คัดลอกลิงค์

ไลฟ์แฮ็ก

สลัดความขี้เกียจ ถ้าไม่อยากล้มเหลว

hitERlist
hitERlist
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก hitERlist
แจ้งตรวจสอบ
สลัดความขี้เกียจ ถ้าไม่อยากล้มเหลว

ใครรู้ว่าตัวเองเป็นคนขี้เกียจมาทางนี้

หลาย ๆ คนอาจนอนดึกจนติดเป็นนิสัย ไม่ช่วยงานพ่อแม่หรือไม่มีเป้าหมายในชีวิต ผมอีกหนึ่งคนก็เคยขี้เกียจมาก่อน วัน ๆ ไม่ทำอะไรเลย เอาแต่กินแล้วก็นอนได้ทั้งวัน จนมาวันนี้ผมได้ค้นพบวิธีที่จะทำให้ตนเองหายขี้เกียจในฉบับของตนเอง ถือว่ามันยังไม่สายเกินไป ผมอยากจะนำเรื่องของตัวเองมาเล่า หวังว่าจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านนะครับ 

มาดูกันเลย

1. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน ตั้งเป้าหมายเครดิตภาพ : Pixabay

            ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่าเป้าหมายของตัวเองคืออะไร จะได้มีสิ่งที่ทำอย่างชัดเจน มีแรงพยายามมากยิ่งขึ้น แต่ห้ามพูดขึ้นมาลอย ๆ เด็ดขาด ต้องลงมือทำด้วย ตัวอย่างเช่น วันนี้ผมจะทำความสะอาดบ้านโดยเริ่มจากการรดน้ำต้นไม้ที่หน้าบ้าน ให้อาหารปลา ทำความสะอาดรอบ ๆ บริเวณบ้าน และเก็บกวาดเช็ดถูภายในบ้าน ลงมือทำให้สำเร็จ การกระทำเช่นนี้เป็นข้อดีและช่วยให้ใช้เวลาว่างอย่างเกิดประโยชน์อีกด้วย

Advertisement

Advertisement

2. เลิกหลอกตัวเองหลอกตัวเอง

เครดิตภาพ : Pixabay

           การหลอกตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ดีเพราะจะทำให้ตนเองไม่ได้พัฒนาตนเอง แต่ก่อนผมเป็นคนเรียนดี ผลการเรียนก็ดีมาตลอด จนกระทั่งผมไม่สนใจการเรียน เพราะผมคิดอยู่เสมอว่า ก็เข้าใจแล้ว ก็รู้แล้ว พฤติกรรมอย่างผมไม่น่าเอาเป็นตัวอย่างซะเลย อย่าหลอกตัวเองด้วยคำว่า “จะ” กับ “เดี๋ยว” ให้เปลี่ยนคำพูดเหล่านี้ เป็นการลงมือทำเลยจะดีกว่า เอาเวลามาพูด เสียเวลาเปล่า ๆ

3.ลงมือทำทุกวันลงมือทำ

เครดิตภาพ : Pixabay

            การลงมือทำนั้นสำคัญกว่าคำพูด ถึงเรามีคำพูดเป็นร้อยล้านแต่ไม่ลงมือทำสักนิดงานก็จะไม่สำเร็จลุล่วงไปสักทีหรอก  ในชีวิตผมเจอคนประเภทนี้บ่อยมาก คนที่พูดมากกว่าทำตัวอย่างเช่น งานกลุ่ม พอคุณครูชมว่าดี ก็โม้กันใหญ่ว่าตัวเองอย่างนั้น ตัวเองอย่างนี้ คนที่ทำงานจริง ๆ เขาไม่พูดหรือไม่อวดสักคำ เลือกเอา ว่าคุณจะเป็นคนแบบไหน ?

Advertisement

Advertisement

4.คิดถึงผลที่ตามมาคิดถึงผลที่ตามมา

เครดิตภาพ : Pixabay

          เราจะทำอะไรนั้นต้องคิดถึงผลที่ตามมาเป็นสำคัญ ทำอะไรต้องคิดให้มาก เช่น หากเราสอบได้คะแนนดี ผลที่ตามมาก็คือ เราจะได้เกรดดี ๆ มีที่เรียนดี ๆ ในมหาวิทยาลัย แต่ถ้าไม่ลงมือทำล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น การคิดถึงผลที่ตามมา จะทำให้เราคาดคะเนเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดข้อดีหรือข้อเสียอย่างไรบ้าง เช่น ถ้าเราทำความสะอาดบ้าน พ่อแม่มาเห็นจะได้ภูมิใจ ถูกสุขอนามัย และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ต้องคิดให้มาก ๆ ก่อนลงมือทำ

5.ประเมินตนเองประเมินตนเอง

เครดิตภาพ : Pixabay

          ก่อนที่จะว่าหรือตำหนิผู้อื่นเราต้องย้อนมองตัวของตัวเองเสียก่อน หรือมองดูเพื่อน ๆ วัยเดียวกันกับเราว่าตอนนี้เขาทำอะไรอยู่ แล้วเราค่อยประเมินตนเองว่า ตัวของเรามีความพยายามมากพอหรือยังที่จะประสบความสำเร็จ ผมมีเพื่อนอยู่หลายคนและหลายรูปแบบ บางคนเรียนต่อ บางคนทำงาน แต่บางคนนอนอยู่บ้านไม่ทำอะไรเลย เราต้องประเมินตนเองว่า เราอยากจะเป็นคนแบบไหน ลองหาอะไรทำดูบ้าง เพื่อให้ตนเองเลิกขี้เกียจ

Advertisement

Advertisement


จากใจคนที่เคยขี้เกียจมาตลอด มันไม่อยากทำอะไร ไม่อยากไปไหน ไม่อยากออกจากบ้าน ชีวิตอยู่เบื่อ ๆ เซ็ง ๆ วันนี้ผมได้ค้นเจอวิธีที่จะสลัดความขี้เกียจ และทำให้ผมได้รู้ว่าโลกนี้กว้างกว่าที่เราคิด มีอะไรมากมายที่เรายังไม่ได้เห็น และมีอะไรต่าง ๆ มากมายที่เรายังไม่ได้ลงมือทำ 

จงลุกออกมาดูโลกภายนอกบ้างว่าตอนนี้เขาไปถึงไหนกันแล้ว เราต้องหาความรู้หรือประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะเติมเต็มชีวิตให้กับตัวเอง อย่าอยู่ในกะลา และอย่าขี้เกียจ

ขอบคุณข้อมูลดีดี : instagram: flowcus_official

ภาพหน้าปกโดย : pixabay.com 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด