อื่นๆ

แก้ปัญหาหน้าจอลาย macbook pro 2011

1.4k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
แก้ปัญหาหน้าจอลาย macbook pro 2011

Credit Cover: pexels

หากใครใช้ macbook pro ตัว early 2011 เชื่อว่าหลายๆ คนน่าจะมีปัญหากับเจ้าตัว Graphic card ของ AMD Radeon เป็นแน่แท้ ซึ่งอาการของมันก็คือการทำให้หน้าจอของเราเป็นเส้นๆ แต่จะเส้นเล็กหรือเส้นใหญ่ก็ต่างกันไปในแต่ละเครื่อง วางทิ้งไว้ก็เสียดาย ครั้นจะยกเครื่องไปซ่อมซึ่งก็สามารถทำได้โดยการทำ by pass เจ้าตัวการ์ดจอเจ้าปัญหาแล้วให้มันสลับไปใช้การ์ด On board อีกตัวนึงซึ่งอยู่ในเครื่อง ค่าเสียหายก็ประมาณ 4,000-5,000 บาท แล้วแต่ร้านและหน้าตาเราว่าดูใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดไหนถ้าใสมากก็อาจจะเสียมาก แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าอ่านบทความนี้คุณจะไม่เสียตังค์ซักบาท แค่ทำตามขั้นตอนที่จะสอนทีละขั้นรับรองเครื่องแมคเก่าของคุณจะกลับมามีชีวิตอีกครั้งแน่นอน (เครื่องที่ใช้ทดสอบคือ macbook pro early 2011 macOS High Sierra)

Advertisement

Advertisement

ขั้นแรก หลังจากปิดเครื่องเป็นที่เรียบร้อยเราต้องทำการ Reset SMC บางคนอาจจะงงว่ามันคืออะไร มันคือการรีเซตตัวควบคุมการจัดการระบบ โดยการกด Left shift + Control + Option + Power ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที เกินได้นิดหน่อยหยวนๆ

ขั้นตอนที่สอง คือการ Reset NVRAM (Nonvolatile Random-Access Memory) มันคือการรีเซตหน่วยความจำขนาดเล็กของแมค โดยการกด Command + Option + P + R + Power กดค้างเอาไว้ทั้ง 5 ปุ่มจนมันมีเสียง “ผ่าง” แล้วหน้าจอจะดับไป (อย่าตกใจปล่อยปุ่มก่อนล่ะ) รอจนผ่างที่สองเสร็จก็ค่อยปล่อยทั้งหมด

ขั้นตอนที่สาม คือการเข้าไปใน Single User Recovery Mode เพื่อ Disable Discrete GPU โดยการกด Command + S ค้างไว้ตอนที่เครื่อง
รีสตาร์ท ขั้นตอนนี้มือใหม่หัดแฮกอาจจะตื่นเต้นนิดหน่อยแต่เดี๋ยวก็ชิน พอเข้ามาแล้วให้พิมพ์โค้ดนี้ลงไป nvram fa4ce28d-b62f-4c99-9cc3-6815686e30f9:gpu-power-prefs=%01%00%00%00
สำคัญมากต้องพิมพ์ให้ถูกทั้งส่วนที่ต้องเว้นวรรคด้วย ใส้โค้ดเรียบร้อยแล้วก็กด Enter

Advertisement

Advertisement

หน้าจอ Single User Mode

Credit Photo: Kit Silencer

ขั้นตอนที่สี่ คือการ Enable VERBOSE Boot Mode โดยการพิมพ์ nvram boot-args=”-v” เสร็จแล้วก็กด Enter แล้วก็พิมพ์ reboot เพื่อทำการ
รีบูตเครื่อง โดยระหว่างที่เครื่องรีบูตให้กด Command + Option + R ไว้ด้วย

ขั้นตอนที่ห้า หลังจากเรากด Command + Option + R ตอนที่รีบูต เราก็จะเข้ามาในส่วนของ Recovery Mode จะเป็นรูปลูกโลกหมุนๆ แล้วให้ใส่พาสเวิร์ดไวไฟอะไรก็ใส่ไป รอซักพักใหญ่ จะเข้าหน้าจอให้เลือกภาษา ก็เลือก English ไปหรือจะเลือกภาษาไทยก็ตามสะดวกแต่บทความนี้จะบอกเป็นภาษาอังกฤษนะครับ พอเข้ามาแล้วด้านบนซ้ายให้เลือกหัวข้อ Utilities แล้วจะมีเมนูลงมาให้เลือกก็เลือกที่ Terminal แล้วก็พิมพ์
csrutil disable ในTerminal กดEnter แล้วก็พิมพ์reboot

หน้าจอลูกโลกก่อนเข้า Recovery ModeเลือกภาษาUtilities และ Terminal

Credit Photo: Kit Silencer

ขั้นตอนที่หก ตอนรีบูตกดCommand + S เพื่อเข้า Single User Recovery Mode อีกครั้งแล้วก็พิมพ์โค้ดเดิมเลย
nvram fa4ce28d-b62f-4c99-9cc3-6815686e30f9:gpu-power-prefs=%01%00%00%00
เสร็จแล้วกด Enter แล้วก็พิมพ์ reboot

Advertisement

Advertisement

ขั้นตอนที่เจ็ด ตอนรีบูตกดCommand + S เพื่อเข้า Single User Recovery Mode (อีกแล้ว) คราวนี้พิมพ์
/sbin/mount/ -uw / (ส่วนที่เว้นวรรคอย่าพลาดนะ) แล้วกด Enter แล้วพิมพ์
mkdir -p /System/Library/Extensions-off แล้วกด Enter แล้วพิมพ์
mv /System/Library/Extensions/AMDRadeonX3000.kext /System/Library/Extensions-off/ แล้วกด Enter แล้วพิมพ์
touch /System/Library/Extensions/ กดEnter แล้วพิมพ์reboot

ขั้นตอนที่แปด ตอนรีบูตกดCommand + S เพื่อเข้า Single User Recovery Mode (ครั้งสุดท้าย สัญญา) เข้ามาแล้วพิมพ์
sudo nvram boot-args=”” กดEnter แล้วพิมพ์reboot

ขั้นสุดท้ายแล้ว ตอนรีบูตกดเข้า Recovery Mode Command + Option + R แล้วก็ทำตามขั้นตอนเดิมกับขั้นที่ห้าจนเข้ามาถึงTerminal พิมพ์ csrutil enable กดEnter แล้วก็reboot

เป็นอย่างไรกันบ้างเพียงเก้าขั้นตอนง่ายๆ (มั้ง) ถ้าทำจนครบทุกขั้นตอนเครื่องแมคเก่าเราก็จะกลับมาใช้งานได้อีกครั้งจากตัวการ์ดจอ On Board ของ Intel แต่ที่ต้องทำใจคือความเร็วจะไม่ได้ดังใจเหมือนเดิมแต่ก็เพียงพอสำหรับการเล่นเนต พิมพ์งาน หรือการดู Youtube แต่ขอบอกว่าวิธีการนี้ไม่ใช่การแก้ปัญหาถาวรนะครับ ถ้าวันไหนเราเกิดไปกดรีเซต SMC หรือ NVRAM โดยบังเอิญก็คงจะต้องมาทำใหม่ตั้งแต่ต้นกันอีกครั้งนะครับ

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์