คัดลอกลิงค์

ความรู้

ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนหนองกระโดนมน วิธีแสวงหาความสุขแท้จริงตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

156
ฝนทอง ทอสายศิลป์
ฝนทอง ทอสายศิลป์
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก ฝนทอง ทอสายศิลป์
แจ้งตรวจสอบ
ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนหนองกระโดนมน วิธีแสวงหาความสุขแท้จริงตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

คกก.ประเมินผลงานเชิงประจักษ์คณะกรรมการสรรหาผู้มีผลงานดีเด่น สาขาการศึกษานอกระบบ มูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ นำโดย ดร.ทองอยู่ แก้วไทรฮะ ร่วมกับนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ นายเรวัฒน์ สุธรรม นายวัชรินทร์ จำปี และนายประเมศวร์ สุขมาก ได้ลงพื้นที่ประเมินผลงานเชิงประจักษ์ของ นายเกษมชัย  แสงสว่าง ปราชญ์ชาวบ้านวัย 54 ปี ชาวตำบลหนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมี นางวชิราภรณ์ สังข์แก้ว ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ให้การต้อนรับ และกล่าวว่า นายเกษมชัย เป็นศิษย์เก่า กศน. ผู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้ จบ ม.ต้นในสถานศึกษา ต่อ ม.ปลาย กศน. เรียนต่อจนจบ ปวส.วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี สุพรรณบุรี หมั่นอบรมและศึกษาเรียนรู้ จาก กศน.และไปต่อยอดในแหล่งเรียนรู้อื่นๆ น้อมนำเอาศาสตร์พระราชา นำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองก่อน อย่างเข้าใจ เข้าถึง และจึงนำไปพัฒนาต่อยอดขยายผลในระดับกลุ่ม ชุมชน และสังคมต่อไป พัฒนาองค์ความรู้ที่ร่วมเรียนรู้กับ กศน. แล้วนำมาต่อยอดให้ชาวชุมชน และผู้สนใจ ด้วยความศรัทธาในพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 เขาได้เข้ารับอบรมหลักสูตรการพัฒนากสิกรรมสู่หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ณ ศูนย์เรียนรู้กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง  และศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติจังหวัดนครนายกเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าวให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยนำมาขยายผล ในหลายเรื่อง อาทิ หลักกสิกรรมธรรมชาติ เรื่องเกี่ยวกับป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง เกษตรทฤษฎีใหม่ โคกหนองนาโมเดล (เกษตรทฤษฎีใหม่แบบประยุกต์หลัก) ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง รวมถึงการแปรรูป ผลผลิตทางการเกษตร ปัจจุบัน เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง และวิทยากรกระบวนการ ของศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนหนองกระโดนมน ให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชน  

Advertisement

Advertisement

นายเกษมชัย  แสงสว่าง ปราชญ์ชาวบ้าน

นายเกษมชัย  แสงสว่าง เล่าถึงวิธีการนำความรู้มาต่อยอด ซึ่งเริ่มจากทบทวนองค์ความรู้ที่ได้แล้วนำมาลงมือทำ  โดยการใช้พื้นที่ว่างรอบๆ บ้าน ปลูกต้นไม้ยางนา ประดู่ป่า มะค่าโมง ปีบและอื่นๆ ลักษณะรูปแบบของป่าครัวเรือนหรือป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง นอกจากนี้ยังใช้พื้นที่ลุ่มต่ำในไร่อ้อย ขุดสระน้ำแก้มลิงเพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในไร่ บริเวณคันสระปลูกไม้ผสมผสาน ไม้ประดู่ มะค่าโมง พยุง ยางนา และไผ่กิมซุง รวมทั้งกล้วยน้ำว้าและอื่นๆ ทำให้ได้ผลผลิตกล้วย มาผลิตเป็นกล้วยตากและกล้วยอบสมุนไพรของกลุ่มแปรรูปกล้วยในชุมชน ร่วมกับสมาชิกรอบๆ บ้าน  นอกจากป่าแล้วยังปลูกแบบผสมผสาน เช่น มะนาวผักไชยา มัลเบอร์รี่ ไผ่ลืมแล้ง พืชผักสมุนไพรต่างๆ  จนมีกินและแบ่งเพื่อนบ้านตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยังขุดบ่อบาดาลไว้ 1 บ่อโดยใช้วงท่อขนาด 100 เซนติเมตร ความลึกประมาณ 10 เมตร ไว้เป็นแหล่งน้ำสำรองในบ้านอีกด้วย

Advertisement

Advertisement

ฐานการเรียนรู้ ภายในศูนย์เรียนรู้ฯ

กระบวนการปลูกพืชผักและต้นไม้ใช้รูปแบบกสิกรรมและเกษตรธรรมชาติ  มีการปรับใช้วัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่รอบๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการทำเกษตรเน้นรูปแบบหลักตามศาสตร์พระราชา การปรับปรุงบำรุงดิน เลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืช การเพาะเลี้ยงจุลินทรีย์พื้นบ้าน การทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และนำมาใช้กับผักกับสัตว์และกับอ้อย  เมื่อทำได้ดีมีประโยชน์ จึงขยายผลพื้นที่อีก 2 ไร่ ขุดสระน้ำ และคูไส้ไก่ปลูกหญ้าแฝกบนคันสระน้ำและคันคู รูปแบบผสมผสาน ต้นไม้ชั้นสูง สัก ประดู่ มะค่าโมง กระถินเทพณรงค์ ไผ่ พยุง กล้วย มะนาว มัลเบอร์รี่ มะม่วง มะละกอ ผักไชยา และอื่นๆ ใช้ใบไม้และฟางข้าวห่มดิน

ผู้เขียน ในฐานะ 1 ในคณะกรรมการประเมิน


ภายในสวนไม่ใช้สารเคมี ทำให้เกิดผลผลิต พอได้แบ่งปันเพื่อนบ้านและขายสร้างรายได้ และยังเพาะกล้าไม้เพื่อขยายการปลูกของตนเอง และแบ่งปันผู้มาเรียนรู้แบบให้เปล่า  และขายบางส่วน  เพื่อส่งเสริมและขยายผล จนมีผู้สนใจมาเรียนรู้และแลกเปลี่ยน  มาอบรมแบบพักค้างหลักสูตร 5 วัน 4 คืน, 3 วัน 2 คืน, 2 วัน 1 คืน และ 1 วัน ตามความสะดวกของผู้มาเรียนรู้ ในหลักสูตรเกษตรอินทรีย์สู่วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง  หลังจากอบรมก็มีการให้จัดทำแผน เพื่อกลับไปทำทันที ซึ่งเราจะมีการสื่อสารติดตามแต่ละกลุ่ม โดยการใช้ LINE และ Facebook ในการส่งงานและติดตามผล รวมทั้งติดตามไปดูผลการดำเนินงานในพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมทีมงานและเครือข่าย ให้คำปรึกษาในการจัดทำแผนไปยังหน่วยงานราชการเพื่อขอหนุนเสริมองค์ความรู้และงบประมาณตามลำดับต่อไป นอกจากนี้ยังมีการรวมตัวนำสินค้ามาจำหน่ายร่วมกัน เมื่อมีกิจกรรมการอบรม การศึกษาดูงาน เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีอยู่ต่อไป สามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ และมีความสัมพันธ์ แน่นแฟ้น กลมเกลียวเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อเนื่องแบบมีชีวิตตลอดไป

คณะกรรมการซักถามเพิ่มเติม

เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการสรรหาผู้มีผลงานดีเด่น สาขาการศึกษานอกระบบ มูลนิธิสมาน-คุณหญิงเบญจา แสงมลิ ได้ตัดสินให้ นายเกษมชัย แสงสว่าง เป็นผู้มีผลงานดีเด่น สาขาการศึกษานอกระบบ ประจำปี 2563 และจะเข้ารับพระราชทานรางวัลเข็มทองคำที่ระลึกจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสต่อไป สำหรับพี่น้องประชาชนที่สนใจหลักสูตรการเรียนรู้แบบไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนัก ติดต่อได้ที่ โทร 098 256 9188 ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนหนองกระโดนมน เปิดโอกาสให้เสมอ...ผลลัพท์คือความสุขอยู่ที่ความพอเพียงที่ไม่ต้องซื้อหา

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด