คัดลอกลิงค์

อื่นๆ

เด็กผู้หญิง กับความคาดหวัง

มงกุฎสีทอง
มงกุฎสีทอง
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก มงกุฎสีทอง
แจ้งตรวจสอบ
เด็กผู้หญิง กับความคาดหวัง

สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาบอกเล่าประสบการณ์ของตัวเราเอง เป็นประสบการณ์ที่ยังคงส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงวันนี้...

      ย้อนความไปเมื่อเด็กๆ เลยนะคะ เราเป็นคนที่มีญาติพี่น้องเยอะมาก เรียกว่าได้ว่าเป็นตระกูลที่มีลูกหลานมากมาย จนบางคนเราก็ไม่เคยเห็น หรือรู้จักด้วยซ้ำค่ะ ซึ่งการที่มีญาติพี่น้องเยอะนาดนี้ แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือ "การโดนเปรียบเทียบ"

      มาเริ่มพูดถึงสิ่งที่ยังคงเป็นบาดแผลที่ฝังลึกจนยากที่จะขุดขึ้นมากันเลยค่ะ การโดนเปรียบเทียบ .... ตอนเด็กๆ ทุกครั้งที่ผลสอบออกมา เรามักจะลุ้นและก็ผิดหวังในทุกๆ ครั้ง เพราะคะแนนที่ออกมาเมื่อเอามาเทียบกับญาติพี่น้องแล้ว... เรานั้นดันมาเป็นที่โหล่ หรือแม้กระทั่งเมื่อเข้าชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่เราต้องไปสอบชิงเพื่อให้เข้าโรงเรียน

      ในตอนแรกคุณอาของเราเสนอว่าจะฝากให้ (เข้าแบบไม่ต้องสอบ หรือเด็กเส้น) แต่เราก็ปฏิเสธไป เพราะเราอยากที่จะพยายามด้วยตัวเอง เมื่อวันที่เราสอบมาถึงเราก็ตื่นเต้นมาก พลางในหัวก็คิดภาพพี่ชายของเราเมื่อสามปีก่อน ที่ได้มาสอบและก็ติดในที่สุด เขาร้องไห้น้ำตาไหลด้วยความดีใจ ซึ่งแม่ของเราตอนนั้นก็ยิ้มตอบด้วยความดีใจ เราคิดแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ว่าเราจะมีภาพแบบนั้นหรือเปล่านะ

Advertisement

Advertisement

ภาพประกอบที่ 1

      เมื่อวันสอบผ่านไป วันประกาศผลมาถึง.... เรากลับต้องมาดูผลสอบคนเดียว ทั้งทีเคยนั่งรถมาในบริเวณนี้แค่ครั้งสองครั้งตอนมาสมัครสอบเท่านั้น ยังดีที่วันนั้นอาเราแวะมาทำธุระ เลยสามารถนั่งมากับอาได้ ตอนนั้นเราเดินไปที่หน้าบอร์ดประกาศรายชื่อด้วยหัวที่ขาวโพลน ไม่มีความตื่นเต้นหรืออะไรอยู่ในนั้นเลย.... เราแค่เลื่อนนิ้วชี้ของตัวเองไปตามรายชื่อเรื่อยๆ พอเห็นรายชื่อของตัวเองก็แค่แสร้งทำเป็นดีใจต่อหน้าอาของเรา ซึ่งพอเขาเห็นรายชื่อเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร พร้อมขอไปทำธุระต่อ

Advertisement

Advertisement

       เรายืนนิ่งอยู่แค่ไม่กี่วินาที ก่อนจะไหวตัวเพื่อไปนั่งแถวตามห้องที่ได้ อยู่ๆ ระหว่างเดินน้ำตาของเรามันก็ไหลลงมาเอาดื้อๆ... เรามองไปข้างหน้าเห็นแต่เด็กเรียนที่นั่งกันอยู่ บ้างก็ยิ้มดีใจกับพ่อแม่ของตัวเอง อยู่ๆ ภาพในหัวก็ฉายเข้ามาเหมือนหนังที่ถูกกำหนดเวลาเอาไว้ออย่างดิบดี ดวงตาทั้งสองข้างก็เราก็มีน้ำตาเอ่อนองออกมา น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของเราเพียงหยดเดียวเท่านั้น ในหัวตอนนั้นก็แทนหน้าตัวเองเข้าไปอยู่แทนพี่ชาย....

ภาพประกอบที่ 2

      ไม่รู้ว่าน้ำตาเพียงแค่หยดเดียวของวันนั้น.... มันเป็นน้ำตาแห่งความดีใจ หรือความน้อยเนื้อต่ำใจกันแน่

      หลังจากวันนั้น.... เวลาผ่านมาสองปี รุ่นน้อง(ลูกของลุงเรา) ได้ทำการสอบเข้าโรงเรียนเดียวกับเรา.... ซึ่งแน่นอนว่าต้องสอบติดอยู่แล้ว .....ให้ตายสิ ฮ่าๆ พอนึกถึงมันก็อดเศร้าไม่ได้ เสียงของย่า เสียงของปู่ เสียงของอา เสียงของลุง เสียงของน้า ดังอยู่ในโสตประสาทของเราว่า น้องเราสอบติดแล้ว... น้องเรานี่เก่งจริงๆ ตอนนั้นสภาพเราเป็นยังไงรู้ไหม ฮ่าๆ

Advertisement

Advertisement

      รีบลุกออกจากการทำการบ้าน แล้วตรงปรี่ไปเข้าห้องน้ำ เราทรุดลง เงียบๆ นิ่งๆ บริเวณหัวใจเหมือนถูกเข็มจิ้มเป็นพันๆเล่มในคราเดียว.... ภาพในหัวก็ถูกฉายอีกครั้ง ทั้งวันที่พี่ชายเราสอบติด วันที่ลูกอาเราสอบติด วันที่.... เราสอบติด โอเค เราอาจจะอ่อนแอไปเอง แต่เชื่อเถอะ ทุกครั้งที่เรานึกถึงช่วงเวลาเหล่านี้.... น้ำตามันก็พาลเอ่อขึ้นมาทุกที

ภาพประกอบที่ 3

     เราได้แค่คิดว่าทำไม ทำไมเราถึงไม่มีแบบนี้บ้าง ทำไมเราไม่ลองเกิดช้าอีกสักสี่ห้าปี เพื่ออะไรมันจะดีขึ้น ทำไมเราไม่ฉลาดขึ้นอีกสักนิด ทำไมเรา... ทำไมถึงเป็นเราอะ ทำไมต้องเป็นเราด้วย

     จนถึงตอนนี้..... ตลอดเวลาทั้งชีวิตของเรา เราพยายามลงทุนลงแรงกับทุกๆ เรื่อง เพื่อให้มันออกมาดีมากที่สุด จนบางครั้งมันก็เกินตัว เพื่อความหวังเล็กๆ ว่าจะมีคนให้กำลังใจเมื่อเห็นเราเหนื่อย หรือมีคนชมเราจากใจจริงเมื่อเห็นเราทำสำเร็จ ซึ่งก็ดูเหมือนว่า... ตอนนี้เรายังทำไม่สำเร็จตามที่คนรอบข้างเราหวังเอาไว้สักอย่าง.... ไม่เช่นนั้น ทุกครั้งที่เราเจอคนรอบข้าง พวกเขาคงไม่ถามเราด้วยประโยคที่ดูคาดหวัง แต่ไม่เคยชายตามองแบบนั้นหรอก....

     โดยสรุป... เหตุการณ์ทั้งหมดนำเราไปสู่สิ่งที่เราเรียกมันว่า ความอยากเอาชนะ เรารู้สึกอยากเอาชนะทุกคน เมื่อเห็นว่าใครมีเป้าหมายเราก็อยากที่จะเข้าไปแย่งชิง ด้วยความหวังที่จะได้รับคำชมแบบคนอื่นบ้าง... เลยทำให้เราลืมตั้งเป้าหมายของตัวเอง ลืมมองสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ลืมหันมาถามตัวเองว่าเหนื่อยบ้างไหมที่มัวแต่อยากจะชนะคนอื่น...

ภาพประกอบที่ 4

     หลังจากเราได้ลองหันมาฟังเสียงของตัวเอง ฟังเสียงที่ตัวเราเองเรียกร้องมาตลอด เราก็ค่อยๆ พาตัวเองออกจากที่ที่ไม่ใช่ของเรา เลิกพยายามเป็นแบบที่คนอื่นอยากให้เราเป็น.... แต่มันก็ยังยากอยู่ดี เพราะทุกครั้งที่เราเผลอตัว สิ่งๆ นี้มันก็พร้อมที่จะกลับมาตลอด

     เราก็ทำได้แค่เตือนตัวเอง และค่อยๆ เปลี่ยนตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อ... ตัวของเราเอง

 

    เครดิตภาพ

ภาพหน้าปก https://bit.ly/3aCmmDw

ภาพประกอบที่ 1 https://bit.ly/3pbUt9z

ภาพประกอบที่ 2 https://bit.ly/3h349Au

ภาพประกอบที่ 3 https://bit.ly/38lZS7b

ภาพประกอบที่ 4 https://bit.ly/3nGnxpe

 

เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด