คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

วัดพานิชสิทธิการาม @ ลำพูน

ดร.อาบแสงจันทร์ ต.
ดร.อาบแสงจันทร์ ต.
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ดร.อาบแสงจันทร์ ต.
แจ้งตรวจสอบ
วัดพานิชสิทธิการาม @ ลำพูน

               สวัสดีครับท่านผู้อ่านทั้งหลาย วันนี้ผู้เขียนมีเรื่องของวัดดี ๆ อีกแห่งหนึ่งที่อยากจะนำเสนอท่านนักเที่ยวสายบุญทั้งหลาย ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าวัดนี้เป็นอีกวัดหนึ่ง ที่ผู้เขียนเชื่อว่าหลายท่านยังไม่เคยไปวัดแห่งนี้เป็นแน่นอน เอาหละครับ หากท่านมีโอกาสผ่านมาแต่ไม่เคยแวะ ถือว่าพลาดอย่างแรง... เอ้าพูดมาซะนาน มาดูกันครับว่าวัดที่ว่านี้อยู่ที่ไหนอย่างไร

                วัดที่ผู้เขียนอยากนำเสนอนี้ ชื่อว่าวัด “วัดพานิชสิทธิการามตั้งอยู่ที่ตำบลป่าซาง อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ทีนี้มาดูกันครับว่าภายในวัดแห่งนี้มีสถานที่ที่น่าสนใจอะไรบ้าง

ป้ายบอก

               จุดที่หนึ่ง พระเจดีย์ทอง ( พระเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ ) เป็นพระเจดีย์สีทองทั้งองค์ ปลายยอดจะมีฉัตรสีทองประดับสวยงามมากประดิษฐานอยู่ด้านขวามือ เมื่อเข้ามายังบริเวณวัด โดยรอบเจดีย์ศรีมหาโพธิ์นี้จะมีรูปปั้นพญานาคพันโดยรอบ เป็นกุศโลบายแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ สวยงาม น่าเกรงขามซึ่งในส่วนของพญานาคนี้ ตามตำนานที่ปรากฎในพุทธประวัติ จะมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าดังที่เรา ๆ ท่าน ๆ เห็นกันอยู่ประจำ เช่น ตอนที่เสวยวิมุตติสุขใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ หรือบางช่วงตอนในเรื่องของการบวชมีพุทธบัญญัติให้บวชได้เฉพาะคนเท่านั้น ( เพราะมีพญานาคจำแลงมาขอบวช ) เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

พระเจดีย์

             จุดที่สอง พระเจ้าศิลาทิพย์เป็นจุดประดิษฐานพระพุทธรูปศิลาล้วนทั้งองค์ พุทธลักษณะทำจากหินองค์สีเทาอมเขียว เป็นพระพุทธรูปปางนาคปรก จากประวัติเชื่อว่าพระพุทธรูปปางนี้ เป็นพระพุทธรูปประจำวัดของคนเกิดวันเสาร์ตามพุทธประวัติพระพุทธรูปปางนี้เท่าที่ทราบ คือ ชาวพุทธมีความเชื่อผูกพันกับพญานาคมาช้านานครับตามตำนานพุทธประวัติ ก็จะมีปรากฎบางช่วงตอน เช่น ในตอนที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ใต้ต้นศรีมหาโพธิได้เสวยวิมุตติสุขเป็นเวลา 7 วัน ก็ได้มีพญานาคนามว่าพระยามุจรินทร์นาคราช ได้แปลงกายเป็นพญานาคมาแผ่พังพานบดบังแสงแดด ปัดเป่าแมลงไม่ให้มารบกวนพระวรกายพระพุทธองค์ เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

พระพุทธรูปหิน

              จุดที่สาม จะพบกับพระวิหารประจำวัดครับ สำหรับพระวิหารนี้ชาวพุทธเราใช้เป็นที่สำหรับประกอบกิจกรรมทางศาสนา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาล งานบุญต่าง ๆ หรือแม้แต่กระทั่งการบวชสามเณรก็จะมีการประกอบพิธีในพระวิหาร ( ต่างกับอุปสมบท เพราะจะทำกันที่พระอุโบสถเท่านั้น ) นอกจากนี้ในสมัยก่อนพระวิหารยังเป็นแหล่งชุมนุมของชาวบ้าน หากเมื่อมีเรื่องที่ต้องปรึกษากิจการอื่น ๆ ภายในหมู่บ้านหรือชุมชน และจุดสะดุดตาอีกจุดหนึ่ง คือ บันไดสองฝั่งก่อนขึ้นไปบนพระวิหาร จะมีพญานาคสีทองสองตนขนาบทางขึ้นบันไดซ้าย-ขวา เมื่อขึ้นมาแล้วก็กราบขอพรพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัวด้วยนะครับ

Advertisement

Advertisement

พระวิหาร

                 จุดที่สี่ พระธาตุ/เจดีย์ประจำปีเกิด จุดนี้จะอยู่ด้านข้างพระวิหาร จะเป็นจุดจำลองพระธาตุประจำปีเกิด ( 12 นักษัตร ) โดยเท่าที่ผู้เขียนทราบจะมีพระธาตุประจำปีเกิดทั้ง 12 ปี ดังนี้ พระธาตุประจำปีฉลูพระธาตุลำปางหลวง ลำปาง, พระธาตุประจำปีขาลพระธาตุช่อแฮ แพร่, พระธาตุประจำปีเถาะพระธาตุแช่แห้ง น่าน, พระธาตุประจำปีมะโรง พระพุทธสิหิงค์ เชียงใหม่, พระธาตุประจำปีมะเส็ง พระศรีมหาโพธิหรือต้นโพธิ์, พระธาตุประจำปีมะเมีย พระธาตุชเวดากอง พม่า, พระธาตุประจำปีมะแม พระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่, พระธาตุประจำปีวอก พระธาตุพนม นครพนม, พระธาตุประจำปีระกา พระธาตุหริภุญชัย ลำพูน, พระธาตุประจำปีจอ พระธาตุเกศแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์, พระธาตุประจำปีกุน พระธาตุดอยตุง เชียงราย มาที่วัดแห่งนี้ไม่ต้องไปไกล ก็สามารถมาไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของตนเพื่อความเป็นสิริมงคลได้นะครับ

เจดีย์จำลอง

ท้าวทั้งสี่                 จุดที่ห้า ท้าวทั้งสี่ ( ต๊าวตังสี่ ) อันนี้เป็นความเชื่อของคนทางล้านนานะครับ ว่าเมื่อมาวัดแล้วมักจะมีการบูชาท้าวทั้งสี่ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ การนอบน้อมท้าวทั้งสี่ ( เทวดาประจำทิศทั้งสี่องค์ ) โดยท้าวทั้งสี่นี้ประกอบไปด้วย จาตุมหาราชแต่ละองค์ ได้แก่ ท้าวกุเวร รักษาโลกด้านทิศเหนือ ทำหน้าที่ปกครองยักษ์ ท้าวกุเวรมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ท้าวเวสวัณ หรือท้าวเวสสุวรรณ ท้าววิรุฬหก รักษาโลกด้านทิศใต้ ทำหน้าที่ปกครองกุมภัณฑ์ ท้าววิรูปักษ์ รักษาโลกด้านทิศตะวันตก และการบูชาก็จะมีนัยความหมายว่าเทพทั้งสี่ทิศจะคอยปกปักษ์รักษา คุ้มครองให้ผู้บูชา ศรัทธา ปราศจากภยันตราย ความชั่วทั้งปวง มาแล้วรอไร.....เข้ามากราบเลยครับ

ท้าวทั้งสี่

                จุดที่หก จุดสุดท้ายป็นศาลาเทพทันใจ หรือเรียกว่า โบโบยี แปลว่า “พ่อปู่” หรือ “พ่อใหญ่” คนมอญ-พม่านับถือ การสร้างรูปปั้นนี้ขึ้น เพื่อรำลึกคุณงามความดี และมีความเชื่อว่าโบโบยีนี้เป็นกึ่งผีกึ่งเทพ โบโบยีมีใบหน้ายิ้มแย้ม ท่าทางใจดี มือซ้ายถือไม้เท้า มือขวาชี้ไปข้างหน้า คนไทยพากันเรียกว่า “เทพทันใจ” ผู้เขียนทราบว่าหากจะขอพรเมื่ออธิษฐานเสร็จแล้ว ต้องเอาหน้าผากไปสัมผัสกับนิ้วชี้ของเทพทันใจ ก็จะได้รับพรสมปรารถนาตามที่ตนขอ ( อาจจะเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะครับ )

เทพทันใจ

               มากันให้ได้นะครับ ถ้ามาแล้วรับรองเลยว่าสิ่งที่ท่านจะได้กลับไป คือ ความสุข ที่หาไม่ได้จากการซื้อ ขาย แต่ท่านจะได้ความสุขทางใจกลับไปแน่นอน เอาหละครับสำหรับวันนี้เท่านี้ก่อนนะครับ แล้วพบกันใหม่ สวัสดีครับ.....

                เครดิตภาพทั้งหมดจากผู้เขียน ดร.อาบแสงจันทร์ ต.

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด