คัดลอกลิงค์

บันเทิง

(รีวิว) Virgin River ซีรีส์ของคนที่อยากทิ้งอดีต...และอยากจะมูฟออนที่แท้ทรู

7.7k
Filmanwriter
Filmanwriter
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Filmanwriter
แจ้งตรวจสอบ
(รีวิว) Virgin River ซีรีส์ของคนที่อยากทิ้งอดีต...และอยากจะมูฟออนที่แท้ทรู

Virgin River ดัดแปลงจากนิยายชุดของนักเขียน Robyn Carr นี่คือนิยายโรแมนซ์ขายดีระดับตำนานเรื่องราวของความรักในเมืองเล็ก ๆ กลางป่าบ้านนอกคอกนาในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีออกมาทั้งหมด 21 เล่มแล้วนะครับ (ผู้เขียนไม่เคยอ่านนิยายนะ)

มาว่ากันที่ตัว Virgin River ในเวอร์ชั่นซีรีส์ทาง Netflix กันบ้างต้องบอกว่าผู้เขียนเองเป็นคนที่ชอบรับชมภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่ดัดแปลงจากนิยายอารมณ์ประมาณนี้เป็นอย่างมากเพราะรู้สึกว่ามันให้ความหมายของการใช้ชีวิตได้อย่างลึกซึ้งเสมอซึ่งสำหรับเราแล้ว Virgin River มอบมิติของการ “ให้โอกาส” ไม่ว่าจะกับ “ตัวเอง” “คนรอบข้าง” ได้เป็นอย่างดีผ่านคนในเมือง Virgin River ที่แม้ว่าพวกเขาจะดูมีอุดมคติหรือพูดง่าย ๆ ก็คือหัวรั้นไปสักหน่อย

สำหรับผู้เขียนเองซีรีส์เรื่องนี้อาจจะเหมาะกับคนที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาแล้วสักประมาณนึงผมว่าอายุสัก 25 ขึ้นไปดูแล้วคงจะชอบเพราะอาจจะเป็นการเตรียมตัวรับมือกับปัญหาการใช้ชีวิตในอานาคตได้แต่สำหรับคนที่อายุสัก 30   ขึ้น ไปผมว่าคุณจะรักซีรีส์เรื่องนี้เลยละ

Advertisement

Advertisement

imbdภาพจาก https://www.imdb.com/title/tt9077530/

Virgin River Season 1 ว่าด้วยเรื่องของนางเอก “เมล” พยาบาลผดุงครรภ์สาวสวยเพียบพร้อมที่เหมือนต้องการหนีอะไรสักอย่างจากแอลเอเลยตัดสินใจมารับงานที่เมือง Virgin River คุณนึกภาพละครไทยก็ได้ที่เวลานางเอกรวย ๆ ขับรถยุโรปสีแดงถือกระเป๋าแบรนด์เนมใบโตมาที่บ้านนอกคอกนาภาพมันก็ประมาณนั้นเธอกลายเป็นที่สนใจของคนทั้งเมือง หลังจากนั้นจึงได้พบกับ “แจ็ค” เจ้าของบาร์อดีตทหารผ่านศึกที่ยังคงมีอดีตในสนามรบคอยตามหลอกหลอนไม่มีวันจบและเมื่อคนมีอดีตมาพบกันมันจึงยากเหมือนกันที่จะเริ่มต้นใหม่

Advertisement

Advertisement

virgin riverภาพจาก https://www.imdb.com/title/tt9077530/

สำหรับ “เมล” คือการปรับตัวครั้งใหม่และเธอไม่รู้ว่าจะไปรอดกับเมืองนี้หรือไม่ ส่วน “แจ็ค” ต้องรับมือกับการตกหลุมรักครั้งแรกในชีวิตแถมเขายังมีอดีตอันโหดร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์สมัยไปรบที่ตะวันออกกลางที่ยังคงฝังใจจนถึงทุกวันนี้ และความรักครั้งนี้ทั้งคู่ต้องผ่านมันไปด้วยกัน

สิ่งที่เราชอบซีรีส์เรื่องนี้คือบรรยากาศทั้งหมดของซีรีส์ไม่ว่าจะเป็นโลเคชั่นที่ใช้ถ่ายทำมันสบายตาเหลือเกิน โดยเฉพาะตัวบทเราชอบมากที่เขาพาเราไปรู้จักปัญหาของชีวิตคู่ของแต่ละวัยปัญหาของแต่ละครอบครัวทุกคนมีปัญหาแต่จะผ่านมันไปได้อย่างไร อีกอย่างที่สะท้อนให้เห็นคือปัญหาเรื่องการแพทย์ยังคงมีอยู่ในทุกพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลความเจริญเมือง Virgin River พึ่งพาหมอเพียงคนเดียวมาตลอดหลายสิบปีจนวันหนึ่ง “โฮป” ภรรยาของ “หมอ” ทนไม่ไหวกับปัญหานี้จึงจ้าง “เมล” เพื่อมาช่วยนั่นเอง ซึ่งเธอเองก็ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะพิชิตใจคุณหมอหัวโบราณให้ยอมรับเธอได้จริง ๆ และแน่นอนว่า "เมล" กลายเป็นส่วนสำคัญในการช่วยเปลี่ยนแปลงทัศนคติของในเมืองในหลาย ๆ เรื่อง 

Advertisement

Advertisement

  • ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องราวของ "เมล" และ "แจ็ค" เท่านั้นนะครับ ยังมีตัวละครหลักอีกหลายคนอีกเส้นเรื่องหลักที่เห็นชัดเจนก็คือเรื่องของชีวิตคู่ของ "โฮป" และ "คุณหมอ" ที่อยู่กินกันมาเกือบทั้งชีวิตแต่แผลที่ฝังลึกอยู่ในใจของ "โฮป"(ภรรยา) ที่มีต่อ "หมอ" เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมากลับทำให้พวกเขาสั่งคลอนในตอนแก่ซะอย่างนั้น 
  • และยังมีเรื่องราวของ "พีทเชอร์" (หุ้นส่วนของแจ็คและเพื่อนทหารที่ตามกันมาอยู่ที่เมืองนี้) และ "เพจ" (คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เต็มไปด้วยความลับ) นี่ก็เป็นอีกคู่หนึ่งที่เรื่องราวเข้มข้นเช่นกัน   

เมืองนี้อยู่กันด้วยกฎถ่อยทีถ่อยอาศัยกันอารมณ์เหมือนปกครองตนเอง เป็นเมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยคนวัยเกษียณอายุและคนที่หนีอดีตและอยากใช้ชีวิตอย่างสงบแต่เมื่อไหร่ที่อดีตของพวกเขาถูกเปิดเผยมันเป็นเหมือนโศกนาฏกรรมทางความทรงจำเลยละ แต่ซีรีส์ก็มอบคำตอบในการผ่านปัญหาเหล่านั้นไปทีละเล็กทีละน้อย

virgin river ภาพจาก www.netflix.com

ซีรีส์เรื่องนี้เต็มไปด้วยบรรยากาศของคนอยากลืมอดีตแต่ก็เริ่มต้นใหม่ไม่ได้ อาจจะด้วยเพราะเราไม่กล้าแม้แต่จะให้โอกาสตัวเองได้เริ่มใหม่และซีรีส์ยังได้มอบความหมายอีกแบบกับคนที่เคยทำผิดพลาดหรือรู้สึกผิดว่าบางครั้งการช่วยเหลือหรือรับผิดชอบอะไรสักอย่างหรือใครสักคนมันก็มีวันสิ้นสุดลงเช่นกันเมื่อคนนั้นไม่ได้ต้องการความช่วยเหลืออีกต่อไปเราควรจะปล่อยไปและใช้ชีวิตของเราต่อ “การให้อภัยตัวเองและให้อภัยคนอื่นคือเรื่องที่เราควรจะทำเมื่อมันสมควรแก่เหตุผล” เพราะถ้าเรายังยึดติดหรือยังคงถือไว้ตัวเราเองที่จะไม่มีความสุข

อีกหนึ่งประเด็นที่ดีเลยคือ “การเป็นคนชอบช่วยเหลือ” เป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่บางครั้งเราก็ไม่ควรเข้าไปก้าวก่ายปัญหาของคนอื่นถ้าเขาไม่ได้ร้องขอ บางทีเราก็ทำได้เพียงแค่มองอยู่ห่าง ๆ และปล่อยให้พวกเขาจัดการปัญหาของตัวเอง เราจะเห็นเรื่องนี้ได้จากตัวละครอย่าง “โฮป” ที่คอยจุ้นจ้านเรื่องของคนอื่นตลอดเพียงเพราะความหวังดีแต่บางครั้งมันก็ล้ำเส้นจนเกินไป หรือ ในกรณีของ “แจ็ค” ที่ยึดติดกับคำหมั่นสัญญาว่าจะคอยดูแลบรรดาทหารที่ตามกลับมาด้วยทั้ง ๆ ที่เห็นกันอยู่ว่าคนเหล่านั้นเป็นตัวปัญหาและไม่ต้องการให้ช่วยอีกต่อไป เพราะฉะนั้นเราควรรู้ว่าเมื่อไหร่ควรช่วยและเมื่อไหร่ควรอยู่เฉยๆ


สิ่งสำคัญซีรีส์ Romantic – Drama เรื่องนี้ดูแล้วไม่หลับแน่นอนและก็ไม่ได้เลี่ยนจนจะอ้วกแต่มันกลับเต็มไปด้วยความรักและมีชีวิตชีวา คุณจะได้รับชมความหมายของคำว่ารักและคำว่าให้จากการช่วยเหลือกันของทุกตัวละคร คุณจะได้เพลิดเพลินกับเหล่าบรรดาแก๊งคนแก่หัวโบราณซึ่งชอบเผือกตลอดเวลาซึ่งน่ารักมากที่สำคัญวิวสวยสงบดีจริง ๆ และเพลงประกอบที่ใช้เพราะมากนะครับ  

ถ้าใครมองหาซีรีส์ Romantic – Drama ที่เต็มไปด้วยบทสทนาที่มีความหมายต่อการดำนเนินชีวิตโดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่ายังติดอยู่กับอดีตอันโหดร้ายจะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เรื่องราวของคนใน Virgin River อาจจะทำให้อย่างน้อยคุณกล้าที่จะเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ ในชีวิตบ้างก็ได้เพราะ

เราไม่สามารเปลี่ยนอดีตของเราหรือของใครได้ก็จริงแต่เรามีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตร่วมกันได้เช่นกัน

"ดูซีรีส์ให้สนุกครับ"


  • สำหรับใครที่ดูจบแล้ว Netflix ประกาศแล้วว่าเตรียมรับชม Season 2 เร็ว ๆ นี้ซึ่งดีใจมากเพราะฉากจบแบบว่าอยากดูต่อแล้ว
  • ข้อมูลเพิ่มเติมไปสืบมาจากคนที่เคยอ่านนิยาย  Virgin river Season 1 อ้างอิงเรื่องราวหลักๆ จากนิยายชุดนี้จากเล่มที่ 1

สามารถติดตามผลงานกันได้อีกหนึ่งช่องทาง Facebook Fanpage www.facebook.com/filmanwriter

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด