ความรู้

หลักการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม ในหุ้นสามัญ (Common Stocks)

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
หลักการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม ในหุ้นสามัญ (Common Stocks)

หน้าปก;https://cdn.pixabay.com

หลักการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม ในหุ้นสามัญ(Common Stocks)

การลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม ผู้ลงทุนจำเป็นต้องเลือกองค์กรที่มีความซับซ้อนและหลากหลาย เพื่อที่จะเป็นการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยมอย่างแท้จริง โดยบริษัทจะต้องเป็นผู้ผลิตต้นทุนต่ำที่สุดและส่วนต่างของกำไรจะต้องสูงกว่าค่าเฉลี่ย สามารถทำกำไรเพียงพอที่จะสร้างกระแสเงินสดสำรองไว้สำหรับขยายกิจการ และเมื่อเผชิญกับสภาวะที่ยากลำบากบริษัทก็คงยังสามารถทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง และบริษัทเหล่านี้จะต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคที่โดดเด่นทางด้านงานวิจัย และทักษะทางการเงิน เพื่อใช้สำหรับแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนได้

Sky buildingCredit by;https://cdn.pixabay.com

คุณภาพของคนที่ควบคุมกิจกรรมและนโยบายต่าง ๆ เป็นอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไปไม่น้อยเช่นกันสำหรับการลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม เพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้อย่างชัดเจนของบริษัท มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดถ้าการลงทุนนั้นจะเป็นการลงทุนที่ประสบความสำเร็จจริง ๆ ก็คือ ผู้บริหารสูงสุดใช้เวลาฝึกพนักงานใหม่ ๆ ให้เกิดแรงบันดาลใจและใส่ใจกับรายละเอียดมากยิ่งขึ้น ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องรับคนจากภายนอกเข้ามาร่วมงานด้วย

Advertisement

Advertisement

Peoplescredit by;https://cdn.pixabay.com

คุณลักษณะบางอย่างของบริษัท ทำให้การทำกำไรสูงกว่าค่าเฉลี่ยเป็นไปได้ยาวนานไปในอนาคต เป็นอีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญยิ่งยวด เพราะหากสภาวะเศรษฐกิจตกอยู่ในช่วงเงินเฟ้อ เรื่องของการทำกำไรยิ่งมีความสำคัญยิ่งเพื่อต่อยอดเหนือค่าเฉลี่ยแทบจะตลอดไปได้ หรือพูดง่ายๆก็คือ อะไรที่บริษัทนี้สามารถทำได้ และคนอื่นไม่สามารถทำได้ดีเท่า นั่นเอง

achievementCredit by;https://cdn.pixabay.com

หลักใจความสำคัญอย่างสุดท้าย คือค่าราคากำไรต่อหุ้น หรืออัตราส่วน PE คือเรื่องของการประเมิน เป็นหัวใจของความเข้าใจสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีความแน่นอน และอัตราส่วน PE ควรสมเหตุสมผลเมื่อราคาปัจจุบันหารด้วยกำไรต่อหุ้น การประเมินจึงเป็นเรื่องของ อัตวิสัย มันไม่จำเป็นว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของความเป็นจริงเกี่ยวกับเรา นักลงทุนผู้อนุรักษ์นิยมจะต้องตระหนักถึงธรรมชาติของการประเมินวงการเงินในปัจจุบันของแต่ละอุตสาหกรรมที่เขาสนใจ ควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะดูว่าสถานการณ์แย่กว่าหรือดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับพื้นฐานที่ควรเป็น แต่อย่าอิงมากเกินไปกับการเปรียบเทียบแบบง่าย ๆ ของอัตราส่วน PE ของหุ้นที่ดูเหมือนว่ามีอัตราเติบโตพอ ๆ กัน เพราะบางครั้งบริษัทที่แข็งแกร่งพอ ๆ กัน อาจจะไม่มีการเติบโตที่เหมือนกัน ก็เป็นไปได้ เพราะการผันแปรที่เกิดขึ้นจริงในอัตราส่วน PE อย่างที่รู้ว่าจะเกิดขึ้นไม่ใช่จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่จากสิ่งที่วงการเงินในปัจจุบันเชื่อว่าจะเกิดขึ้นต่างหาก และการคาดการณ์ที่ถูกต้องของการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นในปัจจัยการเงินที่แท้จริงบางอย่าง ปัจจัยหลักที่ผ่านมานั้นก็คืออัตราดอกเบี้ยนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์