คัดลอกลิงค์

ไลฟ์แฮ็ก

4 เรื่อง ที่ต้องทำก่อนบริจาคโลหิต

อาจารย์เปี๊ยก
อาจารย์เปี๊ยก
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก อาจารย์เปี๊ยก
แจ้งตรวจสอบ
4 เรื่อง ที่ต้องทำก่อนบริจาคโลหิต

การบริจาคโลหิต เป็นกิจกรรมความดีที่สุดอย่างหนึ่ง ในการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะการให้โลหิต ถือเป็นการให้ชีวิต อีกอย่างหนึ่งถือว่าเป็นการตรวจสุขภาพไปในตัวด้วย เนื่องจากในร่างกายของเรามีเลือดไหลเวียนอยู่ในระบบสุขภาพ ไม่ต่ำกว่า 4,000 ซีซี ซึ่งมีความจำเป็น       ในการนำไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย แต่การบริจาคเลือดในแต่ละครั้ง สามารถบริจาคได้ 450 มิลลิกรัม เพื่อสละเลือดให้กับผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา ดังนั้นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อายุ 17 ปีขึ้นไป มีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 45 กิโลกรัม สามารถบริจาคโลหิตได้สม่ำเสมอ ควรดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง

ถ่ายภาพโดยผู้เขียนของที่ระลึกจากการบริจาคโลหิต ถ่ายภาพโดยผู้เขียน

ผู้เขียนแนะนำ 4 เรื่อง ที่ต้องทำก่อนบริจาคโลหิต 

เรื่องที่ 1 พักผ่อนให้เพียงพอ

การพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด ก่อนไปบริจาคเลือด เพราะระดับความเข้มข้นของเลือด ที่สามารถใช้บริจาคให้กับผู้ป่วยได้ จะต้องไม่อยู่ในภาวะเลือดลอยตัว ซึ่งสาเหตุหลักที่อาจขึ้นได้ คือ   การพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยการพักผ่อนให้เพียงพอนั้น ให้มีระยะเวลาการพักผ่อนไม่น้อยกว่า 6-8 ชั่วโมง ก่อนวันที่จะบริจาคโลหิต จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของ    ผู้บริจาค 

Advertisement

Advertisement

เรื่องที่ 2 ไม่ดื่มและทานยาที่ส่งผลกระทบ 

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือกินยารักษาอาการป่วยแก้อักเสบ หรือแก้ปวดต่าง ๆ ควรเว้นระยะเวลาของการดื่มอย่างน้อย 24 ชั่วโมง และ  การทานยาเหล่านั้นให้แล้วอย่างน้อย 3 วันก่อนจะบริจาคโลหิต เพราะแอลกอฮอล์ กับฤทธิ์ยาเหล่านั้ส่งผลกระทบต่อโลหิต ซึ่งจะทำให้เลือดไม่เข้มข้นจึงไม่สามารถบริจาค

ถ่ายภาพโดยเพื่อนของผู้เขียนถ่ายภาพโดยเพื่อนของผู้เขียน

เรื่องที่ 3 ดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร 

Advertisement

Advertisement

ก่อนบริจาคโลหิต ไม่ควรทานอาหารที่มีไขมันสูง เนื่องจากไขมันจะมีผลต่อการบริจาคเลือด ควรเลือกทานอาหารธรรมดา ย่อยง่าย และควรดื่มน้ำเปล่าให้มากกว่าปกติ เพื่อทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก 

เรื่องที่ 4 ลดความกังวลหรือตื่นเต้น

ความกังวล หรือความตื่นเต้นก่อนการบริจาคโลหิต มีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจและความดันของชีพจร เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสุขภาพก่อนบริจาคเลือด ก็มีการตรวจวัดความดันของชีพจร ว่าอยู่ในอัตราปกติ ที่สามารถบริจาคเลือดได้หรือไม่ ผู้ประสงค์จะบริจาคเลือด ก็ควบคุมความกังวลหรือความตื่นเต้นไว้ 

ถ่ายภาพโดยเพื่อนของผู้เขียนถ่ายภาพโดยเพื่อนของผู้เขียน

ถ่ายภาพโดยเพื่อนของผู้เขียนถ่ายภาพโดยเพื่อนของผู้เขียน

ประสบการณ์โดยตรงของผู้เขียน ที่บริจาคเลือดมาหลายสิบครั้ง และได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับพระราชทานเกียรติบัตรและเข็มที่ระลึกแล้ว มีประเด็น  ส่วนหนึ่งที่จะเป็นปัญหาเล็ก ๆ น้อย คือ การเดินเร่งรีบ เพื่อไปบริจาคเลือด จะทำให้ความดันชีพจรสูง อัตราการเต้นหัวใจผิดปกติ จะต้องนั่งพักครู่หนึ่ง ก่อนตรวจวัดความดันและตรวจเจาะเลือดว่า อยู่ในสภาพพร้อมบริจาคแล้ว สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิต ควรเตรียมตัวให้พร้อม และทำตาม 4 เรื่องที่แนะนำ เพื่อให้สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างต่อเนื่องเมื่อครบ 3 เดือนแล้ว 

Advertisement

Advertisement

ถ่ายภาพโดยเพื่อนของผู้เขียนถ่ายภาพโดยผู้เขียน

 

  

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด