บันเทิง

5 หนังที่ดูจบแล้วหดหู่ กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน ที่คุณไม่ควรพลาด

2.7k
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
5 หนังที่ดูจบแล้วหดหู่ กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน ที่คุณไม่ควรพลาด

       

        ภาพยนตร์ถือเป็นสิ่งที่ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมหรือหลาย ๆ ภาพยนตร์นั้นอาจจะให้กำลังใจแก่ผู้คนทั้งหลายและมักจะจบบริบูรณ์แบบสวยงามเสมอ แต่ก็มีภาพยนตร์อยู่กลุ่มหนึ่งที่มีตอนจบที่เลวร้ายและเป็นที่จดจำของคนดูแบบอาจจะลืมไม่ลงเลยทีเดียว ผม มิสเตอร์  โก๋นัท ขอเสนอ 5 หนังที่ดูจบแล้วหดหู่ กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน ที่คุณไม่ควรพลาด จะมีเรื่องไหนกันบ้างไปชมกันเลยครับ

คำเตือน ผมไม่ได้มีเจตนาทำให้ผู้ใดรู้สึกจิตตกหรือหดหู่แต่อย่างใด บทความนี้ทำเพื่อความบันเทิงและมีข้อคิดและบทสรุปท้ายบทความ หากผู้ใดจิตอ่อนไม่ควรหาหนังพวกนี้มาดูนะครับ


 

 

1. The Boy in the Striped Pyjamas (2008)

The Boy in the Striped Pyjamas

  •   กำกับโดย        Mark Herman
  •   นำแสดงโดย    Asa Butterfield , David Thewlis , Rupert Friend

เรื่องย่อ

        " สงครามนั้นเป็นสิ่งที่โหดร้าย มีการสู้รบบังคับและขู่เข็ญ อาจมีสิ่งที่บริสุทธิ์อย่างมิตรภาพโดนสงครามบดบังไว้ก็ได้ " เรื่องราวของ บรูโน เด็กชายวัย 8 ขวบกับครอบครัวต้องย้ายบ้านมาอยู่นอกเมืองที่ถูกเรียกว่า เอาท์วิธ ที่มีแต่ความเงียบเหงา แม่ให้เหตุผลที่ย้ายบ้านมาว่าต้องย้ายตามงานของพ่อซึ่งเป็นนายทหารใหญ่ของกองทัพ ที่บ้านหลังใหม่นี้บรูโนไม่มีเพื่อนเลยเพราะละแวกนั้นไม่มีครอบครัวใดอาศัยอยู่ มีก็แต่ทหารที่เดินเข้าออกในบ้านบ่อย ๆ แต่เมื่อบรูโนมองออกไปนอกหน้าต่างห้องนอน ก็สังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นผู้ชายทั้งหมดตั้งแต่เด็กจนแก่อาศัยอยู่นอกรั้วบ้านไกลออกไป คนเหล่านั้นสวมชุดนอนลายทางเหมือนกันหมด และต้องอาศัยอยู่แต่ภายในรั้ว วันหนึ่งบรูโนตัดสินใจเดินไปสังเกตการณ์แถว ๆ รั้ว และพบกับ ชมูเอล ซึ่งนั่งอยู่ในรั้วอีกด้าน ทั้งคู่แตกต่างกันมาก บรูโนเป็นเด็กที่มีร่างกายสมบูรณ์ ช่างพูด ร่าเริง ขณะที่ชมูเอลเป็นเด็กเงียบขรึม หน้าตาเศร้าสร้อยและผ่ายผอม จากวันนั้นเป็นต้นมา บรูโนมักจะแอบไปพูดคุยกับชมูเอลพร้อมกับเอาอาหารและขนมไปให้ มิตรภาพริมรั้วของเด็กทั้งสองเริ่มงอกงามขึ้นเรื่อย ๆ ในสถานที่เหนือความคาดหมาย

Advertisement

Advertisement

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

        จะบอกว่าเป็นรักที่สวยงามก็ใช่เพราะในเรื่องเราจะได้เห็นความน่ารักและมิตรภาพของหนูน้อยทั้ง 2 คน ด้วยความบริสุทธิ์ของเด็ก ๆ มันช่างแตกต่างกับสถานการณ์ในหนังที่มีสงครามและความวุ่นวายเต็มไปหมด เนื้อเรื่องถือว่าดำเนินเรื่องไปเรื่อยไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากแต่มันมาพีคตอนท้ายของเรื่อง บทสรุปที่มันช่วยตอกย้ำว่าสงครามมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมาเลย ส่วนนักแสดงถือว่าทำได้ดีโดยเฉพาะหนูน้อยทั้ง 2 ที่เล่นได้อย่างธรรมชาติแทบไม่มีที่ติ      

Advertisement

Advertisement

 

คะแนน  The Boy in the Striped Pyjamas (2008)

บทภาพยนตร์                                   8.5/10  คะแนน

ระดับความหดหู่ในหนัง                    9.5/10  คะแนน

นักแสดง                                           9/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                9/10   คะแนน

 


 

 

2. Million Dollar Baby (2004)

Million Dollar Baby

 

  •   กำกับโดย        Clint Eastwood
  •   นำแสดงโดย   Hilary Swank , Clint Eastwood , Morgan Freeman

เรื่องย่อ

        " บางคนอาจจะพยายามจนประสบความสำเร็จ แต่บางครั้งความสำเร็จนั้นก็อาจจะอยู่ไม่ได้นานเหมือนฟ้าดินนั้นเล่นตลก " เรื่องราวของ แฟรงกี้ ชายวัยชราผู้ฝึกสอนที่สร้างยอดนักนักมวยมานักต่อนัก เพื่อนคนเดียวของเขาคือ สแครป  อดีตนักมวยผู้ดูแลโรงยิม จนชีวิตการฝึกนักมวยของเขาอาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อเขาได้พบ แมกกี้ หญิงสาวที่มาฝึกมวยที่ยิมของเขา แมกกี้ไม่ใช่คนที่มีอะไรมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เธอมี ซึ่งมีน้อยคนนักในโลกใบนี้ที่จะมีอย่างที่เธอมี นั่นคือเธอรู้ว่าเธอต้องการอะไร และเธอก็พร้อมจะที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา ในชีวิตที่ต้องต่อสู้มาตลอด แมกกี้พาตัวเองมาถึงขนาดนี้ได้ ก็ด้วยความสามารถล้วน ๆ พร้อมด้วยการมีสมาธิแน่วแน่ และความปรารถนาอันแรงกล้า แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่เธอต้องการก็คือ ใครสักคนที่พร้อมจะเชื่อมันและศรัทธาในตัวของเธอ ด้วยความที่ทั้งสองเคมีเข้ากันมาก ๆ ทำให้เหมือนทั้งสองคนได้เติมเต็มบางอย่าง แต่หารู้ไม่ว่าเส้นทางของพวกเขาอาจไม่จบแบบแฮปปี้เสมอไป ถ้าอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรและจะจบอย่างไร ก็สามารถไปหารับชมกันได้นะครับ

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

       เป็นหนังรางวัลที่ดูง่ายมาก ๆ เลยครับแม้การดำเนินเรื่องจะช้า ๆ หน่อยแต่ถือว่าทำออกมาได้ดี ตัวบทมีการใช้คำเปรียบเปรยหรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ เพื่อนำเสนอตอนจบที่แสนเจ็บปวดออกมาได้อย่างดีเยี่ยมและทรงพลัง ถ้าใครดูถึงตอนจบคงจะน้ำตาไหลเหมือนผมแน่ ๆ ส่วนนักแสดงนำนั้นทำได้ดีเยี่ยมโดยเฉพาะ Morgan Freeman ผู้ดูแลโรงยิม ถึงบทจะดูน้อยกว่า 2 นักแสดงหลัก แต่เวลาที่แกออกมาถือว่าขโมยซีนมากครับ ส่วนเรื่องนี้ผมขอดูรอบเดียวพอเพราะไม่อยากจะเจ็บซ้ำ ๆ เหมือนในตอนจบของเรื่องอีก

 

คะแนน  Million Dollar Baby (2004)

บทภาพยนตร์                                   9.5/10  คะแนน

ระดับความหดหู่ในหนัง                    9.5/10  คะแนน

นักแสดง                                           10/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                9.7/10   คะแนน

 


 

 

3. Se7en (1995)

Se7en

 

  •   กำกับโดย        David Fincher
  •   นำแสดงโดย    Morgan Freeman , Brad Pitt

เรื่องย่อ

        " คุณคิดว่าคุณมีบาปติดตัวบ้างหรือไม่ หรือคุณคิดว่าตัวเองจะไม่เคยทำบาปเลย " เรื่องราวของ เดวิด มิลล์ส ตำรวจหนุ่มเลือดร้อนกับ วิลเลียม โซเมอร์เซต ตำรวจวัยเก๋าสุขุมนุ่มลึก ที่ต้องช่วยกันสืบคดี ฆาตกรต่อเนื่องที่ทำการฆ่าเยื่อของตน 7 ราย โดยมีเหตุจูงใจมาจากบาปทั้ง 7 ประการของพระคัมภีร์ โดยเยื่อทั้ง 7 ได้ทำบาปของตนคนละประการ และ ฆาตกรก็แสดงตัวเสมือนตนเองเป็นดาบของพระเจ้าที่จะมาลงทัณฑ์คนบาปเหล่านั้นด้วยความโหดเหี้ยม ยิ่งพวกเขาตามจับมันเท่าไหร่เหมือนมันจะได้ใจและนำพวกเขาหนึ่งก้าวเสมอ และพวกเขายังไม่รู้เลยว่ากำลังตกหลุมพรางของฆาตกรที่วางแผนเอาไว้

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

       เป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องที่น่าติดตามเพราะเราอยากจะรู้ว่าคนร้ายเป็นใครและจุดประสงค์ของมันคืออะไร ต้องการอะไรกันแน่ หนังดำเนิดเรื่องสนุกและดูลื่นไหล บทหนังพยายามจะสอดแทรกแนวคิดปรัญญาต่าง ๆ ซึ่งถือว่าบางอย่างก็เข้าใจบางอย่างก็ไม่เข้าใจ ส่วนนักแสดงไม่ต้องพูดถึงจัดหนักจัดเต็มและมีนักแสดงที่ต้องร้องว้าวเพราะว่าแกมาแสดงเป็นฆาตกร ส่วนตอนจบที่ยากจะคาดเดาหรือบางคนอาจจะเดาได้แล้วก็ทำออกมาได้เจ็บถึงทรวงใน ถือเป็นอีกหนึ่งตอนจบในตำนานในโลกภาพยนตร์อีกเรื่อง

 

คะแนน  Se7en (1995)

บทภาพยนตร์                                   9.5/10  คะแนน

ระดับความหดหู่ในหนัง                    8/10  คะแนน

นักแสดง                                           9.5/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                9/10   คะแนน

 


 

 

4. Dancer in the Dark (2000)

Dancer in the Dark

  •   กำกับโดย        Lars von Trier
  •   นำแสดงโดย   Björk , Catherine Deneuve , David Morse

เรื่องย่อ

        " แม้หัวใจของเราจะสวยงาม แต่โลกนี้อาจจะไม่สวยงามเหมือนกับหัวใจของเรา " เรื่องราวของ เซลม่า เป็นผู้อพยพชาวเช็กที่ทำงานดิ้นรนเลี้ยงชีวิตตัวเองกับลูกชาย เธอค้นพบว่าตัวเองมีอาการใกล้ตาบอดในไม่ช้า และลูกเธอเองยังติดพันธุกรรมโรคนี้ ซึ่งจะทำให้ตาบอดตามเธอไปอย่างแน่นอนหากไม่ได้รับการผ่าตัดที่ค่ารักษาแสนแพง ในยามที่ชีวิตยากเย็นนั้น เซลม่ารับมือกับมันด้วยความรักหนัง musical ที่พาเธอหลุดไปจากปัญหา ด้วยการนึกภาพเธอเต้นไปกับจังหวะเพลงจากสิ่งของรอบตัว แต่ถึงแม้เธอจะรักและมีความสุขเสียงเพลงแค่ไหนแต่โลกก็คงไม่ได้สวยงามแบบเพลงของเธอ ถ้าอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปก็สามารถไปหามารับชมกันได้นะครับ

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

       อยากจะขอห้ามทุกคนเลยครับถ้าไม่อยากหดหู่ไม่ควรดูเรื่องนี้เลยครับ หลังดูจบบอกเลยว่ากินข้าวไม่ลงเลยจริง ๆ รู้สึกอินกับตัวละครมาก ๆ บวกการเทคนิคการถ่ายของหนังที่มันสมจริงเหมือนเปิดวิดีโอที่บันทึกจากเรื่องจริงมาเลย แม้หนังจะเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ ดำเนินเรื่องช้า ๆ ไปบ้างแต่หนังก็ไม่ทำให้เราเบื่อจนเกินไปด้วยการใส่เพลงเพราะ ๆ มาสอดแทรก ส่วนนักแสดงนั้นถือว่าแสดงได้สมบทบาทและตอนจบฉากสุดท้ายที่เราแทบจะปิดตาดูก็ทำได้อย่างสมจริง

 

คะแนน  Dancer in the Dark (2000)

บทภาพยนตร์                                   8/10  คะแนน

ระดับความหดหู่ในหนัง                    10/10  คะแนน

นักแสดง                                           9.5/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                9.2/10   คะแนน

 


 

 

5. Oldboy (2003)

Oldboy (

  •   กำกับโดย        Chan-wook Park
  •   นำแสดงโดย    Min-sik Choi , Ji-Tae Yoo , Hye-jeong Kang

เรื่องย่อ

        " การกระทำบางอย่างอาจส่งผลเสียหรืออันเป็นไปต่อผู้อื่น แม้จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม " เรื่องราวของ อแทซู ชายนักธุรกิจที่ถูกจับไปขังในสถานที่แห่งหนึ่งเป็นเวลา 15 ปี โดยไม่ทราบสาเหตุ แล้ววันหนึ่งก็ถูกปล่อยตัวออกมา เขาได้ตามสืบเรื่องราวค้นหาความจริงที่ว่าใครเป็นคนจับเขามา จับมาเพื่ออะไร โดยได้รับความช่วยเหลือจาก มิโด หญิงสาวที่ได้พบกับเขาโดยบังเอิญ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังจะได้พบเจอนั้นมันจะเปลี่ยนแปลงพวกเขาไปตลอดกาล ถ้าอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปก็สามารถไปหามารับชมกันได้นะครับ

 

ความรู้สึกหลังดูจบ

       เป็นหนังอีกหนังเกาหลีคุณภาพที่คุณไม่ควรพลาดจริง ๆ การดำเนินเรื่องนั้นทำได้อย่างดีเยี่ยม ฉากการต่อสู้ที่ดูสมจริงมีความดิบและป๋าเถื่อนทำให้เราอินได้ไม่ยากหรือถ้าใครกลัวก็จะกลัวไปเลย ส่วนปมต่าง ๆ ที่ถูกไขในตอนจบถือว่าทำได้จบแสบและหลาย ๆ คนที่ดูจบบางคนต่างบอกว่าไม่อยากจะดูเรื่องนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว ส่วนนักแสดงนั้นทำได้อย่างสุดยอด แสดงได้อย่างสมบทบาทและบางฉากที่ดูลงทุนลงแรงมาก ส่วนตอนจบบอกเลยว่ามันยากเกินที่จะรับได้

 

คะแนน  Oldboy (2003)

บทภาพยนตร์                                   9.5/10  คะแนน

ระดับความหดหู่ในหนัง                    10/10  คะแนน

นักแสดง                                           9.5/10 คะแนน

 

คะแนนรวมเฉลี่ย                                9.7/10   คะแนน

 


       

        เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับ 5 หนังที่ดูจบแล้วหดหู่ กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน ที่คุณไม่ควรพลาด  ใครที่ขวัญอ่อนหรือใจไม่แข็งไม่ควรจะไปดูนะครับ

สรุปสุดท้าย ถึงแม้หนังเหล่านี้ที่ผมหยิบยกมาอาจจะมีตอนจบที่ดูสิ้นหวังและหดหู่ แต่ถ้ามองลึกๆ ไปแล้วหนังเหล่านี้ล้วนได้รับการยอมและถูกหยิบยกให้เป็นหนังคุณภาพแต่ไม่ใช่เพราะหนังพวกนี้มีตอนจบที่หดหู่หรอกครับ แต่เพราะหนังพวกนี้มีอะไรหลายอย่างที่สอนใจเราเช่น เสนอให้เห็นว่าสงครามโหดร้ายแค่ไหน พูดถึงความไม่ประมาท พูดถึงการคิดก่อนทำ ซึ่งผมคิดว่าคนทำหนังอยากจะเสนอในแง่นี้มากกว่านะครับ ยังไงก็ขอให้ดูหนังกันด้วยความบันเทิงนะครับ และขอให้นำสิ่งดีๆ ในหนังมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันนะครับ

 

        ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ  ขอบคุณครับ

 


ขอบคุณรูปภาพหน้าปกจาก  www.justwatch.com

ขอบคุณรูปภาพเครดิต       รูปภาพที่ 1 , รูปภาพที่ 2  , รูปภาพที่ 3  ,  รูปภาพที่ 4 , รูปภาพที่ 5

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
มิสเตอร์ โก๋นัท
มิสเตอร์ โก๋นัท
อ่านบทความอื่นจาก มิสเตอร์ โก๋นัท

รีวิวและจัดอันดับหนัง,กีฬา เพื่อความบันเทิงครับ

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์