คัดลอกลิงค์

ท่องเที่ยว

เรื่องเล่าจากแอฟริกา (ประการณ์ครั้งหนึ่งในแอฟริกา ประเทศบุรุนดี ภาค 2)

Linfang
Linfang
|4 min read
อ่านบทความอื่นจาก Linfang
แจ้งตรวจสอบ
เรื่องเล่าจากแอฟริกา (ประการณ์ครั้งหนึ่งในแอฟริกา ประเทศบุรุนดี ภาค 2)

จากบทความที่แล้วคงทำให้หลายๆคนรู้จักแอฟริกาและประเทศบุรุนดีมากขึ้นใช่ไหมคะ(บทความ ประการณ์ครั้งหนึ่งในแอฟริกา ประเทศบุรุนดี ) บทความนี้จะเป็นการเล่าต่อจากบทความที่แล้วค่ะ อย่างที่บอกว่าบุรุนดีไม่ใช่ประเทศท่องเที่ยวเลย ไม่ได้มีสถานที่สวยๆ ให้เราถ่ายรูปชิคๆเก๋ๆ แต่เชื่อเถอะค่ะ บุรุนดีมีเสน่ห์มากๆ ใครที่ได้สัมผัสอาจจะอยากกลับไปอีก เราก็เช่นกันหากมีโอกาสอยากจะกลับไปอีกครั้ง กลับไปพูดคุยกับเพื่อนๆที่นั้น ได้เห็นรอยยิ้ม ทัศนคติ ความคิดของคนแอฟริกา เราจะได้ความคิดและสิ่งดีๆกลับมาแน่นอนค่ะ 

รถสาธารณะ ประสบการณ์ขนหัวลุก

โดยปกติแล้วการเดินทางที่เป็นที่นิยมที่สุด คือ การเดินด้วยเท้านี่แหละค่ะ ไกลแค่ไหนก็เดิน เดินตั้งแต่เช้าถึงปลายทางตอนเย็นก็มี รถยนต์ส่วนตัวมีน้อยมาก แต่ก็ยังมีtaxi มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถจักรยานรับจ้าง และรถสีเหลืองที่คล้ายตุ๊กๆเหมือนบ้านเรา เรียกว่าบาจาจี (Bajaj) แต่อาจจะมีราคาสูงต่ำตามคุณภาพและความสะดวกสบายค่ะ ความโชคดีอีกอย่างของการเป็นคนผิวขาวคือเวลาขึ้เกียจเดิน เราจะโบกรถทั่วไปนี่แหละค่ะ ถามทางว่าไปทางไหน ถ้าไปทางเดียวกันก็จะขอติดรถไปด้วย พวกเขาก็ใจดีมากๆ อนุญาตให้ติดรถไปด้วยอยู่บ่อยครั้ง เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของรถแอฟริกาเลยก็คือแอร์ค่ะ แอร์ในรถไม่เย็นหรือไม่มีก็ไม่รู้ รถเกือบทุกคันจะต้องเปิดหน้าต่างรับลมแทน (เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นว่าที่นั้นไม่ที่ซ่อมแอร์รถหรือเปล่า) และตอนที่อยู่บุรุนดี เรามีโอกาสได้เดินทางด้วยรถสาธารณะหรือรถประจำทางอยู่บ่อยครั้ง เป็นเรื่องที่นึกที่ไรก็ขำทุกที มันเหมือนเราอยู่ในการ์ตูนตลกเรื่องหนึ่ง หรือไม่ก็หนังแนวซิทคอม ลองจินตนาการถึงรถเมล์ หรือรถที่คล้ายๆรถโรงเรียน โดยปกติแล้วจะมีพื้นที่ตรงกลางหรือช่องว่างสำหรับคนที่นั่งด้านหลังแล้วต้องการจะเดินลงรถเมื่อถึงจุดหมายปลายทางของเขาใช่ไหมคะ แต่ที่นี้ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ เขาใช้ประโยชน์พื้นที่อย่างเต็มที มีที่นั่งทุกพื้นที่ มีเบาะเสริมทุกอณู ลองนึกดูเล่นๆนะคะ ถ้าคนที่นั่งอยู่หลังสุดต้องลงป้ายหน้าจะทำยังไง ทุกคนเกือบจะทั้งคันรถต้องลงจากรถค่ะ555 เรื่องจริงแท้ๆไม่มีผสมอะไรเลย เราก็เคยต้องลงจากรถประมาณ3-4 ครั้ง จนหงุดหงิดเลยว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร ลำบากคนอื่นเกือบทั้งคันรถ ทั้งร้อน ทั้งเบียด ทั้งอึดอัดมาก พอมานึกดูก็สนุกดี555 เป็นประสบการณ์ที่หายากเหมือนกันนะคะ ทั้งการนั่งรถแอร์ร้อนหรือการนั่งรถเมล์แบบเบียดๆ เราไม่แน่ใจว่าแอฟริกาประเทศอื่นๆมีแบบนี้หรือเปล่า แต่สำหรับที่บุรุนดีมีค่ะ อาจจะไม่มีภาพประกอบให้ดู แต่หากใครนึกไม่ออกจริงๆ แนะนำให้เข้าไปดูที่เว็บไซต์ http://zeraction.over-blog.com/2015/10/burundi2015-fin-d-elections-pour-quel-lendemain-1-2.html 

Advertisement

Advertisement

 สวยจนถูกตีตราจอง

มาถึงอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญและอยากจะเล่ามากๆ นั้นก็คือประสบการณ์การถูกของแต่งงานที่แอฟริกาค่ะ เล่าที่ไหนก็เป็นเรื่องสร้างเสียงหัวเราะ เคยสงสัยกันไหมคะว่าผู้หญิงที่หน้าสวยๆ หรือผู้ชายที่หน้าตาหล่อๆ แล้วมีคนแอบชอบเยอะๆ ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนมอง อยากจะเข้ามาพูดคุยทำความรู้จัก พวกเขามีชีวิตที่น่าอิจฉาจัง ใครๆก็อยากได้รับความสนใจแบบนั้นบ้าง ลองมาที่แอฟริกาดูค่ะ คุณก็มีโอกาสเป็นแบบนั้น เราเป็นผู้หญิงหน้าธรรรมดาๆคนหนึ่งนี่แหละค่ะ ไม่ได้สวยเหมือนพี่อั้มหรือดาราคนไหนๆ แต่ตอนที่อยู่บุรุนดี แค่เห็นว่าเป็นคนผิวขาว เขาก็มองว่าเราสวยและหล่อแล้ว ทุกวันจะมีคนชมว่าสวยที่สุด สวยมากๆ  บอกรักเป็นเรื่องปกติ คำถามที่ได้ยินบ่อย นอกเหนือจากการถามชื่อก็คือคำถามว่าเรามีแฟนหรือยัง ตอนแรกๆก็ไม่รู้ ก็ตอบความจริงแบบใสซื่อว่า ยังไม่มีแฟนค่ะ เท่านั้นแหละค่ะ มีการขอเราเป็นแฟน หนักสุดคือขอแต่งงานเกิดขึ้น อาจจะไม่ได้มีการคุกเข่า แต่พูดเป็นจริงเป็นจังมาก ชวนมาอยู่ด้วยกัน 555 หลังๆเราก็เริ่มโกหกว่ามีแฟนแล้ว แต่ก็ไม่วายเจอคนจีบ เขาบอกว่ามีแฟนแล้วก็ไม่เป็นไร แฟนเธอไม่ได้อยู่ที่นี่ ตอนนี้เธออยู่แอฟริกา มีแฟนเพิ่มก็ได้(อ้าวเฮ้ย ได้เหรอแบบนี้5555)จำได้เลยว่ามีผู้ชายเจ้าของร้านตัดผม ชอบตะโกนเรียก ชวนคุย แล้วก็ชอบถึงเนื้อถึงตัวตลอด แอบน่ากลัวมากๆ และก่อนเราจะกลับไทยยังมีคนขอกลับมาด้วยเลย ไม่ใช่แค่เราหรอกนะคะ เพื่อนทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่เป็นเกาหลีก็โดน ช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ โดนลวนลามก็มี แถมยังเป็นช่วงที่แอบหลงตัวเองอยู่เหมือนกัน 555 ก็ตอนที่อยู่ไทยมันไม่มีโอกาสhotแบบนี้นะคะ พอกลับมาก็ไม่เจอใครชมว่าสวยอีกเลย555 ใครที่อยากลองใช้ชีวิตเป็นคนสวยคนหล่อ โดดเด่นก็ลองไปที่แอฟริกาดูได้นะคะ รับลองว่าจะได้เจอกับประการณ์ถูกคุกคามหรือการเป็นที่น่าสนใจ เหมือนได้เป็นดาราเลยค่ะ 

ภาพที่1 มักจะถูกขอถ่ายรูปและชวนพูดคุยเป็นประจำ ที่มา Linfang(ผู้เขียน)ภาพที่2 การทำกิจกรรมร่วมกับคนแอฟริกา ที่มา Linfang(ผู้เขียน)

แฟชั่นแอฟริกา

แฟชั่นแอฟริกาเป็นอะไรที่ดูมีเอกลักษณ์มากๆเลยสำหรับเรา ด้วยความที่พวกเขาเป็นคนผิวเข้ม พวกเขาจึงชอบใส่เสื้อผ้าที่เป็นสีจัดๆ สีเด่นๆ และผ้าส่วนใหญ่เป็นผ้าที่มีลาย เนื้อผ้าจะแอบแข็งไปบ้าง รวมไปถึงเครื่องประดับที่อลังการ ใส่กำไล สร้อย ลูกปัดหลายๆเส้น สำหรับเราคิดว่าพวกเขาใส่ออกมาแล้วดูดี ดูเป็นแอฟริกามากๆ แต่เราเองมีโอกาสได้ใส่แล้ว ไม่ค่อนเหมาะเท่าไหร่ค่ะ555 นอกเหนือจากเสื้อผ้าอีกอย่างที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือผม โดยธรรมชาติเส้นผมของพวกเขาจะหนาและแข็งมาก อาจจะเป็นด้วยทางกรรมพันธุ์หรืออีกเหตุผลหนึ่งก็คือพวกเขาใช้สบู่ในการสระผมค่ะ มันจะมีสบู่ชนิดหนึ่งที่พวกเขาใช้ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ล้างงจาน ซักผ้า และใช่ค่ะ สระผมด้วย เราเห็นครั้งแรงก็ตกใจเหมือนกัน แต่ก็พูดไม่ออก ซึ่งผมพวกเขาแข็งมาก ผมตั้งตรง หวีแทบไม่ได้ แต่มีเพื่อนเคนหนึ่งผมไม่แข็งมาก เขาบอกว่าใช้น้ำมันหมักอยู่เป็นปีๆ กว่าผมจะหายแข็งได้  ส่วนแฟชั่นการทำผมที่เห็นบ่อยๆ เป็นการถักเปียทั้งหัวแล้วรวบเป็นหางม้า และสำหรับวัยนักเรียนก็บังคับไม่ให้ไว้ผมค่ะ โกนเหมือนผู้ชาย บางครั้งการเล่นกับเด็กก็จะแยกไม่ค่อนออกเลยว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย

 ภาพที่3 ชุดใส่ออกงานที่เป็นทางการ ที่มา Linfang (ผู้เขียน)


ภาพที่4 ชุดแอฟริกาที่เพื่อนบุรุนดีให้มา ไม่กล้าใส่โชว์ ขออภัย ที่มา Lingfang(ผู้เขียน)

 

 

 การร้องเล่น เต้นระบำ

เป็นกิจกรรมที่ชาวแอฟริการวมไปถึงชาวบุรุนดีชื่นชอบมากๆ ในวันอาทิตย์ที่มีการรวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนา ก็จะมีการร้องเพลงและทำท่าทางประกอบ หรือถ้าคนที่มีทักษะการเต้นที่ดี ก็จะรวมกลุ่มกัน สร้างทีมเต้นไปโชว์ตามงานต่างๆ เช่น งานแต่งงาน หรืองานเฉลิมฉลองต่าง เป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่งของพวกเขา นับว่าคนที่มีทักษะด้านการเต้นก็โชคดีมากๆ เพลงที่ใช้ก็ไม่จำกัดว่าต้องเพลงแอฟริกาเท่านั้น เป็นเพลงอะไรก็ได้ ขอให้มีท่าเต้นสวยๆ เครื่องแต่งกายเด่นๆ วิบวับได้ยิ่งดี  เราเองก็เคยเขาไปรวมทีมเต้นด้วยนะคะ จริงๆไม่ใช่คนเต้นเก่งเลยด้วยซ้ำ แต่อาจารย์ของเราอยากให้ลองใช้ชีวิตแบบคนแอฟริกาจริงๆ เราก็ต้องฝึกซ้อมนานพอสมควร นับว่าเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่เราได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนค่ะ ภาพที่5 การร้องเพลงก่อนทำพิธีกรรมทางศาสนา ที่มา Lingfang(ผู้แต่ง)

 ภาพที่6 ทีมเต้น ที่มา Linfang (ผู้เขียน)

 ภาพที่7 ทีมเต้น ที่มา Linfang (ผู้เขียน)

 ภาพที่8 ทีมเต้น ที่มา Linfang (ผู้เขียน)

 แบกเด็ก

 อีกหนึ่งสิ่งที่เราคิดว่าน่าสนใจมากๆในแอฟริกาก็คือการแบกเด็กน้อยค่ะ อย่างบ้านเราก็จะมีการอุ้ม การขี่หลัง หรือใส่รถเข็นใช่ไหมค่ะ แต่ด้วยความที่คนแอฟริกาไปไหนมาไหนด้วยการเดินบ่อยๆ การอุ้มเด็กและต้องถือของพะรุงพะรัง มันคงเป็นเรื่องที่ยาก เขาจึงนิยมที่จะใช้ผ้ารัดเด็กน้อยและเดินทางค่ะ เด็กน้อยก็จะโผ่ลมาให้เราเห็นแต่หัวกลมๆ เหมือนหนอน น่ารักมากๆ แต่บอกตรงๆว่าหวาดเสี่ยวแทนอยู่หลายครั้ง กลัวเด็กตกจริงๆ บางคนเด็กยังตัวน้อยๆ อายุไม่ถึงขวบก็ต้องแบกไปไหนมาไหนด้วย ผ้าที่ใช้ก็ผ้าธรรมดา  มันก็น่าห่วงอยู่ว่าอาจจะไม่ปลอดภัยได้ แต่มันก็เป็นสิ่งที่พวกเขาทำกันมาตลอดค่ะ เราเองก็เคยพยายามจะลองแบกเด็กน้อยไว้ด้านหลัง แต่ก็ไม่กล้าแบกนานค่ะ กลัวทำลูกใครเขาตก แย่เลย นับว่าเป็นภาพจำของแอฟริกาอีกหนึ่งอย่างเลยค่ะ

ภาพที่9 แบกเด็กน้อย ที่มา Linfang (ผู้เขียน)ภาพที่10 แบกเด็กน้อย ที่มา Linfang(ผู้เขียน)

 หวังว่าทั้งสองบทความจะทำให้เห็นเสน่ห์และภาพรวมด้านวิถีชีวิตของคนแอฟริกา การไปแลกเปลี่ยนเป็นอาสาสมัครที่แอฟริกาโดยเฉพาะที่บุรุนดี มันเปิดประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้ เปิดโลกมุมใหม่มากๆ หากมีโอกาสเราก็อยากเดินทางไปท่องเที่ยวในแอฟริกาพื้นที่อื่นๆบ้าง ใครที่อ่านแล้วอยากลองไปก็ลองเที่ยวแอฟริกา บุรุนดีก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่น่าไปค่ะ รับรองว่าจะได้ประสบการณ์ที่หาที่ไหนไม่ได้แน่นอนค่ะ

 

อ้างอิงรูปภาพ

ภาพประกอบที่มาโดย Linfang(ผู้เขียน)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด