คัดลอกลิงค์

โควิด-19

วงจรชีวิตโคโรน่า ดำรงชีวิตได้ในทุกสิ่ง

253
สมภัสสร
สมภัสสร
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก สมภัสสร
แจ้งตรวจสอบ
วงจรชีวิตโคโรน่า ดำรงชีวิตได้ในทุกสิ่ง

          วงจรชีวิตโคโรน่า

 

          สถานการณ์ไวรัส COVID-19 ยังคงแพร่ระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปอดอักเสบรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนผ่านการ ไอ จาม หรือสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เมื่อร่างกายได้รับเชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 14 วัน (อาจไม่มีอาการป่วยที่สังเกตเห็นได้) โดยอาการเริ่มแรกของผู้ป่วย เริ่มจากการ มีไข้ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามหน้า หายใจหอบเหนื่อย ถ่ายเหลวท้องเสียในบางราย

city

          Credit ภาพ : Sompussorn

manCredit ภาพ : Sompussorn

          ระยะเวลาแพร่เชื้อของของไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 แบ่งเป็น 3 ระยะ

          ลักษณะของผู้ป่วย

          ระยะที่ 1 : ผู้ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ

          ระยะที่ 2 : มีการติดเชื้อในประเทศในวงจำกัด

Advertisement

Advertisement

          ระยะที่ 3 : มีการระบาดแพร่ขยายในประเทศ

          วิธีการควบคุม

           ระยะที่ 1 : คัดแยกผู้ป่วย

           ระยะที่ 2 : ควบคุมการระบาด

           ระยะที่ 3 : ลดผลกระทบ

btsCredit ภาพ : Sompussorn

          สำหรับประเทศไทยยังอยู่ในระยะที่ 2 ซึ่งยังไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศ แต่แนวโน้มการระบาดในประเทศต่าง ๆ มีมากขึ้นและอาจส่งผลกระทบต่อการระบาดของประเทศไทย จากสถานการณ์ ไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ ล่าสุด(3 มี.ค.63) พบว่ามีผู้ติดเชื้อมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก เป็นผู้ป่วยติดเชื้อจำนวน 90,912 ราย เสียชีวิต 3,117 รักษาหาย 47,984 ราย ส่วนประเทศไทย พบผู้ป่วยติดเชื้อจำนวน 43 ราย เสียชีวิต 2 ราย รักษาหาย 30 ราย

         ท่ามกลางสถานการณ์การติดเชื้อไวรัส COVID-19 ที่แพร่ระบาดหนักในประเทศจีน และอีกหลายระเทศทั่วโลก จนถึงขั้นเสียชีวิต ทำให้เกิดการตื่นตระหนก และวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่เชื้อ ตลอดจนการรับข่าวสารที่เผยแพร่จนทำให้เชื่อว่า“เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่” หรือ COVID-19 สามารถติดอยู่บนธนบัตรได้นาน 9 วัน ผู้เขียนเองยอมรับว่าตื่นตระหนกกับข่าวนี้เช่นเดียวกัน จนทำให้อยากรู้ถึง วงจรชีวิตโคโรน่า มันสั้นหรือยาวเพียงใด เมื่อมันฝังตัวอยู่ในวัตถุหรือสิ่งต่างรอบตัวเรา และด้วยธนบัตรเป็นสิ่งที่เราจับต้องทุกวัน จึงสืบค้นความจริงพบว่ายังไม่มีผลตรวจว่าพบเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 บนธนบัตรแต่อย่างใด เราใช้ธนบัตรได้อย่างโล่งใจ

Advertisement

Advertisement

          จากกรณีกระแสข่าวเชื้อไวรัสติดบนธนบัตร “กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค” จึงได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการดำรงอยู่ “เชื้อไวรัส” ที่มีโอกาสดำรงชีวิตอยู่บนสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรารวมถึงบนพื้นผิวต่างๆ โดยอ้างอิงข้อมูลจาก นายแพทย์พิเชษฐ บัญญัติ แพทย์เวชศาสตร์ป้องกัน รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ 

Advertisement

Advertisement

          เชื้อไวรัสสามารถ ดำรงชีวิตได้ 

           1.ในละอองฝอยน้ำมูก น้ำเสมหะ น้ำลาย และน้ำตา อยู่รอดในอากาศได้เพียง 5 นาที

           2.ในน้ำได้นาน 4 วัน 

           3.บนวัสดุ เช่น พื้น โต๊ะ ลูกบิดประตู ได้นาน  7-8 ชั่วโมง

           4.ในผ้าหรือกระดาษทิชชู่ได้นาน 8-12 ชั่วโมง

           5.บนวัสดุพื้นเรียบได้นาน 24-48 ชั่วโมง 

           6.ในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส เชื้อไวรัสอาจอยู่ได้นานถึง 1 เดือน 

          ทั้งนี้ได้ประเมินจากลักษณะเชื้อไวรัสอื่นๆ ด้วย เช่น  SARS และ MERS  ไม่ใช่เฉพาะไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 เท่านั้น

          วิธีรับมือกับเชื้อ โคโรน่าไวรัส 2019  หรือ COVID-19 มีอยู่หลายวิธี

รวมCredit ภาพ : Sompussorn

          1.การสวมหน้ากากอนามัย เป็นวิธีป้องกันตนเองในเบื้องต้น เมื่อเราอยู่ในสถานที่แออัด มีคนเป็นจำนวนมากแบบใกล้ชิดกัน เช่น บนรถไฟฟ้า ตลาด ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

          2.หมั่นล้างมือเป็นประจำ เพื่อสุขอนามัยที่ดีของเรา ไวรัสตัวนี้ เป็นตัวที่เรารู้จักกันดี เป็นไวรัสกลุ่มในตระกูล โคโรน่าไวรัส ซึ่งเมื่อก่อนนั้น เคยระบาดมาแล้วช่วงหนึ่ง ที่เด่นจะเป็น โคโรน่าไวรัสตระกูล SARS และตระกูล MERS

          วิธีป้องกันที่ดีที่สุดของพวกเราก็คือ ถ้าเห็นคนไข้หรือคนที่มีอาการติดเชื้อ เราควรเว้นระยะห่างประมาณ 1 เมตร สถานที่ที่สำคัญที่กระทรวงสาธารณสุข แนะนำให้ระมัดระวัง คือ สถานที่แออัด มีคนอยู่เป็นจำนวนมาก หรือใกล้ชิดกัน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาด หรือระบบขนส่งมวลชนทั้งหลาย ทีเราต้องเดินทาง

          วิธีที่ป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดก็คือ กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ แต่ถ้าเราจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ การล้างมือ เหตุผลทำไมต้องล้างมือ เหตุผลนี้ผู้เขียนได้มาจากการสอบถามคุณหมอเลยครับว่า การล้างมือด้วยเจล กับการล้างมือด้วยสบู่ อันไหนดีกว่ากัน คุณหมอบอกว่า เชื้อโรคที่ตกตามพื้น หรือเกาะตามพื้นที่ต่าง ๆ มือเรามักจะไปสัมผัส เมื่อมือเราสัมผัส เชื้อโรคปกติมันจะไม่เข้ามือ มันจะเข้าตามเยื่อบุต่าง ๆ เช่น เยื่อบุตา เยื่อบุจมูก หรือกินเข้าไปทางช่องปาก เพราะฉะนั้น มือของเรา ถ้าไม่ขยับ แกะเกาบนบริเวณใบหน้า หรือดวงตาก็จะไม่ติดเชื้อโรค

          เจลล้างมือมีประสิทธิภาพ แต่สิ่งที่ต้องตระหนัก คือระดับของความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเจลล้างมือ จะมีส่วนสำคัญ จากการวิจัยพบว่าประมาณ 65-95 % จะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคได้อย่างเต็มที่ ถ้าเทียบกันระหว่างเจลล้างมือ กับการล้างมือด้วยสบู่นั้นคุณหมอแนะนำให้ล้างมือด้วยสบู่กับน้ำมากกว่า เพราะว่าเวลาเราล้างมือด้วยสบู่กับน้ำ สามารถครอบคลุมพื้นที่ผิวหนังมือของเราได้ทุกซอกทุกมุมมากกว่า

          การดูแลสุขภาพ ที่เราสามารถนำไปใช้ได้กับทุกโรค แม้กระทั่ง โคโรน่าไวรัส หรือ COVID-19  เราใช้หลัก 4 อ กับ 1 พ ครับ

          อ แรกคือ อาหาร เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารสะอาด สุก และร้อน

          อ ที่สองคือ อากาศ หาสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์

          อ ที่สามคือ การออกกำลังกาย การออกกำลังกายทำให้ร่างกายมีสมรรถนะที่แข็งแรงขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น หัวใจสูบฉีดโลหิตดีขึ้น ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานได้

          อ ที่สี่คือ อารมณ์ เราต้องทำอารมณ์ให้แจ่มใส เมื่ออารมณ์ไม่แจ่มใสจะมีสารเคมีที่เป็นโทษแก่ร่างกายออกมา แต่ในทางกลับกัน เมื่อเราอารมณ์แจ่มใสจะมีสารเอ็นดอร์ฟินหลั่งออกมาจะทำให้เรามีความสุข แต่ก็ไม่ควรละเลย 1 พ

            พ คือ การพักผ่อน การพักผ่อนต้องพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง ในการนอนหลับ ซึ่งจะเป็นตัวเสริมที่ทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้น ด้วยรักและ ห่วงใย วันนี้สวัสดีครับ

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด