ความรู้

สมาธิกับวิทยาศาสตร์

207
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
สมาธิกับวิทยาศาสตร์

การฝึกสมาธิมีผลดีกับเราจริงหรือ?

คำถามนี้เป็นคำถามที่คนส่วนใหญ่ที่ไม่เคยฝึกสมาธิมักจะตั้งข้อสงสัยว่าแค่นั่งหลับตาแล้วหายใจเข้าหายใจออกมันจะทำให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร ในสมัยก่อนอาจจะยังเป็นเรื่องที่หลายคนสงสัยกันแต่ว่าในปัจจุบันคำถามนี้ได้เป็นที่ประจักษ์ในวงการวิทยาศาสตร์แล้ว ด้วยวิทยาการที่ก้าวหน้าในสมัยนี้สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่าการฝึกสมาธิส่งผลดีต่อสมองของเราอย่างไรบ้าง และเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นภายในสมองของเราหลังจากที่ฝึกสมาธิเป็นเวลานาน ๆ บทความนี้จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลมาแบ่งปันให้ทุกท่านได้ลองอ่านกันครับ เผื่อคุณอาจจะเป็นคนหนึ่งที่กำลังสนใจการฝึกทำสมาธิว่ามันจะให้ผลดีอย่างไร ลองอ่านได้เลยครับ

0

เดิมทีทางการแพทย์เชื่อว่าเซลล์สมองของคนเราจะพัฒนาตามธรรมชาติ เมื่อถึงวัยผู้ใหญ่ก็จะค่อย ๆ เสื่อมลงไปเรื่อย ๆ จนเราตาย ไม่สามารถเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนได้ แต่ภายหลังที่ได้มีผลงานการทดลองด้านการพัฒนาสมองของศาสตราจารย์ริชาร์ด เดวิดสัน จากมหาวิทยาลัย Wisconsin ที่บอกไว้ว่าโครงสร้างของสมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ผ่านการฝึกฝน ซึ่งในการทดลองได้ใช้วิธีการทำสมาธิและการเจริญสติเพื่อดูการพัฒนาของสมอง

Advertisement

Advertisement

0

เขาได้ทำการทดลองกับอาสาสมัครโดยให้ฝึกสมาธิทุกวันอย่างสม่ำเสมอ โดยฝึกครั้งละ 30 นาทีตอนเช้าเละเย็น เป็นเวลานาน 2 เดือน จากนั้นก็นำไปสแกนสมองด้วยเครื่อง fMRI จนพบการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและการทำงานของสมองซึ่งเรียกว่า Neuroplasticity หรือ ความยืดหยุ่นของสมอง ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติความเชื่อแบบเดิม ๆ ที่ว่าสมองไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทิ้งไปจนหมดสิ้น

0

จากภาพสแกนสมองของผู้ที่ฝึกสมาธิพบว่าเนื้อสมองในส่วนของเปลือกสมองด้านนอกที่เรียกว่า Gray matter ซึ่งเป็นที่อยู่ของเซลล์สมองมีความหนากว่าคนที่ไม่ฝึกสมาธิ และพบว่าบริเวณสมองส่วนหน้าด้านซ้ายมีเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น คลื่นสมองก็ทำงานได้ดีขึ้นกว่าคนปกติ จากเดิมที่มีความถี่สูงซึ่งบ่งบอกถึงความคิดที่ยุ่งเหยิงฟุ้งซ่าน ก็เปลี่ยนเป็นคลื่นความถี่ต่ำและสม่ำเสมอมากขึ้นแสดงถึงความสงบผ่อนคลาย

Advertisement

Advertisement

0

ในสมัยก่อนคนไม่เชื่อว่าการแปรงฟันจะทำให้มีสุขภาพปากที่ดีได้ แต่เมื่อได้มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มายืนยันคนก็หันมาแปรงฟันกันจนทุกวันนี้ การทำสมาธิก็เช่นกันเมื่อมีการศึกษาและมีงานวิจัยที่รองรับและแสดงให้เห็นประโยชน์ของมันก็ทำให้ศาสตร์นี้เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้น ชาวตะวันตกส่วนมากก็เริ่มหันมาฝึกสมาธิกันอย่างแพร่หลาย แม้กระทั่งบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google ก็มีนโยบายให้พนักงานฝึกสมาธิด้วยเช่นกัน


แบ่งปันจากประสบการณ์จริง

ผมเพิ่งเริ่มที่จะฝึกสมาธิอย่างจริง ๆ จัง ๆ อย่างมีวินัยเมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา โดยแรก ๆ ผมจะนั่งแค่วันละ 10 นาทีเท่านั้น แต่เมื่อเริ่มเคยชินกับการนั่งสมาธิผมก็เริ่มเพิ่มเวลามากขึ้น เป็น 15 20 30 นาทีได้ในที่สุด ประเด็นที่ผมอยากจะมาแบ่งปันก็คือ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเริ่มนั่งนาน ๆ ในทันทีเพราะอาจทำให้คุณรู้สึกว่ามันเกินความสามารถและจะทำได้ไม่นานนัก การเริ่มจากน้อย ๆ แล้วค่อย ๆ ปรับตัวจนสามารถเพิ่มเวลาให้นานขึ้นได้ในภายหลังจะทำให้คุณสามารถสร้างวินัยในการฝึกสมาธิได้ดีกว่า และผลที่ผมได้จากการฝึกสมาธิที่วัดได้โดยไม่ต้องไปเข้าเครื่องสแกนสมองก็คือ ใจเย็นขึ้น มีสมาธิในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น คิดวิเคราะห์ได้อย่างรอบคอบมากขึ้น และรู้สึกกำจัดความเครียดให้หายไปได้รวดเร็วขึ้นด้วย

Advertisement

Advertisement


0

ทุก ๆ การฝึกฝนจะทำให้เราแข็งแรงขึ้นไม่เพียงแค่ร่างกายเท่านั้น สมองของเราก็สามารถฝึกฝนจนแข็งแรงได้เช่นกัน หากรู้เช่นนี้แล้วว่าการฝึกสมาธิส่งผลดีต่อสมองของเราแบบนี้การหาเวลาบริหารสมองก็เป็นเรื่องที่ควรทำอย่างยิ่ง ลองสละเวลาสัก 10 นาทีต่อวันในการเริ่มฝึกฝน มันอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้ชีวิตคุณก็ได้นะครับ


อ้างอิงข้อมูลจาก

https://www.youtube.com/watch?v=ZSfCfi6XZx8

https://www.youtube.com/watch?v=7jTrznF0qeY

https://www.youtube.com/watch?v=KhuTfSq4Ww0&t=81s

https://www.youtube.com/watch?v=jrNqow2JiXU

https://mgronline.com/dhamma/detail/9560000079672


ขอบคุณภาพประกอบจาก pexels ภาพปก/ภาพที่1/ภาพที่2/ภาพที่4/ภาพที่5/

ขอบคุณภาพประกอบจาก pixabay ภาพที่3/

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์