คัดลอกลิงค์

สุขภาพ

4 เรื่องง่าย ๆ ห่างไกล “เบาหวาน”

เทพ สุวรรณ
เทพ สุวรรณ
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก เทพ สุวรรณ
แจ้งตรวจสอบ
4 เรื่องง่าย ๆ ห่างไกล “เบาหวาน”

                เมื่อชีวิตที่เร่งรีบของมนุษย์อย่างเรา ๆ จนบางครั้งลืมที่จะรักษาดูแลสุขภาพตัวเอง ซึ่งจะนำมาซึ่งโรคภัยหลายอย่างที่จะประดังเข้ามา หรือแม้แต่บางคนนั้นด้วยกิจวัตรที่ทำอยู่อาจจะส่งผลให้เกิดโรคขึ้นได้แบบไม่รู้ตัว ประเทศไทยโรคที่หลายคนนั้นมักจะเป็นลำดับต้น ๆ ที่เกิดจากพฤติกรรมของเราเองก็คือ โรคเบาหวาน ซึ่งล้วนแล้วมาจากพฤติกรรมของเราเองที่นำมาซึ่งโรคนี้ วันนี้มีเรื่องราว ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแบบง่าย ๆ ในยุคที่ชีวิตต้องเร่งรีบแบบนี้ ลองมาเปลี่ยนพฤติกรรมไปพร้อม ๆ กันกับ 4 เรื่องง่าย ๆ ห่างไกล “เบาหวาน” 

เดินออกกำลังกายเครดิตภาพโดย Free-Photos จาก Pixabay

         1. เดินออกกำลังหลังมื้ออาหาร เชื่อว่าหลายคนนั้นพอกินอิ่มสิ่งที่จะมองหาคือโซฟาหรือไม่ก็ที่นอนหน้าทีวี ไม่ก็นอนเล่นมือถือไปแบบเพลิน ๆ ให้อาหารนั้นได้ย่อยจริงไหม นั่นเป็นพฤติกรรมที่ผิดอย่างมหันต์เลยทีเดียว เพราะว่าการที่นอนหรือนั่งหลังจากที่รับประทานอาหารนั้นจะทำให้ระบบย่อยอาหารนั้นทำงานไม่เต็มที่ ลองเปลี่ยนพฤติกรรมตามวิธีต่อไปนี้หลังมื้ออาหารทุกมื้อ เน้นว่าทุกมื้อ ลุกเดินเป็นเวลา 10 นาที จะช่วยทำให้ระบบย่อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแถมยังเป็นวิธีที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยโอทาโกในนิวซีแลนด์ เมื่อปี 2559 ซึ่งได้ทำการทดลองเรื่องนี้ โดยใช้คน 41 คน ให้เดินหลังมื้ออาหาร เป็นเวลา 10 นาที ทำให้ระดับน้ำตาลใมนเลือดลดลง 12 % แต่ก็อย่าเดินเยอะเกินไปนะเพราะว่าผลการวิจัยพบว่าการเดินมากเกินไปก็ไม่ได้ช่วยทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงไปมากกว่านี้ ควรเดินเพียง 10 – 15 นาที ก็พอแล้ว

Advertisement

Advertisement

แอปเปิ้ลเครดิตภาพโดย S. Hermann & F. Richter จาก Pixabay 

         2. แอปเปิ้ลผลไม้ห่างไกลเบาหวาน มีผลการวิจัยหนึ่งของสาธารณสุขฮาร์วาร์ดสหรัฐอเมริกา ได้วิจัยเกี่ยวกับการทานแอปเปิ้ล วันละ 1 – 2 ลูกช่วยทำให้ห่างไกลโรคเบาหวานได้ โดยการวิจัยนี้นักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองกับผู้คนสองกลุ่ม โดยให้กลุ่มหนึ่งทานแอปเปิ้ลวันละ 1 – 2 ลูก อีกกลุ่มหนึ่งทานเพียงน้ำแอปเปิ้ล ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ทานเพียงผลแอปเปิ้ลอย่างเดียวมีโอกาสที่จะเกิดโรคเบาหวานน้อยกว่ากลุ่มที่ทานเพียงน้ำแอปเปิ้ลอย่างเดียว นอกจากนี้ได้ทำการทดลองกับผลไม้ชนิดอื่นอย่าง องุ่นและบลูเบอร์รี่ ก็ปรากฏว่าผลไม้ทั้งสองชนิดทำให้ลดการเกิดโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี แต่ก็ขอเตือนอย่างหนึ่งสำหรับคนที่กำลังคิดจะทานแอปเปิ้ลเพื่อที่จะหนีห่างจากเบาหวาน ควรทานเพียงแต่พอดีเพราะหากทานมากเกินไปน้ำตาลที่อยู่ในน้ำของผลไม้จะส่งผลเสียมากกว่าผลดีนะทานแต่พอดีแล้วสุขภาพจะดีตาม

Advertisement

Advertisement

ดูทีวีเครดิตภาพโดย Vidmir Raic จาก Pixabay

        3. ปิดทีวีเร็วขึ้นก็ช่วยได้ ในยุคที่หลาย ๆ คนที่ชอบเสพความบันเทิงไม่ว่าจากทีวีในที่นี้ขอรวมถึง มือถือ และคอมพิวเตอร์ไปด้วยเลย เพราะสิ่งที่ว่ามานั้นก็ส่งผลให้เรานอนหลับช้ากว่าปรกติอย่างแน่นอน ผลการวิจัยของสาธารณสุขฮาร์วาร์ดสหรัฐอเมริกา พบว่าการปิดทีวี คอมพิวเตอร์ หรือเลิกเล่นมือถือเร็วขึ้น สองชั่วโมงต่อวันจะทำให้โอกาสเกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจลดลงถึง 20 % เพราะโดยเฉลี่ยแล้วคนเราจะจดจ่อกับหน้าจอทั้งหลายที่ว่ามาวันละ 4 – 6 ชั่วโมงต่อวันและเชื่อว่าอาจจะมากว่านั้นก็ได้ นั่นคือสาเหตุที่จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจ รู้แบบนี้แล้วปิดทีวี ปิดคอมพิวเตอร์ เลิกเล่นมือถือกันได้แล้วละเพื่อสุขภาพที่ดี

นอนหลับเครดิตภาพโดย 溢 徐 จาก Pixabay 

       4. นอนให้พอและสุขภาพจะดี มีการวิจัยหนึ่งบอกว่าคนเราหากนอนเพียงวันละ 4 - 6 ชั่วโมงต่อวันนั้นมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคเบาหวานได้ สาเหตุเพราะว่าการที่เราพักผ่อนไม่เพียงพอจะไปรบกวนการหลังสาร อินซูลิน – ฮอร์โมน ซึ่งเป็นตัวช่วยในรักษาโรคเบาหวานนั่นเอง นอกจากนั้นการที่นอนน้อยจะทำให้เกิดการอยากอาหารทำให้ร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรต รวมถึงอาหารที่มีรสชาติหวานเพื่อทดแทนพลังงานที่ใช้ไปซึ่งนั่นก็คือสาเหตุของโรคอ้วนและโรคเบาหวานนั่นเอง เป็นไงละทีนี้รู้ถึงผลเสียของการนอนน้อยหรือยัง

       เรื่องบางเรื่องถึงจะเป็นเรื่องที่เล็กน้อย แต่อาจจะนำมาซึ่งสุขภาพที่ดีของเราได้ แต่ในทางกลับกันเรื่องเล็กน้อยบางเรื่องอาจจะมาซึ่งโรคร้ายด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นในเมื่อเรามีโอกาสที่จะรักษาสุขภาพของเราให้แข็งแรวก็ควรที่จะเริ่มทำตั้งแต่วันนี้ การรักษาที่ต้นเหตุจะช่วยได้ดีกว่าการรักษาที่ปลายเหตุเคยได้ยินคำสุภาษิตโบราณคำนี้กันไหม “อโรคยา ปรมาลาภา ...ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ดูแลร่างกายให้ดีในวันนี้ ก่อนที่จะไม่มีร่างกายให้ดูแลกันนะ

เครดิตภาพปกโดย Angelo Esslinger จาก Pixabay 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด