คัดลอกลิงค์

สุขภาพ

อาการแบบนี้ เป็นโรคกระเพาะใช่หรือเปล่า

1.4k
Airatore
Airatore
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Airatore
แจ้งตรวจสอบ
อาการแบบนี้ เป็นโรคกระเพาะใช่หรือเปล่า

               คุณรู้จักโรคกระเพาะดีแล้วหรือยัง รู้หรือไม่ว่าอาการแบบไหนที่เรียกว่าโรคกระเพาะ ก่อนอื่นเลยเรามารู้จักกับโรคกระเพาะกันก่อน โรคกระเพาะนั้นเกิดจากที่มีรับประทานอาหารที่ปรุงไม่สุก ไม่ถูกสุขอนามัยหรือรับประทานอาหารและน้ำที่มี "เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร" ปนอยู่ด้วย หรืออาจเผลอไปสัมผัสน้ำลายหรืออุจจาระของคนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบเข้าทำให้ติดเชื้อ เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย มันจะเข้าไปฝังตัวอยู่ในเยื่อบุกระเพาะ ทำให้เกิดการอักเสบที่เยื่อบุกระเพาะ เกิดการระคายเคืองจนเป็นแผลในกระเพาะอาหาร

             นอกจาก เชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร แล้วยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารได้ ไม่ว่าจะเป็นภาวะเครียด การรับประทานอาหารไม่ตรงเวลา ทานบ้างไม่ทานบ้าง การสูบบุหรี่ การรับประทานยาแก้ปวดประเภทแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวดข้อ กระดูกหรือแม้แต่ยารักษาสิวเองก็เช่นกัน

Advertisement

Advertisement

หากวัดตามระยะเวลาของโรค โรคกระเพาะอาหารนั้นมีอยู่สองชนิดด้วยกันได้แก่

              1. โรคกระเพาะอาหารอักเสบชนิดเฉียบพลัน เป็นโรคที่มีอาการในระยะเวลาสั้น ๆ เช่น 1 - 2 สัปดาห์ อาการเป็นไม่นานก็จะดีขึ้น

              2. โรคกระเพาะอาหารอักเสบเรื้อรัง เป็นโรคที่มีอาการเรื้อรัง เป็นเป็น ๆ หาย ๆ อยู่นานนับปี 

ปวดขอบคุณภาพประกอบจาก https://pixabay.com/photos/disease-medicine-health-medication-4392164/

โดยอาการของโรคกระเพาะจะมีอาการสำคัญ ๆ ดังต่อไปนี้

              1. ปวดหรือจุกบริเวณใต้ลิ้นปี เหนือสะดือ มักเป็นเวลาที่ท้องกำลังว่างหรือมีอาการหิว และไม่ได้เป็นตลอดเวลา เป็นเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น  ซึ่งอาการปวดแบบนี้เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุด

Advertisement

Advertisement

              2. เมื่อมีอาการปวดท้องหากได้รับประทานอาหารหรือยาลดกรด อาการปวดจะทุเลา หรือหลังรับประทานอาหารอาการปวดอาจเพิ่มมากขึ้น

              3. อาการปวดจะเป็น ๆ หาย ๆ อยู่เรื่อย ๆ บางครั้งผู้ป่วยจะคิดว่าตนหายแล้ว แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นอีก

              4. ปวดแน่นท้องแม้ในตอนที่หลับไปแล้ว ทำให้ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย ๆ

              5. ท้องอืด แน่นท้อง เรอบ่อยเพราะมีแก๊สในกระเพาะอาหารเยอะ

              6. ไม่มีความอยากอาหาร หรือทานอาหารได้น้อยและอิ่มเร็ว แต่น้ำหนักตัวก็ไม่ได้ลดลง สุขภาพยังคงไม่ทรุดโทรมแต่อย่างใด

              7. คลื่นไส้ อาเจียน

vomitขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.freepik.com/free-photo/young-woman-suffering-from-nausea-with-medicines-glass-water-desk_3492473.htm

 

             อาการที่กล่าวมาข้างต้นอาจเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป ไม่ได้มีอะไรรุนแรงมากนัก เป็นอาการปวดที่พอทนได้ แต่ไม่ถึงขั้นทรมาน แต่หากว่าคุณพบอาการอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยให้เร็วที่สุด อาการเหล่านั้นได้แก่

Advertisement

Advertisement

             1. มีอาการหน้ามืดเป็นลม เนื่องจากมีเลือดออกมาในกระเพาะอาหาร

             2. ถ่ายเป็นเลือด ส่วนใหญ่มักเป็นการถ่ายเหลวและไม่มีอาการเจ็บปวด

ถ่ายขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.freepik.com/free-photo/asian-boy-sitting-toilet-bowl-holding-tissue-paper-health-problem-concept_3806128.htm

             3. อาเจียนเป็นเลือด เหตุผลเช่นเดียวกันกับข้อแรก

             4. เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลง อาเจียนหลังจากรัปประทานมื้ออาหารบ่อย ๆ

             5. หน้าท้องแข็ง กดแล้วเจ็บมาก หรือปวดท้องจนเดินหรือนั่งตัวตรงไม่ได้ ต้องงอตัวตลอดเวลาเพื่อบรรเทาอาการปวด

ปวดขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.freepik.com/free-photo/young-woman-having-stomach-ache-lying-sofa_3506719.htm

             6. มีอาการปวดท้องเฉียบพลันและรุนแรง

             คนที่มีอาการดังกล่าวควรพบแพทย์โดยด่วน !  เพราะหากมีเลือดออกในกระเพาะอาหารและไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจทำให้แผลในกระเพาะอาหารติดเชื้อ ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ อันน้ำมาซึ่งความเจ็บปวดและอาจทำให้เสียชีวิตได้ ไม่ควรชะล่าใจหรือซื้อยามารับประทานเอง เพราะนั่นยิ่งเป็นการเพิ่มสาเหตุทำให้อาการปวดท้องหรืออาการอื่น ๆ แย่ลงหรือรักษายากขึ้นไปอีก

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด