คัดลอกลิงค์

สุขภาพ

โรคอัลไซเมอร์ เสี่ยงนักของคนทำงาน

 Sangrawee C. Na
Sangrawee C. Na
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก Sangrawee C. Na
แจ้งตรวจสอบ
 โรคอัลไซเมอร์ เสี่ยงนักของคนทำงาน

ชาว True ID คุณไม่จำเป็นต้องรอให้แก่ก่อนแล้วค่อยเป็น เราจะบอกเอาไว้ว่ากลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ก็คือกลุ่มคนวัยทำงาน ซึ่งต้องทำงานในสภาวะที่กดดันอยู่ตลอดเวลา ทำให้มีโอกาส เป็นโรคนี้ได้มากกว่าคนที่อยู่ในช่วงวัย ซึ่งเป็นสถิติที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ แต่ว่าโรคนี้จะมีการรับมือยังไง ทางเราก็จะขอนำทางพาทุกคนไปรู้จักกับเขากันถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลยความจำ

https://bit.ly/31IgVN3

รู้จักกับโรคอัลไซเมอร์

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะสมองเสื่อม ซึ่งก็ถูกพบในปี พ.ศ. 2449 โดยจิตแพทย์ชาวเยอรมันชื่อว่า ...

โรกนี้เลยถูกตั้งชื่อตามผู้ที่คิดค้นและที่สำคัญโรคอัลไซเมอร์นี้ ถ้าใครเป็นแล้วขอบอกว่ายากที่จะรักษาให้หาย พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่มีทางรักษาให้หายกลับมาเป็นปกติได้เลยซึ่งดู ๆ ไปแล้วเป็นโรคที่น่ากลัวมากอีกโรคสำหรับคนทำงาน

Advertisement

Advertisement

ปกติแล้วโรคอัลไซเมอร์นี่จะเจอในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป แต่ในคนที่มีอายุน้อยก็สามารถที่จะเกิดขึ้นได้แต่อาจมีโอกาสเสี่ยง ที่จะเกิดโรคนี้น้อยกว่าผู้สูงอายุ และมีการประมาณคร่าว ๆ ว่าในปี พ.ศ. 2593 คนทั่วโลกจะมีโอกาสเป็นโรคอัลไซเมอร์เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าถ้าเปรียบกับปี พ.ศ.2549 ที่คนทั่วโลกเป็นโรคนี้ถึง 26.6 ล้านคน การวินิจฉัยการเกิดโรคอัลไซเมอร์นั้นเป็นเรื่องยากเพราะว่าระยะเวลาของการเกิดโรคนั้น มีความหลากหลายและมีช่วงเวลาที่ไม่แสดงอาการอย่างชัดเจนเมื่อตรวจพบภายหลังว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์แล้วโดยเฉลี่ยผู้ป่วยโรคนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ประมาณ 7 ปีและผู้ป่วยน้อยรายคิดเป็นร้อยละ 3 ที่จะมีชีวิตอยู่ได้เกิน 14 ปีแฟ้ม

 

https://bit.ly/37jIpd0

ถ้าคุณเป็นคนที่

มีความเครียดสะสม, พักผ่อนไม่เพียงพอ, รับประทานอาหารไม่ถูกหลัก, ขาดการฝึกฝนสมองในการคิดทางสร้างสรรค์, มีประวัติเป็นโรคสมองเสื่อม และ พันธุกรรมของครอบครัวมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้สมอง

Advertisement

Advertisement

https://bit.ly/2UFsJ0X

ระยะของอาการโรคอัลไซเมอร์

ระยะก่อนสมองเสื่อม

เกิดความเครียดหลงลืมเกี่ยวกับความจำเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่

สมองเสื่อมระยะที่ 1

ภาษาที่ใช้พูดเปลี่ยนไป, เริ่มหลงลืมกิจวัตรประจำวันของตัวเอง, การเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป

สมองเสื่อมระยะที่ 2

ไม่สามารถที่จะทำกิจกรรม ตามปกติเหมือนที่เคย

นึกคำเพื่อใช้พูดและสื่อสารไม่ได้, ใช้กับในการพูดผิดไป, การจดจำเริ่มหายไป, พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไปและ ไม่อยากเจอใคร

สมองเสื่อมระยะสุดท้าย

ระยะสุดท้ายนี้ผู้ที่เป็นโรคอัลไซเมอร์จะดูแลตัวเองไม่ได้ต้องมีคนคอยดูแลช่วยเหลือในทุกเรื่อง, เหมือนกับเด็กทารก, พูดไม่ได้, เขียนไม่ได้, อ่านไม่ได้, มีอารมณ์ที่รุนแรง, มีอาการอ่อนเพลีย, เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้, ต้องนอนนิ่งอยู่กับที่, รับประทานอาหารเองไม่ได้, และเสียชีวิตในที่สุดด้วยโรคแทรกซ้อน เป็นเพราะอาการของแผลกดทับและโรคปอดบวม

Advertisement

Advertisement

เป็นโรคอัลไซเมอร์แล้วทำไงดี

จนถึงปัจจุบันนี้โรคอัลไซเมอร์ก็ยังคงไม่มีอะไรรักษาให้หายขาดได้ จะมีก็เพียงการให้ยาเพื่อชะลอหรือบรรเทาอาการของโลกไม่ให้รุนแรง 3 วิธีหลักของการ รักษา

1. การรักษาด้วยยา

2. การรักษาทางจิตสังคม

3. การดูแลอย่างใกล้ชิดยา

https://bit.ly/2tL1kj9

ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิต

ถ้าคุณเองไม่อยากเป็นโรค สมองเสื่อมหรือโรคอัลไซเมอร์

ลดความเครียดให้น้อยลง, พักผ่อนร่างกาย ให้เพียงพอ, รับประทานอาหารที่ดี, ไม่รับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัด, ไม่รับประทานอาหารที่มีไขมันสูง, ลดการดื่มกาแฟ, ควบคุมน้ำหนักของตัวเอง, เลิกสูบบุหรี่, เลิกดื่มสุรา, นั่งสมาธิ และ หมั่นใช้สมองในการคิดเกี่ยวกับตัวเลขสมาธิ

https://bit.ly/2tMG0tL

สารอาหารบรรเทาป้องกันโรคอัลไซเมอร์

สารอาหารที่จะช่วยบรรเทาอาการโรคอัลไซเมอร์สำหรับคนทำงานที่ต้องเจอกับอาการนี้

อาหารที่มีวิตามินบี 1

ส้ม มันฝรั่งต้ม ไข่แดง conflexส้ม

https://bit.ly/37dExdp

อาหารที่มีวิตามินบี 12

เป็ด เนื้อหมู ไข่ไข่

https://bit.ly/39pNthm

อาหารที่มีวิตามินซี

มะละกอ ฝรั่ง พริกหวานเขียว ส้ม คะน้า กะหล่ำดอก มะนาว

อาหารที่มี วิตามินอี

เมล็ดทานตะวัน ถั่วอัลมอนด์ มันเทศ  น้ำมันเมล็ดทานตะวัน

อาหารที่มีโคลีน

ไข่แดง เครื่องในสัตว์ จมูกข้าว ถั่วแห้ง

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมอง และช่วยเพิ่มความจำให้ดีขึ้น แถมช่วยในการบำรุงและปกป้องสมอง

ใบแป๊ะก๊วยhttps://bit.ly/2UHmfyT

 ทางเราก็เชื่อนะคะว่าคุณเองก็คงไม่อยากที่จะมีความจำหรือสมองที่ถดถอยหรือเสื่อมสภาพไป แน่นอนว่ามันคงเป็นเรื่องที่เศร้ามาก ๆ ถ้าเกิดวันหนึ่งจำอะไรไม่ได้เหมือนที่เคย อารมณ์ที่เปลี่ยนไปหรือไม่ต้องการใคร สิ่งที่แย่ที่สุดคงไม่ใช่ตัวเรา อาจเป็นคนรอบข้าง เพื่อนวัยเด็ก พี่น้อง พ่อแม่ กับภาพความทรงจำที่ยังไงติดตาว่าคุณเคยทำให้พวกเขามีความสุข จู่ ๆ กลับเป็นสิ่งที่ย้อนกลับมาใหม่ไม่ได้ ทางที่ดีเราว่าคุณหมั่นดูแลสุขภาพของตัวเอง เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ฝึกให้ร่างกายได้ทำกิจกรรม หรือพบปะเพื่อน ๆ วิธีนี้ก็ช่วยให้คุณมีความสุขและสุขใจ สุขภาพจิตที่ดีขึ้นด้วย ชื่นชอบบทความนี้อย่าลืมกดLike เป็นกำลังใจให้กันเพื่อนำเสนอบทความต่อ ๆ ไปด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด