คัดลอกลิงค์

สุขภาพ

แนะนำสารอาหารสำหรับผู้เป็นโรค "ธาลัสซีเมีย" เสริมสร้างร่างกายต้านไวรัส COVID-19

AZM_TH
AZM_TH
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก AZM_TH
แจ้งตรวจสอบ
แนะนำสารอาหารสำหรับผู้เป็นโรค "ธาลัสซีเมีย" เสริมสร้างร่างกายต้านไวรัส COVID-19

อาการ "ธาลัสซีเมีย" เกิดจากการสร้างเม็ดเลือดแดงที่ผิดปกติ ส่งผลให้ฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงลดลง ด้วยความผิดปกติแบบนี้ตัวของเม็ดเลือดแดงจะมีขนาดเล็ก มีอายุสั้นและถูกทำลายก่อนกำหนด ดังนั้นแล้วถ้าจะพูดภาษาชาวบ้านคือผู้ป่วยโรคนี้จะมีเลือดจางกว่าคนปกติ ทำให้ผิวเหลืองซีด ต้องได้รับการถ่ายเลือดเป็นประจำสำหรับผู้ที่มีภาวะซีดสูง มีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วย ติดเชื้อง่ายกว่าคนที่แข็งแรงปกติ

ที่เกริ่นมาแบบนี้ก็เพราะว่าผู้ป่วยธาลัสซีเมีย จะต้องได้รับการดูแลในเรื่องโภชนาการเป็นพิเศษครับ แถมโรคนี้เกิดขึ้นทั้งเพศชายและหญิงด้วย ดังนั้นหากมีคนรู้จักหรือคนที่เรารักเป็นโรคนี้ จะได้รับมือได้ถูกต้องโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินจะมีผลมากต่อคนที่เป็นธาลัสซีเมีย ขณะเดียวกันในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะซีดรุนแรงต้องถ่ายเลือดเป็นประจำ ก็ต้องระวังเรื่องอาหารบางอย่างอีกด้วย

Advertisement

Advertisement

เพื่อเป็นการเตรียมตัวรับมือได้ถูก ดังนั้นเรามาดูกันว่าจะมีอาหารประเภทใดบ้างที่ผู้ป่วยโรคดังกล่าวสามารถรับประทานได้และสารอาหารชนิดใดควรจำกัดหรือห้ามรับประทาน เพื่อสร้างความแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วยนอนโรงพยาบาลบ่อย ๆ

โปรตีน / เนื้อสัตว์

bloodที่มารูปภาพ: Matthias Lipinski จาก Pixabay

โปรตีนในเนื้อสัตว์ควรจะเป็นเนื้อสตว์ที่ให้โปรตีนสูงมากกว่าธาตุเหล็ก ได้แก่เนื้อไก่ส่วนอกหรือส่วนน่อง เนื้อปลาจะให้โปรตีนสูงเหมือนกันควรจะเป็นปลาแซลมอน ปลาทู นอกจากมันจะให้โปรตีนแล้ว ยังให้วิตามินดีป้องกันภาวะโรคกระดูกอ่อนได้ ในส่วนของเนื้อหมูกับเนื้อวัว หากใครที่ป่วยไม่รุนแรงมากสามารถรับประทานได้ ถ้าหากป่วยระยะรุนแรงไม่ควรรับประทานเนื้อหมูครับ เพราะมีธาตุเหล็กเป็นสารประกอบฮีมที่ให้ธาตุเหล็กสูง

Advertisement

Advertisement

ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังให้ดีหากคนที่มีภาวะซีดรุนแรงควรจะเลี่ยงเนื้อหมู หันมาปรับประทานปลากับไก่ดีกว่าครับ

แคลเซียม

blood2ที่มารูปภาพ: andreas160578 จาก Pixabay

แคลเซียมเองก็มีผลกับผู้ที่เป็นธาลัสซีเมียพอสมควร โดยเฉพาะผู้ป่วยระยะขั้นรุนแรงเพราะไม่สามารถขับเหล็กมากพอ เหล็กจะไปอุดตันบริเวณต่อมใต้สมอง คอยกดดับไม่ให้ปล่อยฮอร์โมนเพศออกมาเพียงพอ จะทำให้การสะสมของแคลเซียมลดลงไปด้วย หรือถ้าหากเกิดกับเด็กอายุประมาณ 10 ปี จะยิ่งส่งผลมากเนื่องจากเด็กยังต้องรับแคลเซียมเพื่อเสริมสร้างกระดูก

การได้รับอาหารที่มีแคลเซียมสูงจึงเป็นสิ่งจำเป็นเช่น ผลิตภัณฑ์จากนมพร่องมันเนยหรือชีส จะช่วยได้มากเพราะให้แคลเซียมสูงและยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี การที่นมพร่องมันเนยหรือไขมันต่ำมีประโยชน์อีกก็ตรงที่ มันสามารถควบคุมน้ำหนักไม่ให้ผู้ดื่มมีน้ำหนักตัวมากเกินไป อาหารอื่น ๆ ที่มีแคลเซียมอีกก็จะมีผักใบเขียวต่าง ๆ หรือปลาขนาดเล็กที่กินได้ทั้งตัวก็มีเช่นเดียวกันครับ

Advertisement

Advertisement

วิตามินดี / ซี / อี

blood3ที่มารูปภาพ: silviarita จาก Pixabay

สำหรับวิตามินดี อย่างที่กล่าวไปว่ามันสามารถป้องกันโรคกระดูกอ่อนได้ มันก็ยังช่วยให้แคลเซียมกับฟอสฟอรัสดูดซึมได้ดีอีกด้วย ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงขึ้น ส่วนวิตามินซีกับอีจะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งตัวอนุมูลอิสระนี้จะเกิดกับธาตุเหล็กสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ ส่วนอาหารที่ควรรับประทานก็จะมีเนื้อปลา, ผักผลไม้ทุกชนิด, น้ำมันปาล์ม, น้ำมันถั่วเหลือง หรือผลิตภัณฑ์จากนมก็ได้เหมือนกัน

โฟเลต

blood4ที่มารูปภาพ: marijana1 จาก Pixabay

โฟเลตจะช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงไม่ให้แตกสลายก่อนกำหนด จะช่วยทดแทนเม็ดเลือดแดงที่เสียไปเนื่องจากภาวะธาลัสซีเมีย อาหารจำพวกผักใบเขียวและผลไม้จะมีโฟเลตมาก ดังนั้นในหนึ่งวันควรรับประทานผักทุกมื้อเพื่อเสริมสร้างเม็ดเลือดแดงที่เสียไป นอกจากนี้โฟเลตสามารถรับประทานได้ในรูปแบบยาเม็ด แต่ถ้าหากเป็นธาลัสซีเมียภาวะไม่รุนแรงมาก ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานก็ได้ครับ

สังกะสี

blood5ที่มารูปภาพ: Ulrike Leone จาก Pixabay 

เป็นธาตุที่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียมีในร่างกายน้อยกว่าปกติ ดังนั้นเราจึงต้องรับประทานอาหารที่มีสังกะสีเพิ่มเติมเข้าไป เพราะประโยชน์ของมันคือการเพิ่มภูมิต้านทานในร่างกาย ไม่ให้เจ็บป่วยง่ายยิ่งในเฉพาะตอนนี้ที่ไวรัส COVID-19 ระบาด มันมีความเสี่ยงที่ผู้ป่วยธาลัสซีเมียติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นแแล้วการเริมภูมิต้านทานจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ดังนั้นอาหารจำพวกถั่ว งา เมล็ดแตงโม เนื้อไก่ จึงจำเป็นมาก ๆ ควรรับประทานบ่อยครั้ง หากเป็นเครื่องดื่มก็จะมีโกโก้ เป็นเครื่องดื่มหลักที่มีธาตุสังกะสีมากที่สุดครับ

มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่ากลุ่มผู้ป่วยธาลัสซีเมียจำเป็นจะต้องรับประทานเนื้อปลาหรือเนื้อไก่มากกว่า เพราะจะช่วยจำกัดไม่ให้ธาตุเหล็กสูงเกินไป รวมถึงการรับประทานผลไม้และผักใบเขียว ควรจะรับประทานทุกวันหรือทุกมื้อเลยยิ่งดี แต่ก็อย่าลืมออกกำลังกายและนอนหลับให้เพียงพอด้วย ยิ่งในตอนนี้ไวรัส COVID-19 ที่แพร่ระบาดอย่างหนัก ยิ่งต้องดูแลตัวเองให้ดีกว่าคนปกติทั่วไปครับ

สุดท้ายนี้ก็ต้องย้ำเตือนว่าผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ควรจะจำกัดธาตุเหล็กมากเป็นพิเศษ ถ้าใครที่มีอาการไม่รุนแรงมาก สามารถรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กได้ แต่ต้องอยู่ปริมาณที่พอดีไม่มากเกินไปครับ

 

ที่มารูปภาพปก: allinonemovie จาก Pixabay

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด