ความรู้

เลือกซื้ออุปกรณ์ชาร์จมือถืออย่างไรให้ถูกต้อง

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
เลือกซื้ออุปกรณ์ชาร์จมือถืออย่างไรให้ถูกต้อง

    การเลือกซื้อสายชาร์จสักเส้นบางคนอาจคิดว่ามันก็เหมือนๆกันแหละ แค่เดินไปบอกพนักงานหรือว่าจะเดินไปหยิบมาจ่ายเงินเองก็ไม่เห็นจะมีอะไร จะซื้อของแพงไปทำไมแต่จริงๆแล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น 

    โทรศัพท์หรือสมาร์ทโฟนสมัยนี้มีระบบอำนวยความสะดวกซึ่งรวมไปถึงระบบที่เรียกว่า"FastCharge"อาจเรียกเป็นชื่อต่างๆตามผู้ผลิตแบรนด์ต่างๆเช่น VOOC Flash Charge ของ OPPO,Quick Charge ของ Qualcomm หลายคนอาจได้ยินชื่อนี้บ่อยๆซึ่งจะแยกย่อยไปอีกเช่น                 Quick Charge 3.0 4.0 การชาร์จก็จะมีเสถียรภาพมากขึ้นตามลำดับแต่ระบบก็ใช้ได้เพียงบางรุ่นที่ใช้เฉพาะCPUของ Qualcomm และชื่ออื่นๆตามแต่ละแบรนด์จะนิยามตามเทคโนโลยีของตนเอง ในสมาร์ทโฟนไม่ว่าจะเป็นAndriodหรือIOSก็จะมีระบบFast Chargeแต่กำลังในการชาร์จจะแตกต่างออกไปตามแต่ละรุ่นที่ผู้ผลิตจะใส่มาให้ซึ่งจะบอกไว้แล้วว่ารองรับการชาร์จที่กี่วัตต์(W)เช่น 10W 18W 27W ซึ่งควรจะต้องเลือกซื้อเพื่อให้การชาร์จมีประสิทธิภาพ 

Advertisement

Advertisement

  • 1. อะแดปเตอร์

อแดปเตอร์

     สิ่งสำคัญหลักๆที่จะกำหนดว่าการชาร์จมีประสิทธิภาพก็คืออะแดปเตอร์หรือเรียกแบบบ้านๆว่าหัวชาร์จซึ่งมีหลากหลายแบบเช่น 5V1A 9V2A หลายคนอาจงงว่ามันคืออะไร มันก็คือแรงดันและกระแสที่ปล่อยออกมาทางช่องoutput สามารถคำนาณหาค่าวัตต์ได้โดยเอาโวลต์คูณกับแอมป์เช่น  9 x 2 = 18W ซึ่งบางแบรนด์อาจจะบอกมาอยู่แล้วแต่บางยี่ห้ออาจไม่ได้ระบุไว้ก็ต้องคำนวณหาอีกทีหรือจะดูจากออะแดปเตอร์เเถมก็ได้ การเลือกซื้อก็ควรหาของที่ไม่ใช่ของnoname ควรหายี่ห้อที่ดีๆหน่อยเพื่อความปลอดภัยในการใช้งานหรือจะเลือกใช้ของแบรนด์สมาร์ทโฟนเลยก็ได้ ถ้าเราซื้ออะแดปเตอร์ที่วัตต์ต่ำกว่าที่สมาร์ทโฟนแนะนำก็จะให้ชาร์จช้าลงได้หรือบางคนอาจเข้าใจผิดโดยเห็นว่าอะแดปเตอร์ที่มีวัตต์สูงจะทำให้ชาร์จไวขึ้นซึ่งตัวกำหนดหลักๆเลยก็คือกำลังที่สมาร์ทโฟนเรานั้นรองรับได้สูงสุดแค่ไหนนั่นเอง

Advertisement

Advertisement

ค่าต่างๆที่ระบุบนอแดปเตอร์

                                                                                   คุณสมบัติต่างๆของอะแดปเตอร์

 

  • 2. สายชาร์จสายชาร์จ     ต่อมาเป็นสายชาร์จ การเลือกซื้อไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไหร่แค่ต้องเลือกให้ตรงกับรูชาร์จเท่านั้นแต่ก็มีผลต่อการชาร์จเหมือนกัน บางทีที่เราชาร์จไปนานๆแต่เห็นว่ามันไม่เต็มซักทีชาร์จช้าเหลือเกินก็อาจเป็นที่สายชาร์จก็ได้ การเลือกซื้อก็ดูว่าสายนั้นระบุมั้ยว่ารองรับกระแสกี่แอมป์เช่นถ้าอะแดปเตอร์ปล่อยกระแสที่ 2A ก็ควรซื้อสายที่รองรับไม่ต่ำกว่า 2A ถ้าแอมป์น้อยกำลังหรือวัตต์ก็น้อยตามทำให้ชาร์จไม่เร็ว และถ้าสายสามารถรองรับกระแสสูงได้ตัวนำก็จะใหญ่ขึ้นหรือคุณภาพสูงขึ้นความคงทนก็จะมากขึ้นตามและควรเลือกซื้อของที่มีมาตรฐานเช่นเดียวกับอะแดปเตอร์

Advertisement

Advertisement

สายtype c

                                                                                              สายชนิด Type C

 

     ยี่ห้อหาง่ายตามเซเว่นเช่น Rizz Asaki ก็ใช้ได้ ของดีหน่อยก็ Anker ฯลฯ สุดท้ายก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับอุปกรณ์ การจะเลือกซื้อแต่ละครั้งก็ควรหาข้อมูลเกี่ยวกับยี่ห้อที่จะซื้อประกอบการตัดสินใจด้วยเพื่อทำให้ได้ใช้ของที่ปลอดภัยมีคุณภาพคุ้มค่า ถ้าคิดว่าสมาร์ทโฟนของเรานั้นมันชาร์จไม่เร็วขึ้นเลยหลังจากเปลี่ยนอุปกรณ์ชาร์จใหม่แล้วแบตเตอร์รี่อาจจะเสื่อมก็ได้หรือวงจรการประจุในเมนบอร์ดเสื่อมได้เช่นกัน

ภาพทั้งหมดจากผู้เขียน

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์