ไลฟ์แฮ็ก

เจริญสติแบบฉบับโลกสมัยใหม่

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
เจริญสติแบบฉบับโลกสมัยใหม่

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมเริ่มศึกษาหลักศาสนาพุทธเบื้องต้น สืบเนื่องมาจากความน่าสนใจของศาสนาพุทธที่มีความเชื่อมโยงกับจักรวาลและวิทยาศาสตร์อย่างน่าฉงน อาจจะไม่ได้ทำความเข้าใจถึงแก่นแท้จนเห็นทะลุปรุโปร่งในทุกเรื่อง แต่ก็มีบางเรื่องที่รู้สึกเข้าถึงในบางส่วนของแก่นแท้ของมัน หนี่งในนั้นก็คือการเจริญสติ แกนหลักของเจริญสติที่สามารถเข้าใจได้เลยและลองทำได้ง่าย ๆ คือการกำหนดลมหายใจ ให้สมาธิจดจ่ออยู่ที่ลมหายใจเข้าออก เพียงเท่านี้ร่างกายและจิตใจก็สามารถรับรู้อะไรบางอย่างในทางที่ดีขึ้นแล้วครับ

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจก็เพราะวิทยาศาสตร์สามารถบอกได้ว่าการกำหนดลมหายใจจะส่งผลต่อสมองโดยตรง    

ในช่วงสองทศวรรษหลังนี้ นักวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยที่สนใจและศึกษาเรื่อง “ฝึกสมาธิ” ชุดฝึกในแบบตำราของศาสนาโลกตะวันออกที่เน้นไปในการตระหนักถึงตัวเราเองและสิ่งแวดล้อมในแต่ละช่วงเวลา

Advertisement

Advertisement

สืบเนื่องมาจากการที่นักวิทยาศาสตร์ได้ยินคำพูดเกินจริงถึงประโยชน์ด้านสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ จากการฝึกสติหรือนั่งสมาธิ จนทำให้เกิดข้อสงสัยได้หรือไม่ ?

https://www.pexels.com/photo/two-monks-walking-between-trees-750895/

ที่มา: pexels.com

ยองเก มิงยูร์ รินโปเช ธรรมมาจารย์ที่ศึกษาพุทธธรรมแบบเก่าแก่ของทิเบตได้

ถ่องแท้และสามารถนำมาเชื่อมโยงกับโลกสมัยใหม่ได้อย่างน่านับถือ กระทั้งยังศึกษา วิทยาศาสตร์ จักรวาลวิทยา และ ฟิสิกส์ อีกด้วย

พระอาจารย์มิงยูร์ถือว่าเป็นอัจฉริยะในด้านการเจริญสติ

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการเชิญพระอาจารย์มิงยูร์มายังดินแดนปู่แซมเพื่อทำการทดลองสแกนสมอง ผลปรากฏว่าสมองของพระอาจารย์นั้นยังคงความเยาว์สวนทางกับอายุ

หลังจากนั้นได้ทำการทดลองสแกนสมองอย่างละเอียดพร้อมทั้งเจริญสติและแผ่เมตตาไปด้วย ผลปรากฎว่ากราฟการทำงานของวงจรประสาทที่เป็นตัวกำหนดความรู้สึก “เห็นอกเห็นใจ” พุ่งสูงขึ้นหลายเท่าตัว เปรียบเสมือนว่ามิงยูร์สามารถควบคุมการทำงานของสมองได้ด้วยตัวเอง

Advertisement

Advertisement

นักวิจัยได้ลองศึกษาคลื่นสมองของกลุ่มคนที่ฝึกสติมาเป็นเวลานาน ผลลัพท์ที่ได้ก็คล้ายคลึงกัน เมื่อเริ่มกำหนดลมหายใจ กราฟการทำงานของสมองจะโดดสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นั่นหมายความว่าการเจริญสติสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสมองของคนที่ฝึกจนเชี่ยวชาญ

ผลการวิจัยนี้เป็นตัวยืนยันที่ว่าการฝึกเจริญสติสามารถทำให้เรามีอำนาจควบคุมจิตได้

ซึ่งการที่เราสามารถควบคุมจิตตัวเองได้ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก คนส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าจิตของตนทำอะไรอยู่ จะถูกสิ่งต่าง ๆ รอบตัวชักนำไปและทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่รู้ตัว, ส่วนหนึ่งของการเจริญสติจึงเป็นการระลึกว่าจิตของเราทำอะไรอยู่ ทุกสิ่งที่เราทำในแต่ละวันต้องระลึกอยู่เสมอ การจับจังหวะหายใจเข้าออกอย่างคงที่จะเป็นเพียงหนทางหนึ่งในการฝึกให้มีสติตลอดเวลา ไหวตัวกับการกระทำอยู่นั่นเอง

Advertisement

Advertisement

ผู้ฝึกเจริญสติจนเชี่ยวชาญไม่สามารถควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนได้แต่สามารถควบคุมปฏิกิริยาตอบสนองได้ดีกว่า

https://www.pexels.com/photo/monk-holding-prayer-beads-across-mountain-2730217/

ที่มา: pexels.com

ณ ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยพยายามใช้การเจริญสติเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยทั้งภายในและภายนอก

ความจริงก็คือยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สามารถยืนยันได้ว่าการเจริญสติสามารถช่วยได้จริง ๆ

แต่ดูเหมือนว่าการเจริญสติจะสามารถเปลี่ยนแปลงกระบวรการทางด้านอารมณ์และความรู้สึกซึ่งสามารถเปลี่ยนเปลงความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ได้

มีงานวิจัยหลายชิ้นกล่าวว่าผู้ที่ฝึกเจริญสติจนเชี่ยวชาญจะมีความทนต่อความเจ็บปวดได้สูง

เมื่อเปรียบเทียบในกรณีไฟไหม้ระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านเจริญสติกับผู้ที่ยังไม่เชี่ยวชาญนั้น ความรับรู้ด้านความแสบร้อนจะอยู่ในระดับเดียวกันแต่ความรู้สึกทรมานจะไม่เหมือนกัน แน่นอนว่าผู้เชี่ยวชาญสามารถกดความรู้สึกทรมานได้มากกว่า

ศูนย์กลางอารมณ์ความรู้สึกในสมองคือส่วน Amygdala  สมองส่วนนี้จะตอบสนองล่วงหน้าสูงมากในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเจริญสติสามารถกดความรู้สึกจนไม่มีได้เลย

หลักการก็คือไม่เอาใจไปจดจ่อกับมัน มองความเจ็บปวดเป็นเหตุตามธรรมชาติไม่ใช่ความทรมาน...

https://www.pexels.com/photo/person-wearing-red-and-black-v-neck-shirt-3569763/

ที่มา: pexels.com

การฝึกสติอาจช่วยให้คุณมองเห็นตัวเอง เห็นอัตตา ว่าเป็นเพียงสิ่งที่สมองสร้างขึ้นเช่นเดียวกับความเจ็บปวดหรืออารมณ์

ณ ปัจจุบันการฝึกสติหรือการทำสมาธิกำลังเป็นที่นิยมและถูกผลักดันในประเทศที่พัฒนาแล้ว

ห้าปีหลังมานี้ หนุ่มสาวในประเทศสหรัฐอเมริกานิยมฝึกสมาธิกันอย่างแพร่หลายหากอ้างอิงตามตัวเลขในสถิติ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อธิบายถึงที่มาที่ไปของกระแสนี้ แต่สาเหตุหลัก ๆ คือเพื่อบรรเทาความเครียด วิตกกังวล รวมไปถึงโรคซึมเศร้า

DMN หรือ Default Mode Network เป็นเครือข่ายสมองอัตโนมัติคล้าย ๆ กับเป็นตัวกระตุ้นความรู้สึกให้คิดถึงเรื่องราวตลอดเวลา สามารถทำให้จิตใจฟุ้งซ่านและจะสามารถระลึกถึงอดีตหรือจินตนาการถึงอนาคต รวมไปถึงหมกมุ่นกับเรื่องเศร้าโศกและความกลัวได้เช่นเดียวกัน

DMN จะทำงานมากกว่าคนปกติกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้าหรือมีอาการวิตกกังวล

การฝึกเจริญสติจนเชี่ยวชาญสามารถทำให้ DMN ทำงานได้น้อยลงจนถึงขั้นควบคุมได้

นี่อาจเป็นสาเหตุที่การเจริญสติช่วยบรรเทาอาการเหล่านี้ได้และเป็นสาเหตุที่หลาย ๆ คนพยายามฝึกให้เข้าถึง

https://www.pexels.com/photo/man-and-woman-doing-yoga-1882004/

ที่มา: pexels.com

โรงเรียนหลายแห่งในหลาย ๆ ประเทศได้เริ่มบรรจุคาบเรียนที่ฝึกสมาธิให้กับนักเรียนลงในหลักสูตร

Applicationสำหรับฝึกสมาธิอย่าง Headspace หรือ Calm ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ก็ได้เข้าช่วยเหลือโรงเรียนหลายแห่ง เสนอหลักสูตรฝึกสมาธิสำหรับเด็กอีกด้วย

นั่นเป็นสัญญาณชัดจนว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเล็งเห็นความสำคัญของการฝึกสติ การฝึกฝนให้เด็ก ๆ เหล่านี้รู้จักการกำหนดลมหายใจตั้งแต่เด็กจะส่งผลต่อสมองในระยะยาว มีพัฒนาการไปในเชิงบวก รวมไปถึงสุขภาพจิตที่ดีด้วยครับ

ภาพปก: pexels.com 

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
samsiamcat
samsiamcat
อ่านบทความอื่นจาก samsiamcat

Ob la di, ob-la-da, life goes on, bra La-la, how the life goes on

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์