ความรู้

แม่น้ำโวลก้า (Volga River) แหล่งข้าวสาลีและแร่ธาตุอันอุดม

423
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
แม่น้ำโวลก้า (Volga River) แหล่งข้าวสาลีและแร่ธาตุอันอุดม

แม่น้ำโวลก้า (Volga River) แหล่งข้าวสาลีและแร่ธาตุอันอุดม

แม่น้ำโวลก้า (Volga River) เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปยุโรป และพื้นที่รับน้ำเกือบทั้งหมดนั้นอยู่ในประเทศรัสเซีย แม้ว่าแม่น้ำที่ยาวที่สุดในรัสเซียคือระบบแม่น้ำ Ob – Irtysh ซึ่งเป็นแหล่งน้ำปิดในทะเลแคสเปียนก็ตาม

https://cdn.pixabay.com/photo/2020/05/28/17/20/russia-5231938_1280.jpg ต้นน้ำของแม่น้ำโวลก้า (Volga River) อยู่ที่เทือกเขาวัลได (Valdai Hills) สูง 225 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงมอสโก และทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประมาณ 320 กิโลเมตร ทำให้แม่น้ำโวลก้า (Volga River) ไหลไปทางตะวันออกผ่านทะเลสาบ Sterzh, เมืองตเวียร์, เมืองดุบนา, เมืองรึย์บินสค์, เมืองยาโรสลัฟล์, เมืองนิจนีโนฟโกรอด และเมืองคาซาน

จากตำแหน่งนั้นแม่น้ำโวลก้า (Volga River) ก็จะไหลต่อไปทางทิศใต้ โดยไหลผ่านเมืองอูลยานอฟสค์, เมือง Tolyatti, เมืองซามารา, เมืองซาราตอฟ และเมืองวอลโกกราด แล้วจึงไหลลงสู่ทะเลแคสเปียน ที่อยู่ด้านล่างเมืองแอสตราแคน (Astrakhan) ที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 28 เมตร และ ณ จุดยุทธศาสตร์ที่สุดนั้น แม่น้ำโวลก้าไหลโค้งไปทางคลองดอน (หรือ “The Big Bend”) โดยมีเมือง Volgograd (เดิมชื่อเมือง Stalingrad) ตั้งอยู่ที่นั่น

Advertisement

Advertisement

https://cdn.pixabay.com/photo/2020/05/28/17/20/russia-5231942_1280.jpg แม่น้ำโวลก้ามีคลองมากมาย ซึ่งคลองที่สำคัญๆ คือ Kama, Oka, Vetluga และ Sura โดยที่แม่น้ำโวลก้าและคลองรวมกันเป็นระบบแม่น้ำโวลก้า ซึ่งไหลผ่านพื้นที่ประมาณ 1,350,000 ตารางกิโลเมตร ในส่วนที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศรัสเซีย สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโวลก้า (Volga Delta) มีความยาวประมาณ 160 กิโลเมตร และมีร่องน้ำและคลองสายเล็กๆ มากถึง 500 สาย

ปากแม่น้ำแห่งนี้ใหญ่ที่สุดในยุโรป และเป็นสถานที่แห่งเดียวในประเทศรัสเซียที่พบนกกระทุง, นกฟลามิงโก และดอกบัว โดยในแต่ละปีน้ำในแม่น้ำโวลก้าจะกลายเป็นน้ำแข็งนานเกือบสามเดือน

https://cdn.pixabay.com/photo/2019/10/22/07/18/volga-4567833_1280.jpg แม่น้ำโวลก้า (Volga Delta) ระบายน้ำลงประเทศรัสเซียฝั่งตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ แอ่งขนาดใหญ่หลายแห่งมีการทำชลประทานและโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และคลองมอสโก, คลองโวลก้า - ดอน, และคลองโวลก้า - บอลติก ก่อให้เกิดทางน้ำนำร่องเชื่อมต่อกรุงมอสโกกับทะเลขาว, ทะเลบอลติก, ทะเลแคสเปียน, ทะเลอะซอฟ (Sea of Azov) และทะเลดำ

Advertisement

Advertisement

ระดับมลพิษสารเคมีที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลเสียต่อแม่น้ำโวลก้า (Volga Delta) และแหล่งที่อยู่อาศัยโดยมีสาเหตุมาจากการที่ผืนดินตามแนวชายฝั่งแม่น้ำโวลก้า (Volga Delta) มีความอุดมสมบูรณ์ ทำให้มีการปลูกข้าวสาลีกันมาก และมีการทำอุตสาหกรรมเกี่ยวกับทรัพยากรแร่ธาตุมากมาย อาทิ ก๊าซธรรมชาติ, เกลือ, แร่โพแตช และปิโตรเลียม

https://cdn.pixabay.com/photo/2020/06/04/12/46/nizhniy-novgorod-5258554_1280.jpg สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโวลก้า (Volga Delta) และทะเลแคสเปียนเป็นแหล่งตกปลา ซึ่งเมืองแอสตราแคน (Astrakhan) ที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำดังกล่าวเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมคาเวียร์


รูปภาพที่ 1/ รูปภาพที่ 2/ รูปภาพที่ 3/ รูปภาพที่ 4

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์