ความรู้

5 ข้อคิดจากหนังสือ ชีวิตติดปีกด้วยศิลปะแห่งการช่างแม่ง

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
5 ข้อคิดจากหนังสือ ชีวิตติดปีกด้วยศิลปะแห่งการช่างแม่ง

     


             มองโลกในมุมกลับ เพื่อให้ชีวิตของคุณดีขึ้น


     The subtle art of not giving a f*ck หรือในชื่อภาษาไทยก็คือ ชีวิตติดปีกด้วยศิลปะแห่งการช่างแ*ง  ที่เขียนขึ้นโดย Mark Manson โอ้โหแค่เห็นชื่อก็ดูน่าสนใจแล้ว นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราได้เลือกหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาโดยไม่คิดอะไรทั้งนั้น เพราะนอกจากชื่อที่ดูน่าสนใจแล้วสีของหนังสือเล่มนี้เรียกได้ว่าเป็นสีส้มเด่นมาแต่ไกลเลยจ้า เรียกได้ว่าจี๊ดทั้งชื่อ จี๊ดทั้งสี และจี๊ดไปถึงเนื้อหาเลยค่ะ วันนี้เราจึงได้รวบรวมห้าข้อคิดที่ได้จากการอ่านชีวิตติดปีกด้วยศิลปะแห่งการช่างแ*ง มาฝากเพื่อๆกันจ้า


ภาพหนังสือ


1.อย่าพยายาม

     ตอนอ่านครั้งแรกก็ร้องห๊ะ!ออกมาดังๆ ทำไมถึงอย่าพยายาม ฟังแล้วในตอนแรกมันก็ดูจะขัดแย้งกันนิดหน่อยกับสังคมในปัจจุบันของเรา ซึ่งผู้เขียนได้เล่าเรื่องราวของชายที่มีชื่อว่า ชาลส์ บูเคาว์สกี ชายผู้ติดเหล้า เจ้าชู้ ผีพนัน หยาบคาย งก และไร้อนาคต ชาลส์ใฝ่ฝันอยากเป็นกวีแต่ผลงานของเขาถูกปฏิเสธมาตลอดหลายสิบปีเพราะงานของเขานั้นไร้ศีลธรรมเกินไป แต่แล้วเขาก็ประสบความสำเร็จกับการนักเขียนนิยายและกวีในที่สุด และสิ่งที่เราจะพูดกันก็คือ"เห็นมั้ย เพราะเขาไม่เคยยอมแพ้ ไม่เคยหยุดพยายาม" แต่คำจารึกหน้าหลุมศพของชาลส์กลับเป็นคำว่า"อย่าพยายาม" นั้นก็เพราะไม่ว่าจะขายหนังสือได้มากมายขนาดไหนชาลส์ก็เป็นแค่ไอขี้เเพ้คนหนึ่ง ความสำเร็จที่แท้จริงของชาลส์ก็คือ เขาไม่เคยพยายามจะเป็นมากกว่าสิ่งที่เขาเป็น ชาลส์ซื่อสัตย์ต่อส่วยที่แย่ที่สุดและเขายังสามารถแบ่งปันเรื่องราวล้มเหลวของเขาให้คนอื่นๆรับรู้อย่างไม่ลังเล

Advertisement

Advertisement

     สรุปคือ เหมือนกับว่าเราควรที่จะยอมรับความเป็นจริงของตัวเราเองให้ได้ ไม่ต้องพยายามปรุงเเต่งให้เหนื่อยเปล่าๆ 

Advertisement

Advertisement

2.ช่างแ*งไม่ได้แปลว่าต้องเมินเฉย

     แต่เป็นการที่เรารู้สึกเฉพาะสิ่งที่สำคัญกับตัวเรา เราต้องแคร์แต่ควรแคร์ในสิ่งที่สำคัญกับเรา เเละเมื่อเราจะก้าวข้ามอุปสรรคเราก็ต้องแคร์อะไรก็ตามที่ยิ่งใหญ่กว่าอุปสรรคก่อน เพราะตลอดเวลาเรากำลังเลือกว่าเราควรจะเเคร์อะไรอยู่ ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้ตัวก็ตาม และเมื่อเราเลือกที่จะไม่แคร์หรือช่างแ*ง ก็จะนำไปสู่ความเรียบง่ายในชีวิต

     สรุป ช่างแ*งไม่ใช่การเมินเเต่เป็นการแคร์เฉพาะกับสิ่งที่เราควรแค่ก็เเค่นั้นเพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น


ภาพหนังสือ


3.ความสุขเกิดจากการแก้ปัญหา

     จะเป็นยังไงนะถ้าชีวิตนี้ไม่มีปัญหาเลยนั้นคงเป็นชีวิตที่แสนจะดีเลิศอย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงชีวิตแบบนั้นมันจะมีที่ไหนกันหล่ะ แน่นอนว่าชีวิตทุกชีวิตล้วนมีปัญหา ถ้าอย่างนั้นแล้วความสุขเกิดจากการแก้ปัญหายังไงหล่ะ ผู้เขียนได้พูดถึงเรื่องราวของพระพุทธเจ้า ถึงเเม้พระองค์จะเป็นราชาอยู่สุขสบาย พระองค์ก็ยังทรงเป็นทุกข์จากการเห็นสิ่งต่างๆนอกวัง จนทำให้พระองค์ตัดสินใจหนีออกจากวังเพื่อค้นหาหนทางดับทุกข์ และก็ได้ค้นพบหลักธรรมมากมายที่เป็นประโยชน์แก่ผู้คนถึงปัจจุบัน

Advertisement

Advertisement

     สรุปคือ ความสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราสนุกไปกับปัญหาที่เกิดขึ้นและสนุกไปกับการหาทางแก้ปัญหานั้นๆนั้นเอง

4.การปฏิเสธทำให้ชีวิตดีขึ้น

     ยอมรับเลยว่าแต่ก่อนเราไม่กล้าที่จะปฏิเสธคนอื่นเท่าไหร่แต่พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้เราเปลี่ยนมุมมอง ว่าปฏิเสธบ้างก็ไม่ได้แย่ เพราะถ้าไม่ปฏิเสธเลยก็เท่ากับว่าเรามองทุกๆอย่างดีเท่ากันหมด ก็คือเหมือนทุกอย่างดีเท่ากันหมดก็เหมือนไม่มีอะไรดีสักอย่าง คงดูเป็นชีวิตที่หน้าเบื่อ แสดงให้เห็นถึงการที่เราไม่มีเป้าหมายอะไรสักอย่างใครว่าอะไรก็เออๆออตามเขาไปไม่ปฏิเสธอะไรเลย ผู้เขียนได้กล่าวว่าเราทุกคนต้องแคร์บางสิ่งบางอย่าง เพื่อที่จะได้รับรู้ถึงคุณค่าของสิ่งนั้น เช่นถ้าเราอยากรู้คุณค่าของก. เราต้องปฏิเสธกับสิ่งที่ไม่ใช่ก. 

     สรุปคือ การปฏิเสธไม่ใช่เรื่องแย่หรือเรื่องที่ผิดขนาดนั้น หัดปฏิเสธบ้างเพื่อที่จะได้รู้คุณค่าของสิ่งๆนั้น


ภาพหนังสือ


5.ทุกคนควรกล้าคิดเรื่องความตาย

     แล้วทำไมเราต้องคิดด้วยมันน่ากลัวเกินไป ยังไม่ได้อยากตายทำไมต้องคิดด้วย ก็นั่นหน่ะสิ แต่เมื่อลองอ่านดูดีๆ ทุกคนควรกล้าคิดถึงเรื่องความตายกันนะ เพราะมันจะช่วยให้เราทลายค่านิยมห่วยๆ ที่เปราะบางออกไป ช่วยให้เรารู้ว่าอะไรสำคัญกับชีวิตเราจริงๆ  โลกจะเป็นยังไงเมื่อเราได้จากไป เพราะผู้คนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าฉันจะได้อะไรจากโลกนี้บ้าง แล้วทำไมไม่ลองถามตัวเองดูว่าฉันคนนี้จะให้อะไรไว้กับโลกบ้าง นี้เป็นคำถามที่สำคัญเเต่ผู้คนส่วนมากมักจะเลี่ยงตอบกัน

     สรุปคือ การคิดเรื่องความตายก็เหมือนกับการที่เราคิดว่าวันนี้คือวันสุดท้ายของเรา มันไม่ได้เป็นการแช่งตัวเองแต่มันจะทำให้ชีวิตในแต่ละวันนั้นดูมีจุดมุ่งหมายมากขึ้น

     ทั้งหมดนี้ก็เป็นห้าข้อคิดที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ค่ะ เมื่อเราอ่านจบก็เปลี่ยนมุมมองจริงๆค่ะ แน่นอนว่าข้อคิดในหนังสือเล่มนี้ยังมีอีกมากมายที่มากกว่าห้าข้อนี้แน่ๆ เราเลยอยากให้เพื่อนๆได้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ ด้วยภาษาที่อ่านง่าย ดิบๆ แถมยังสนุกและได้แง่คิดอะไรมากมายอีกด้วย หนังสือชีวิตติดปีกศิลปะแห่งการช่างแ*ง สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไปเลยจ้า

     

(เครดิตรูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน)

 

 

 

 

 

 

 

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
TERMSUK
TERMSUK
อ่านบทความอื่นจาก TERMSUK

แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับเพื่อนๆทุกคน

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์