คัดลอกลิงค์

สุขภาพ

“สุขภาพดีไม่มีขาย หากอยากได้ต้องทำเอง”

Cornchow
Cornchow
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Cornchow
แจ้งตรวจสอบ
“สุขภาพดีไม่มีขาย หากอยากได้ต้องทำเอง”

“สุขภาพดีไม่มีขาย หากอยากได้ต้องทำเอง”  เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยได้ยินหรือคุ้นๆ กับ คำๆ  นี้บ้างนะครับ  วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องสุขภาพกาย  สุขภาพจิต  ของพนักงานออฟฟิศ  หรือมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย  อย่างเราๆ  ท่านๆ  หรือว่าตัวผมเองนี่แหละครับ

โต๊ะทำงานที่ทำงานคิดว่าคงมีหลายๆ คนนะครับ ที่เป็นพนักงานออฟฟิศหรือมนุษย์เงินเดือน  ที่ทำงานเอกชน  ในระบบราชการ  หรือรัฐวิสาหกิจ  ที่วันๆ หนึ่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น  ที่ต้องนั่งจมกับเก้าอี้  เคร่งเครียดกับงานที่โต๊ะทำงาน  โดยไม่ได้เดินออกไปไหนหรือก็จะมีเวลาว่างนิดหน่อยในช่วงเวลาพักเที่ยงทานข้าวเท่านั้นเอง  ที่พอจะได้เดินขยับตัวไปทานข้าวเที่ยงกับเพื่อนๆ  นะครับได้ยืดเส้นยืดสายนิดหน่อย  อิ่มท้องแล้วก็มานั่งทำงานต่ออีกยันเย็นถึงตอนเลิกงาน  วนเวียนอยู่อย่างนี้ตลอด

บรรยากาศการทำงานซึ่งถ้าการใช้ชีวิต ในห้องทำงาน  ที่โต๊ะทำงานของเรา  แค่วันสองวันเดือนสองเดือนก็คงไม่เป็นอะไรมากมายสักเท่าไหร่  แต่ถ้าเป็นระยะเวลานานๆ  ตั้งแต่ 1 ปี 5 ปี 10 ปี หรือบางคนอาจจะถึง 20 ปีขึ้นไปก็มี  ที่ยังนั่งทำงาน บุคลิกนิสัยแบบเดิมๆคือนั่งทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมง  มีเวลาพักเที่ยง 1 ชั่วโมง  เลิกงานตอนเย็นก็ทานข้าวเย็น  สังสรรค์ แล้วก็เข้านอน  ซึ่งไม่มีเวลาออกกำลังกายเลยนั้น  สิ่งที่จะตามมาคือโรคอ้วนถามหา และโรคอื่นๆ ก็อาจจะตามมาอีกมากมาย   เนื่องจากเราทานอาหารเข้าไปเยอะแต่ออกกำลังกายน้อย  การเผาผลาญสิ่งที่เราทานเข้าไปเผาผลาญไม่หมดนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

ขนมการทำงาน

วันนี้ผมจะมีเคล็ดลับดีๆ  ง่ายๆ ที่ใช้เวลาในขณะที่เราทำงานหรือเวลาว่างหลังจากเราเลิกงานวันละ 1-2 ชั่วโมง  มาออกกำลังกายเพื่อรักษาสุขภาพของเราดังนี้นะครับ

        1. การเดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟท์    ที่ทำงานหรือสำนักงานใคร  ถ้าเราทำงานอยู่ชั้น 2 และชั้น 3 เราเปลี่ยนนิสัยจากการที่เราขึ้นลิฟท์เป็นประจำทุกเช้า-เย็น มาเป็นการเดินขึ้นบันไดจะดีกว่าไหม?  เพื่อให้เราได้ออกกำลังกายช่วยให้เรา มีร่างกายแข็งแรงโดยที่เราไม่รู้ตัวเลยทีเดียว  ถ้าเราเดินขึ้นบันไดไปห้องทำงานทุกเช้าและตอนเย็นเดินลงทุกเย็นก็จะเป็นการออกกำลังที่ดีเยี่ยมแบบที่เราเองไม่รู้สึกตัวว่ากำลังออกกำลังกายอยู่เลยจริงๆ

Advertisement

Advertisement

บรรไดบรรได2.  ขณะที่นั่งทำงานนานๆ เราก็ไม่ควรจะนั่งนิ่งๆ จ้องแต่จอคอมพิวเตอร์อย่างเดียวทั้งวัน  การจ้องคอมพิวเตอร์นานๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้สายตาเราเมื่อยล้าเนื่องจากแสงจากจอคอมพิวเตอร์แล้ว  ยังจะทำให้สายตาของเราเสื่อมโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย ทางที่ดีเราควรจะหยุดพักสายตาบ้าง  แล้วก็ขยับร่างกาย  ยืดเส้นยืดสายบ้าง  เช่นยกมือขึ้นทั้งสองข้างให้สุด  แล้วโยกมาทางซ้ายที  โยกมาทางขวาที  และด้านซ้ายขวาสลับกันไป  เพื่อผ่อนคลายร่างกาย

Advertisement

Advertisement

ออกกำลังแขนบิดตัว3.  ปรับโต๊ะทำงานให้สมดุลกับการนั่งทำงานของเรา  โต๊ะทำงานก็เป็นสิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งกับการทำงาน  โต๊ะทำงานกับเก้าอี้  จอคอมพิวเตอร์ซึ่งเราต้องนั่งอยู่กับโต๊ะและเก้าอี้เป็นเวลานานทั้งวัน  ควรจะปรับโต๊ะ  เก้าอี้  จอคอมพิวเตอร์  ให้ได้ฉากได้ขนาดความสูงพอดีกับตัวเราที่เรานั่งทำงาน  ไม่ควรต่ำหรือสูงจนเกินไป  โต๊ะ เก้าอี้  อาจจะมีที่พักหรือหย่อนขาบ้างก็จะดีเพื่อผ่อนคลาย

โต๊ะทำงานคอมส์พิวเตอร์4. พักสายตามองต้นไม้ใบหญ้าเขียวๆ  ท้องฟ้าสีครามบ้าง ในขณะที่เราทำงานนานๆ เราควรจะลุกเดินไปโน่นนี่บ้าง ถ้าที่ทำงานบางแห่งถ้าพอมีวิวหรือต้นไม้ใบหญ้าสีเขียว  มีสวนหย่อมอยู่ด้านหลังหรือด้านข้างสำนักงานก็จะดีเลยทีเดียว  เราควรจะเปิดหน้าต่างหรือเดิน  ตามระเบียงมองไปรอบๆ อาคารบ้าง เห็นท้องฟ้าสีครามหรือต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวๆ  เพื่อพักสายตาสัก 5-10 นาที  แล้วค่อยกลับมาทำงานที่โต๊ะใหม่อีกครั้ง  หรือจะเป็นการงีบหลับพักสายตาในช่วงเวลาบ่ายสัก 10-20 นาที  ก็จะช่วยให้เราสดชื่น  ทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเช่นกัน

หญ้าเขียวหญ้าเขียวหญ้าเขียว5.  แกว่งแขนขยับขา..การออกกำลังกายแขนและขา ในระหว่างที่เราทำงานทั้งวัน เช่นการเดินไปมาในขณะที่เรานั่งนานๆ  ในห้องหรือบริเวณใกล้เคียงที่ทำงานหรือเดินไปคุยกับเพื่อนที่โต๊ะทำงานข้างๆ บ้างก็ได้

พักสายตาพักสายตา6.  ออกกำลังกายหลังเลิกงานวันละ 1-2 ชั่วโมง  หากที่ทำงานใครที่อยู่ในเมืองหลวง  หรือชานเมืองหลวง  ที่มีการจราจรติดขัด  เมื่อเวลาที่เราเลิกงานตอนเวลา  4 - 5 โมงเย็น  ซึ่งเป็นเวลาที่จราจรติดขัดมากๆ  เราก็สามารถเลี่ยงรถติดด้วยการออกกำลังกายในเวลานี้  ด้วยการเตรียมชุดกีฬาติดรถมาเป็นประจำ เพื่อวอร์มร่างกาย  ออกกำลังกายตอนเย็นหลังเลิกงานบริเวณใกล้ๆ ที่ทำงาน  วันละ 1-2 ชั่วโมง  เพื่อหลีกเลี่ยงรถติดและทำให้ร่างกายมีเลือดสูบฉีดบ้าง  เมื่อเราออกกำลังกายเป็นประจำ  ความสดชื่น  ความแข็งแรงก็จะตามเรามา  แค่เพียงเราออกกำลังกายหลังเลิกงานวันละ 1-2 ชั่วโมง  ถ้าเราทำติดต่อกัน 1 เดือนก็จะใช้เวลาในการออกกำลังกายเท่ากับ 50 - 60 ชั่วโมง  ต่อเดือนเลยเชียวนะ  ซึ่งแน่นอนว่า  ถ้าเราทำแบบสม่ำเสมอ  โรคภัยไข้เจ็บทั้งหลาย  ความดันหรือโรคร้าย  อะไรต่างๆ ก็จะหายไป  และร่างกายที่แข็งแรงของเราก็จะกลับมาหาเราเหมือนเดิมแน่นอนครับ

ผมหวังว่าหลังจากที่ท่านๆ ทั้งหลาย  อ่านบทความนี้จบ  และลองทำตาม  ก็อาจจะเป็นแนวทางเล็กๆ น้อยๆ ที่ดีบ้าง  ให้กับมนุษย์เงินเดือนหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายที่ชอบอ้างว่าไม่มีเวลาออกกำลังกาย  ได้ลองฝึกทำตามดูนะครับ แล้วมาดูผลกันว่าหลังจากผ่านไป 1  เดือน 2 เดือน หรือ 3 เดือน สุขภาพจิตสุขภาพกายเราจะดีขึ้นมากขนาดไหน  ก็มาบอกกันด้วยนะครับ  ที่สำคัญอย่าลืมไปทดลองทดสอบกันดูนะครับ  และขอให้ทุกท่าน  ทุกคน  มีสุขภาพกาย  สุขภาพใจ  ที่ดีและแข็งแรงทุกคนนะครับ...ย้ำๆ “สุขภาพดีไม่มีขาย หากอยากได้ต้องทำเอง” และที่สำคัญอย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่  ดื่มน้ำไม่น้อยกว่าวันละ 8 แก้ว พักผ่อนให้เพียงพอ ด้วยนะครับ

น้ำ

 

ออกกำลังกายออกกำลังกาย

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด