ความรู้

สอบ ก.พ. คืออะไร ทำไมเปอร์เซ็นต์ผ่านน้อย และการเตรียมตัวก่อนสอบ

สอบ ก.พ. คืออะไร ทำไมเปอร์เซ็นต์ผ่านน้อย และการเตรียมตัวก่อนสอบ

"สอบ ก.พ. ให้ผ่าน" คือบันไดก้าวแรกของคนที่อยากทำงานเป็นข้าราชการ บางคนสอบครั้งเดียวผ่าน บางคนสอบ 2-3ครั้ง แต่บางคนมากกว่านั้น
จริงๆแล้ว การสอบ ก.พ. คือการสอบ ภาค ก. ของ ก.พ.  เพราะการสอบเข้าบรรจุเป็นข้าราชการ จะมีทั้งหมด 3 ภาค คือ
ภาค ก. ความรู้ความสามารถทั่วไป ภาค ข. ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง และ ภาค ค.ความเหมาะสมกับตำแหน่ง
แต่ บางกระทรวง บางกรม ก็ไม่ต้องใช้ ภาค ก.ของ ก.พ หรือมีภาค ก.เป็นของตัวเอง แต่ก็น้อยมากถ้าเทียบกับสัดส่วน เกือบจะทั้งหมดต้องใช้ภาค ก. ของ ก.พ.ทั้งสิ้น


close up กระดาษคำตอบแปปใช้ดินสอฝน มือผู้ชายกำลังฝน

การสอบ ก.พ ภาค ก. (การทดสอบเพื่อวัดความรู้ความสามารถทั่วไป)(คะแนนเต็มทั้งหมด 200 คะแนน 100 ข้อ ) โดยแยกเป็น

- ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ (50 ข้อ ต้องได้ 30 ข้อขึ้นไป ) ซึ่งจะประกอบไปด้วย

• การคิดวิเคราะห์เชิงภาษา

• การคิดวิเคราะห์เชิงนามธรรม

Advertisement

Advertisement

• การคิดวิเคราะห์เชิงปริมาณ

หรือเราชอบเรียกกันติดปากว่า คณิตศาสตร์ + ภาษาไทย นั่นเอง

-วิชาภาษาอังกฤษ (25 ข้อ ต้องได้ 13 ข้อขึ้นไป)

-วิชาความรู้และลักษณะการเป็นข้าราชการที่ดี (25 ข้อ ต้องได้ 15 ข้อขึ้นไป)

ข้อสอบจะมีทั้งหมด 100 ข้อ และให้เวลาทำ180 นาที

ซึ่งเกณฑ์การผ่านและจำนวนข้อสอบในแต่ละปีอาจแตกต่างกันตามประกาศของปีนั้นๆ แต่ผู้เขียนจะอ้างอิงตามประกาศปีล่าสุด 2565

close up หนังสือที่ถูกมัดรวมไว้ด้วยกัน4เล่ม

ภาค ข. ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง

ในส่วนของภาค ข. นี้หน่วยงาน จะเป็นวิชาที่เกี่ยวกับกระทรวง กรม นั้นๆ เป็นคนออกข้อสอบเองโดยที่เราต้องผ่าน ภาค ก. ของ ก.พ. ก่อน แต่ก็จะมีกรณีพิเศษ
ที่สอบภาค ข. ก่อน แล้วไปสอบภาค ก. (รอบพิเศษ) ของ ก.พ. ซึ่งรายละเอียดจะเป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบของกระทรวง กรม นั้นๆ ได้ประกาศไว้

ภาค ค.ความเหมาะสมกับตำแหน่ง

โดยส่วนมากจะเป็นการสัมภาษณ์ แต่ก็มีข้อยกเว้นบางหน่วยงานเช่นกัน ยกดัวอย่างเช่น ครู จะเป็นการสาธิตการสอน พร้อมกับ สัมภาษณ์
ปลัดอำเภอ จะเป็นการทดสอบร่างกาย การสัมภาษณ์ การอภิปรายกลุ่ม และการพูดในที่สาธารณะ เป็นต้น

Advertisement

Advertisement

ผู้ชายถือป้ายกระดาษเครื่องหมายคำถาม

สอบ ก.พ. ภาค ก. ทำไมเปอร์เซ็นต์คนผ่านน้อย

คำถามนี้ เป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจของคนที่เข้าสอบครั้งแรกเกือบทุกคน ซึ่งตัวข้อสอบนั้น จะว่ายาก ก็ว่าได้ หรือจะว่าง่าย ก็ได้เหมือนกัน
ข้อสอบที่บอกไว้ว่าวัดความรู้ความสามารถทั่วไป ซึ่งปัจจัยที่ทำให้สอบไม่ผ่านนั้น จะเป็นดังนี้

  1. เวลาที่ใช้ในการสอบ แน่นอนเวลาเป็นปัญหาหลัก สำหรับใครหลายๆคน บางคนทำได้เยอะแต่ทำไม่ทัน
  2. เนื้อหาที่อ่านมาไม่ครอบคลุมพอ ข้อนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยกับคนที่ชอบด้านใดด้านหนึ่ง จะฝึกทำข้อที่ตนเองถนัด หรือกลับกันคือฝึกทำข้อที่ไม่ถนัดเท่านั้น ทำให้ทบทวนเนื้อหาไม่ครอบคลุม
  3. ความมั่นใจในตนเอง ข้อนี้ถ้ามีมากไปก็ไม่ดี เพราะจะทำให้เราไม่ทบทวนข้อสอบ เห็นโจทย์ปุ๊ป ตอบปั๊ป ถ้ามีน้อยไปก็ไม่ดีอีกเช่นกัน เพราะจะทำให้แก้คำตอบหลายครั้ง จากถูกก็เป็นผิด
  4. ขาดสมาธิก่อนเข้าสอบ เนื่องจากสนามสอบ ก.พ. ผู้คนเยอะ รถติด ปัญหาสภาพแวดล้อม ไหนจะปัญหาส่วนตัว หลากหลายปัญหามารวมกัน รวมถึงความกดดันในการทำข้อสอบจริง
  5. ไม่มีความจริงจังในการสอบ บางคนไม่ได้ต้องการที่จะเป็นข้าราชการตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แค่มาลองสนามสอบ หรือแค่มาสอบตามเพื่อน ผ่านก็ดี ไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร

Advertisement

Advertisement

ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างที่ทำให้คนผ่านน้อย  แต่ปัจจัยหลักๆ มักจะมาจาก 5 ข้อนี้เสมอ

crossword ที่เรียงเป็นคำว่า ready

การเตรียมตัวก่อนสอบ

  1. คอยอ่านประกาศ คำสั่งที่เกี่ยวข้อง และเตรียมความพร้อมเสมอ
    ประกาศรับสมัคร ควรจะอ่านและทำความเข้าใจและเตรียมตัวให้พร้อม เช่น ถ้าเราติดเชื้อ covid-19 ในวันที่สอบ ต้องทำอย่างไร ก่อนเข้าห้องสอบ ต้องมีผล atk หรือไม่
    ซึ่งประกาศ และคำสั่ง มักจะมีข้อมูลเปลี่ยนแปลงและอัพเดทเรื่อยๆ ก่อนถึงวันสอบ แนะนำให้หมั่นตรวจเช็คหน้าเว็บของ ก.พ. หรือเข้ากลุ่มโซเชียลมีเดีย หลายๆกลุ่ม สำหรับการสอบปีนั้นๆ
  2. จำลองการสอบจริงนอกจากการอ่านเนื้อหา
    ก่อนที่จะไปสอบ ควรฝึกการทำข้อสอบเก่าๆ จับเวลาในการทำ เสมือนสอบจริง จะทำให้เรามีทักษะในการบริหารเวลาทำข้อสอบ เพราะยังมีอีกหลายคน ที่ทำได้ แต่ไม่เคยจับเวลาในการทำ
  3. การอ่านหรือการเรียนควรหลากหลาย ข้อสอบ ก.พ. การที่เราอ่านหรือเรียนรู้จากการดู ควรจะศึกษาจากหลายๆสถาบัน เพราะเทคนิคของอาจารย์บางคน หรือ youtube บางช่อง ถึงแม้คำตอบจะตรงกัน แต่ก็จะมีวิธีการหาคำตอบที่แตกต่างกันออกไป
  4. ในวันสอบอะไรที่ไม่จำเป็นไม่ควรเอาไป
    ต่างหู สร้อย แหวน เพราะต้องได้ถอดแน่ๆ บางคนพึ่งเจาะหูมา เลือดออกซิบ ๆ นาฬิกานั้น ถึงแม้จะมีความจำเป็น แต่ก็ต้องถอดอยู่ดี ส่วนโทรศัพท์ ห้ามเอาเข้าห้องสอบเด็ดขาด
  5. สมาธิในวันสอบก็สำคัญ ในวันสอบ ไม่ควรทำให้อารมณ์ขุ่นมัว เสียสมาธิ เราควรจะตื่นมาทานอาหารที่ชอบ ฟังเพลงที่ใช่ ทำให้ตนเองให้แจ่มใส เพื่อลดความกดดันของบรรยากาศในสนามสอบ
  6. งดทานของแสลง
    ในช่วง 2 วันก่อนสอบ ไม่ควรทานของแสลงต่อร่างกายตนเอง คงไม่มีใครที่อยากจะปวดท้อง ท้องเสีย ในวันสอบเป็นแน่
  7. ติดคาเฟอีน ควรดื่มมาก่อน
    บางคนดื่ม ชา กาแฟ เป็นประจำ แต่พอถึงวันสอบ กลับงด ไม่ดื่ม อาการขาดคาเฟอีนจะมาในห้องสอบ เช่น ปวดหัว เสียสมาธิ อ่อนเพลีย ง่วงนอน
  8. ก่อนเข้าห้องสอบ ควรเข้าห้องน้ำ
    ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย และระหว่างสอบสามารถขอเข้าห้องน้ำได้ แต่ก็ควรบริหารจัดการเวลาในการทำข้อสอบให้ดี เพราะไม่ใช่แค่ 2 นาทีแน่ๆ อย่างน้อยเวลาที่เสียไปคือ 5 นาที

เทคนิคการทำข้อสอบ

  1. กรณีไม่มีนาฬิกาในห้องสอบ
    ข้อนี้ต้องยอมรับว่าบางสนาม จะมีนาฬิกาแขวนไว้ตรงหน้าห้อง แต่บางสนามก็ไม่มี ให้สังเกตหานาฬิกาเมื่อเข้าห้องเลย และหากไม่มี ให้ยกมือหาคณะกรรมการผู้คุมสอบ ขอความกรุณาให้ขานเวลาทุกๆ 30 นาที (อยู่ที่ดุลยพินิจของคณะกรรมการผู้คุมสอบ) ซึ่งปกติ กรรมการผู้คุมสอบจะต้องขานเวลาเมื่อเหลือเวลาอีก 60-30-15-10-5 นาทีตามลำดับอยู่แล้ว
  2. ดินสอ ควรใช้ 2B เท่านั้น และควรเตรียมเผื่อไว้หลายๆแท่ง
    ในรอบ E-exam คงไม่ใช่ปัญหา แต่รอบ Paper&pencil นั้น การใช้ดินสอที่เข้มเกินไป ทำให้การ ลบ แก้ไข คำตอบลำบาก ทำให้ลบไม่หมด เพราะเครื่องตรวจคำตอบ จะวัดแสงสะท้อนที่มาจากกระดาษสีขาว และช่องสีดำที่เราระบายไว้จะไม่สะท้อนแสง คำนวณคำตอบออกมา ถึงแม้ว่าเครื่องจะจำแนกความเข้มได้หลายระดับ แต่เราควรใช้ 2B เท่านั้นเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด และดินสอควรจะเตรียมไว้หลายๆแท่ง การที่เรามีดินสอหลายแท่ง ทำให้เราไม่ต้องเสียเวลาในการเหลาดินสอ และกบเหลาดินสอ ก็ไม่จำเป็น เพราะบางสนามสอบ ไม่ให้เอากบเหลาไว้บนโต๊ะสอบ
  3. ทำวิชาที่ตนเองคิดว่าใช้เวลาน้อยที่สุดก่อน และ ถ้าคิดว่าข้อนี้ยังทำไม่ได้ หรือนึกไม่ออก ให้เว้นไปก่อน
    เพื่อรักษาเวลา แต่ก็ไม่ควรที่จะอ่านโจทย์แล้วตอบเลย ควรจะอ่านโจทย์อย่างน้อย 2 รอบ เก็บวิชาที่เราต้องใช้เวลาไปทำทีหลัง และ การที่เราเว้นข้อไว้จะทำให้เราสามารถมองภาพรวมได้ว่า เราทำไปแล้วกี่ข้อ เหลืออีกกี่ข้อ เหลือเวลาอีกเท่าไหร่
  4. กระดาษทด ควรจะขีดเส้นแบ่งเสมอ
    พอได้กระดาษทดมา ควรขีดเส้นแบ่งเป็นแนวตั้ง 4 ช่อง หรือแล้วแต่ถนัด เทคนิคนี้จะทำให้เราทดคำตอบได้เป็นระเบียบ เรียงกันเรียบร้อย และสามารถทดในกระดาษคำถามได้หากกระดาษทดไม่พอ

สำหรับคนที่อยากสอบ ก.พ. ให้ผ่านในรอบเดียวนั้น บอกเลยว่าไม่ยาก การสอบ ก.พ. เป็นการแข่งกับตนเอง มั่นใจในตนเอง หมั่นฝึก หมั่นทบทวน ทำข้อสอบจริงประเมินตัวเองก่อนสอบ รู้จุดอ่อน จุดแข็งของตัวเราเอง


เครดิต

  • ภาพปก : canva.com โดย เจ้าของบทความ
  • ภาพประกอบที่1 : F1Digitals / Pixabay
  • ภาพประกอบที่2 : stevepb / Pixabay
  • ภาพประกอบที่3 : geralt / Pixabay
  • ภาพประกอบที่4 : Wokandapix / Pixabay

*STAR COVER"อย่ามัวแต่ดูมาดังกัน"*

ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ขอชวนทุกคนมาสนุกโคฟเวอร์ พร้อมลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท (5 รางวัล) โคฟคนที่ใช่ ไลค์คนที่ชอบ`ร่วมสนุกได้ที่ ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ห้อง cover บนแอปทรูไอดี`

trueCover

คลิกเลย >> https://ttid.co/UAnK/7y9jfqkq

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://bit.ly/3O1cmUQ

ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 - วันที่ 11 สิงหาคม 2565

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์