ความรู้

สิ่งที่ควรรู้-ควรทำ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนลาออกหรือถูกเลิกจ้าง

1.5k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
สิ่งที่ควรรู้-ควรทำ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อม ก่อนลาออกหรือถูกเลิกจ้าง

หากคุณตัดสินใจ ลาออกหรือถูกเลิกจ้างจากที่ทำงานเดิมแล้ว เรามีข้อแนะนำดีๆ เพื่อให้คุณลาออกได้อย่างราบรื่น หรือไม่หลงลืมทำเอกสารใดตกหล่นและจะเป็นประโยชน์เมื่อใช้ประกอบสมัครงานใหม่ ดังต่อไปนี้

1. สิ่งที่ควรตรวจสอบ ก่อนลาออก

  • สัญญาจ้าง: บริษัทมักจะกำหนดในสัญญาจ้างว่าต้องแจ้งลาออกล่วงหน้ากี่วัน เพื่อบริษัทจะได้มีเวลาเตรียมหาคนมาแทน และเราจะได้มีเวลาจัดการงานส่วนที่เรารับผิดชอบก่อนออก

หากคุณทำงานเป็นพนักงานประจำ สัญญาจ้างของคุณส่วนใหญ่จะเป็นสัญญาแบบไม่มีระยะเวลา ทำให้สามารถยื่นลาออกเมื่อไรก็ได้ แต่สำหรับพนักงานสัญญาจ้างที่มีระยะเวลาในการทำงานกำหนดอยู่ในสัญญา จะไม่สามารถลาออกก่อนครบกำหนดสัญญาได้ หรือถ้าได้ ก็อาจจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้บริษัท ดังนั้นการตรวจสอบสัญญาจ้างจึงเป็นสิ่งสำคัญ

  • การยื่นจดหมายลาออก ควรจัดทำเป็นหนังสือที่เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ยังไม่เพียงพอ เพราะถือว่ายังไม่สมบูรณ์ มันจำเป็นต้องรอการลงนามอนุมัติจากนายจ้างเสียก่อน

Advertisement

Advertisement

หากไม่ทำ จะทำให้ไม่มีหลักฐานการลาออก อาจเข้าข่ายเราขาดงานโดยไม่มีเหตุอันควร เป็นเหตุผลให้บริษัทบอกเลิกจ้างโดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยได้ และยังส่งผลให้เสียสิทธิ์ต่างๆ อย่างเช่น ประวัติการทำงาน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือสวัสดิการอื่นๆของบริษัทอีกด้วย

  • ค่าชดเชย หากลาออกหรือถูกเลิกจ้าง การลาออกเองเราจะไม่มีสิทธิได้ค่าชดเชยจากบริษัทหรือสิทธิจากประกันสังคม แต่เรามีสิทธิขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคมได้ ถ้าปฏิบัติตามเงื่อนไขของเขาอย่างครบถ้วนและไม่ได้สมัครใจลาออกเอง

2. ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม

ก่อนที่จะลาออกจากงานหรือหลังถูกเลิกจ้าง คุณควรตรวจสอบสิทธิประกันสังคมของตนเองให้ชัดเจน หากคุณเริ่มงานใหม่หลังจากที่ลาออกจากที่ทำงานเดิมทันที คุณสามารถจ่ายประกันสังคมโดยหักจากเงินเดือนในแต่ละเดือนต่อไปได้เลยอย่างต่อเนื่อง แต่หากคุณลาออกจากงานแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำต่อทันที คุณสามารถจ่ายเงินประกันสังคมต่อได้เอง และไปขอยื่นรับเงินชดเชยในกรณีว่างงาน ใช้สิทธิในฐานะที่คุณจ่ายเงินประกันสังคมอย่างต่อเนื่องได้ แต่อาจมีระยะเวลารอคอยในการได้รับเงินชดเชย

Advertisement

Advertisement

โดยสามารถตรวจสอบสิทธิประกันสังคมและศึกษาวิธีการประกันตนเองได้ที่ สำนักงานประกันสังคม

หากเคยลงทะเบียนแล้ว สามารถเข้าสู่ระบบลิ้งก์นี้ www.sso.go.th ตามภาพด้านล่าง

เข้าระบบแต่หากไม่เคยลงทะเบียนใช้งาน สามารถเข้าไปลงทะเบียนและตรวจข้อมูลได้ที่ www.sso.go.th/wpr/main/register ตามภาพด้านล่าง

ลงทะเบียนภาพประกอบจาก สำนักงานประกันสังคม

การตรวจสอบข้อมูลสิทธิประกันสังคม และสิทธิประโยชน์ต่างๆ มีรายละเอียดที่ควรตรวจสอบเพื่อดูว่า เรายังมีสิทธิได้รับการคุ้มครองต่างๆ อยู่หรือไม่ ดังนี้

- ข้อมูลการส่งเงินสมทบ

- ยื่นแบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาล

- ประวัติการเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาล

- การใช้สิทธิประโยชน์ทดแทน

- การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ

- ตรวจสอบข้อมูลใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์

- ขอเบิกกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย

- การบริการที่ท่านจะได้รับจากสถานพยาบาล

Advertisement

Advertisement

- สถานพยาบาลต่างๆ จะให้การตรวจวินิจฉัยและรักษาแก่ผู้ประกันตนตามมาตรฐานทางการแพทย์ รวมถึงรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในกรณีที่ทางโรงพยาบาล ไม่สามารถให้บริการได้ และต้องมีการส่งตัวไปรับการรักษายังสถานพยาบาลอื่นที่มีศักยภาพสูงกว่า

- การบริการจากสถานพยาบาลเครือข่าย คือ เราสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่อยู่ในเครือข่ายของโรงพยาบาลตามสิทธิฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไข

3. ระบบขึ้นทะเบียนและรายงานตัวผู้ประกันตนกรณีว่างงาน เพื่อลงทะเบียนคนว่างงาน

เป็นระบบที่ให้บริการแก่คนว่างงานที่เป็นผู้เคยเป็นประกันตน(เคยถูกหักหรือจ่ายเบี้ยส่งประกันสังคมก่อนว่างงาน) กรณีว่างงานจากการถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงาน หรือคนหางานใหม่ที่จะได้รับสิทธิผู้ประกันตนกรณีว่างงาน จะต้องเป็นผู้ที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการว่างงาน หากลาออกจากงานประจำแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำต่อทันที คุณสามารถตรวจสอบคุณสมบัติผู้ว่างงานของตนเองดูก่อน

หากคุณมีคุณสมบัติครบถ้วน สามารถลงทะเบียนคนว่างงานทางอินเทอร์เน็ตได้ทาง เว็บไซต์กรมการจัดหางานเพื่อขอรับเงินทดแทนระหว่างว่างงาน ซึ่งเงินทดแทนจำนวนนี้ก็ได้รับแบ่งมาจากเงินประกันสังคมซึ่งเราจ่ายในทุกๆ เดือนนั่นเอง

  1. ลงทะเบียนของผู้ประกันตนกรณีว่างงานเลิกจ้าง/ลาออกปกติ ให้ลงทะเบียนที่ ( https://empui.doe.go.th/auth/index)
  2. เฉพาะกรณีว่างงานเลิกจ้างจากเหตุโควิด 19 ให้ลงทะเบียนที่ ( https://www.sso.go.th)

4. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

บางบริษัท บางองค์กรจะมี กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อส่งเสริมให้พนักงานหรือบุคลากรเก็บออมเงิน หากคุณลาออกจากงานประจำแล้วไม่ได้เริ่มงานประจำที่ใหม่ทันทีหรือที่ทำงานใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ คุณสามารถลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและรับเงินเต็มจำนวนพร้อมเงินสมทบจากบริษัทและผลกำไรจากการลงทุนกลับคืนมาได้ หรือเมื่อสิ้นสมาชิกไม่ว่าจะเพราะเหตุออกจากงานเกษียณอายุโอนย้ายกองทุนหรือเสียชีวิต ซึ่งได้รับตามเงื่อนไขที่บริษัทกําหนดไว้ในข้อบังคับกองทุน

แต่ถ้าหากที่ทำงานใหม่ของคุณมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คุณสามารถเก็บออมเงินในกองทุนต่อจากกองทุนเดิมได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำเป็นต้องลาออกจากกองทุนเพื่อมาเปิดกองทุนใหม่ในที่ทำงานใหม่ คุณสามารถทำความรู้จักกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ที่ เว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตามลิงก์นี้ https://www.set.or.th/education/th/begin/mutualfund_content14.pdf

ยกตัวอย่างเช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพของกรุงไทย ก็จะมีหน้าเว็บไซด์ https://smarttrade.ktam.co.th/smarttrade/pvdweb/ และแอปพลิเคชัน KTAM Smart Trade ที่สามารถตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ดังภาพด้านล่าง

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาพประกอบจาก KTAM

5. เอกสารที่ต้องขอก่อนออกจากงาน

สำหรับข้อนี้ คุณสามารถขอเอกสารต่างๆ เช่น ขอใบผ่านงาน ใบรับรองการทำงานหรือเอกสารรับรองเงินเดือนได้หลังจากลาออกจากงาน

แต่ก่อนที่จะถึงวันสุดท้ายของการทำงาน ลองสอบถามกับฝ่ายทรัพยากรบุคคลเอาไว้ล่วงหน้า ว่าหากคุณต้องการใบผ่านงาน ใบรับรองการทำงาน/ใบรับรองเงินเดือน หรือหลักฐานใดๆ ที่แสดงว่าคุณเคยทำงานที่องค์กรนี้ คุณจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ต้องเตรียมเอกสารและหลักฐานอะไรมาเพื่อขอเอกสารฉบับนี้บ้าง และต้องขอล่วงหน้ากี่วัน เผื่อว่าคุณจะต้องนำเอกสารฉบับนี้ไปใช้ในการสมัครงานใหม่หรือยื่นประกอบการศึกษาต่อ จะได้สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ค่ะ

ที่สำคัญและอยากแชร์ประสบการณ์ให้คือ การขอใบผ่านงานหรือใบรับรองการทำงาน ควรมีการระบุรายละเอียดดังนี้

ใบรับรองการทำงาน5.1 ชื่อเต็มของหน่วยงาน และที่อยู่

5.2 คำนำหน้า ชื่อ-นามสกุลของคุณ

5.3 ชื่อตำแหน่งและระดับของคุณ อย่างเต็มยศ

5.4 ชื่อแผนก กอง กรม ที่คุณทำงาน

5.5 วันที่เริ่มเข้าทำงานและวันสุดท้ายที่คุณออกจากงาน

5.6 ควรระบุค่าตอบแทนทั้งหมดที่คุณได้รับ (ยอดจำนวนสุดท้ายที่อัพเดตที่สุดก่อนลาออกหรือถูกเลิกจ้าง) ต้องรวมทั้งเงินเดือนและค่าตอบแทนพิเศษอื่นๆ ด้วย

5.7 วันที่ลงนามอนุมัติหนังสือ ไม่ว่าบริษัทหรือองค์กรของคุณจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนก็ตาม

ผู้เขียนเคยได้รับเอกสารที่มีการระบุรายละเอียดไม่ครบ และได้นำไปยื่นเพื่อสมัครงานใหม่ บริษัทใหม่แจ้งว่าพวกเขานับประสบการณ์ทำงานของคุณจากวันที่ที่เริ่มเข้าทำงานและวันสุดท้ายที่คุณทำงานที่เอกสารระบุเท่านั้น หากไม่มีระบุวันสุดท้ายที่คุณทำงาน เขาจะยึดวันที่ออกเอกสารเป็นวันสุดท้ายว่าคุณเคยมีสถานภาพในการทำงานกับองค์กรเก่าของคุณแค่นั้น และไม่มีอะไรยืนยันได้ ในกรณีเงินเดือนก็เช่นกัน

หากในเอกสารของคุณระบุรายละเอียดไม่ครบดังหัวข้อข้างต้น เมื่อคุณเติบโตและต้องการหางานที่ใหม่ที่ดีขึ้น เขาต้องการทราบถึงประวัติจำนวนปีประสบการณ์การทำงานของคุณเพื่อประกอบการพิจารณาเข้าทำงานและเงินเดือนที่คุณควรได้รับ ดังนั้นคุณควรตรวจเช็คให้ดีว่าเอกสารที่คุณขอมีการระบุรายละเอียดตามหัวข้อข้างต้นครบหรือไม่ เพื่อผลประโยชน์ของตัวคุณเอง

6. หากที่ทำงานเดิมของคุณมีสหกรณ์ ควรถอนเงินจากสหกรณ์

หากที่ทำงานเดิมของคุณมีสหกรณ์ ลองตรวจสอบเงื่อนไขการเป็นสมาชิกสหกรณ์ดูว่า เมื่อคุณลาออกไปแล้วคุณจะยังเป็นสมาชิกสหกรณ์ต่อไปได้หรือไม่ หากจำเป็นต้องลาออกต้องยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกสหกรณ์ภายในวันไหน และจะรับเงินต้นพร้อมเงินปันผลได้เมื่อไร รีบสอบถามข้อมูลพร้อมจัดการรายละเอียดต่างๆ ให้เรียบร้อย

7. เคลียร์งานค้างคา และสอนงานพนักงานใหม่

คงไม่ดีแน่ หากคุณลาออกไปแล้ว แต่ยังมีคนจากที่ทำงานเก่าคอยโทรตามทวงงานที่ค้างคาอยู่ หรือโทรถามหาไฟล์งานนู่นนี่จากคุณเป็นระยะ ดังนั้นก่อนลาออกคุณควรเร่งเคลียร์งานค้างคาให้เรียบร้อย งานชิ้นไหนที่ต้องมีการประสานงานกับผู้อื่นก็อย่าลืมแจ้งข่าวการลาออกของคุณให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทราบ พร้อมมอบหมายงาน ประชุมวางแผนงานกันใหม่ ให้คนที่จะเข้ามารับหน้าที่แทนเรา สอนและอธิบายอย่างละเอียด เพื่อให้คนที่รับช่วงต่อจากคุณสามารถทำงานต่อได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่อง ไม่สะดุด ซึ่งจะส่งผลต่อประวัติการทำงานที่ดีของคุณ เมื่อบริษัทหรือองค์กรใหม่ที่คุณจะสมัครงานต้องการสอบถามประวัติการทำงานและพฤติกรรมของคุณกับที่ทำงานเดิมของคุณ

- เขียนโดยเจ้าของเพจเฟสบุ๊ค Thai-try to learn

*ภาพหน้าปกจาก Freepik

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์