว่าทำออกมาได้ดีเลย งานภาพสวยเหมือนภาคแรก และขึ้นชื่อว่าเป็น Sony Pictures เรื่องงานภาพนี่ไม่ต้องกังวลเลย งานภาพค่อนข้างดีเกือบทุกเรื่อง แต่เรื่องบทก็อย่างที่รู้กัน ฮ่าๆ CGI ทำดี งานละเอียด สวยงาม ทำ CGI ตัวละคร คาร์เนจ ออกมาได้เท่ดี และเป็นในแบบที่ผมจินตนาการไว้ เอาง่ายๆ งานภาพดีงาน แสงสี เสียง โปรดักชั่น ทุกอย่างดีงามหมด ผมถึงได้เสียดายไง เพราะมีวัตถุดิบที่ดีมากๆ ทั้งทีมงานโปรดักชั่นที่ทำออกมาได้ดีตลอด ทีมนักแสดงที่มีศักยภาพ เสียอย่างเดียวคือเรื่องบท ไม่งั้นคงจะเป็นหนังที่สนุกมากแน่ๆ แต่ผมก็ยังคิดว่ามันยังมีดีพอให้หลายคนหลงรักได้เช่นกัน อันนี้แล้วแต่ความชอบเลยครับ เพราะมีหลายคนที่ชอบภาคนี้มากๆ เช่นเดียวกัน ทุกคนต้องลองไปรับชมด้วยตาตัวเองครับ อีกอย่างภาพยนตร์เรื่องนี้มีเอ็นเครดิตด้วยนะครับ อย่าลืมดูกันด้วย ท้ายสุดนี้ผมขอให้คะแนนภาพยนตร์เรื่อง Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด) ไว้ที่ 6/10 คะแนน

Advertisement

Advertisement

สุดท้ายนี้ ฝากกดแชร์ และกดติดตามด้วยนะครับ


  • ชื่อเรื่อง : Venom: Let There Be Carnage (เวน่อม ศึกอสูรแดงเดือด)
  • ผู้สร้าง : Sian Heder
  • ความยาว : 111 นาที
  • วันที่ฉาย : 16 มิถุนายน 2022 (วันที่เข้า Netflix)
  • ระบบเสียง : บรรยายไทย
  • ช่องทางการรับชม : Netflix
  • คะแนน : 6/10

ช่องทางอื่นๆในการติดตาม ละเลงหนัง



บทความอื่นๆของ ละเลงหนัง :


เครดิตภาพทั้งหมดจาก Facebook : Venom

วิดีโอ : ตัวอย่างภาพยนตร์ใหม่ล่าสุด Venom: Let There Be Carnage [Official ซับไทย]จาก Youtube : Sony Pictures Thailand


*STAR COVER"อย่ามัวแต่ดูมาดังกัน"*

ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ขอชวนทุกคนมาสนุกโคฟเวอร์ พร้อมลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท (5 รางวัล) โคฟคนที่ใช่ ไลค์คนที่ชอบ`ร่วมสนุกได้ที่ ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ห้อง cover บนแอปทรูไอดี`

trueCover

คลิกเลย >> https://ttid.co/UAnK/7y9jfqkq

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://bit.ly/3O1cmUQ

ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 - วันที่ 3 สิงหาคม 2565

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
ละเลงหนัง
ละเลงหนัง
อ่านบทความอื่นจาก ละเลงหนัง

เขียนเกี่ยวกับหนัง ซีรีส์ ทั้งแนะนำ รีวิว ข่าวสาร

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์