คัดลอกลิงค์

ความงาม

7 พฤติกรรมเสี่ยงการเกิดริ้วรอยจากสิวที่คุณอาจมองข้าม

Wichan Seankham
Wichan Seankham
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Wichan Seankham
แจ้งตรวจสอบ
7 พฤติกรรมเสี่ยงการเกิดริ้วรอยจากสิวที่คุณอาจมองข้าม

     ภาพปกจาก Freepik.com

     การเกิดสิวนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องใหญ่ของหลาย ๆ คนโดยเฉพาะสาว ๆ ที่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอยหรือรอยแผลเป็นหลังจากการเกิดสิวเป็นพิเศษ 

     สิวสามารถทิ้งร่องรอยไว้นานหลังจากที่คุณคิดว่าสิวมันหายไป รอยแผลเป็นจะทำให้เกิดการวิตกกังวล ความมั่นใจ ขณะที่รอยดำที่เกิดจากการอักเสบทำให้เกิดรอยม่วงสีเทาหรือสีน้ำตาล ดังนั้นการจัดการกับรอยแผลของสิวนั้นยากกว่าการรักษาและป้องกันสิว อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างจะทำให้ผิวของคุณไม่ทิ้งร่องรอยจากแผลของสิวไว้

 

ครีมกันแดดภาพจาก Freepik.com

1. คุณมองข้ามครีมกันแดด

     ผลิตภัณฑ์รักษาสิวทำให้ผิวไวต่อรังสี UV ดังนั้นครีมกันแดดจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญเป็นพิเศษหากคุณกำลังเผชิญกับสิว แสงแดดจะทำความเสียหายทำให้ผิวของคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นแผลเป็น รังสียูวีและการสัมผัสกับแสงแดดมีแนวโน้มที่จะทำให้แผลเป็นเปลี่ยนสีหรือใช้เวลาในการรักษานานขึ้น

Advertisement

Advertisement

 

 

บีบสิวภาพจาก Freepik.com

2. คุณชอบที่จะบีบสิว

    การบีบสิวสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเปลี่ยนสีและแผลเป็น ไม่เพียงแต่การถูและการเกาแบคทีเรียที่มือของคุณเท่านั้น อาจทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น ให้แต้มด้วยครีมรักษารอยด่างเล็กน้อยและรอให้แผลหายดี

 

 

รูขุมขนภาพจาก Freepik.com

3. คุณหมกมุ่นอยู่กับการล้างรูขุมขน

     หากคุณเป็นคนที่ทำความสะอาดรูขุมขนบ่อยการหลีกเลี่ยงที่จะเกิดแผลเป็น ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือโลหะเพื่อแยกสิวเสี้ยนหรือสิวหัวดำและหลีกเลี่ยงการใช้เล็บของคุณเช่นกันเพื่อป้องการการอักเสบรูขุมขน ให้ทำความสะอาดเครื่องมือด้วยแอลกอฮอล์ก่อนและหลังการใช้แต่ละครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายของแบคทีเรียและลองใช้กระดาษทิชชู่กั้นระหว่างโลหะกับผิวของคุณ

Advertisement

Advertisement

 

 

ส่องกระจกภาพจาก Freepik.com

4. คุณส่องกระจกบ่อยแค่ไหน

     การใช้เวลามากเกินไปในการจ้องมองรูขุมขนของคุณในกระจกจะทำให้คุณหมกมุ่นอยู่กับสิวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น นั่นอาจทำให้คุณอาจจะอยากกำจัดมันออกไป และคุณอาจจะได้รอยแผลจากสิวเพิ่มขึ้นบนใบหน้าของคุณก็เป็นได้

 

 

ผ้าเช็ดใบหน้าภาพจาก Freepik.com

5. คุณใช้ผ้าเพื่อเช็ดทำความสะอาดใบหน้า

     การเช็ดทำความสะอาดใบหน้าหลังจากที่คุณล้างหน้าแล้ว ดูเหมือนเป็นการทำความสะอาดผิวที่ดี แต่หารู้ไม่ว่าการเช็ดหน้าด้วยการถูไปมานั้นอาจทำให้ผิวหน้าของคุณระคายเคือง และอาจจะทำให้ฝุ่นเล็ก ๆ หรือเชื้อแบคทีเรียในผ้านั้นไปอุดตันรูขุมขนได้ ยิ่งไปกว่านั้นจะทำให้รอยแผลจากสิวชัดขึ้นและหายช้าลงได้ แนะนำให้คุณใช้ผ้าทำความสะอาดด้วยการซับน้ำจากใบหน้าเบา ๆ ก็เพียงพอแล้ว

Advertisement

Advertisement

 

 

เมคอัพภาพจาก Freepik.com

6. คุณใส่เมคอัพหนัก ๆ

     การปกปิดรอยสิวโดยการทารองพื้น อาจทำให้ผิวระคายเคืองและทำให้รอยแผลเป็นจากสิวแย่ลงได้  ให้คุณหารองพื้นที่ไม่มีส่วนผสมน้ำมัน สิ่งนี้จะทำให้รอยแผลเป็นไม่แย่ไปกว่าเดิมและจางลงได้ไวขึ้นได้

 

 

แพทย์ผิวหนังภาพจาก Freepik.com

7. คุณอาจไปพบแพทย์ผิวหนัง

     การรักษาตามขั้นตอนการดูแลผิวขั้นตอนแรกที่ดีที่สุด คือไปพบแพทย์ผิวหนังหากรอยแผลเป็นจากสิวกำลังกลายเป็นปัญหา แพทย์ผิวหนังสามารถให้การรักษาด้วยแสงสีน้ำเงินที่ไม่เจ็บปวดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวบนผิวของคุณ การได้รับการดูแลผิวหน้าเป็นประจำทุกเดือนจะช่วยลดการทำลายของสิวและสามารถช่วยทำความสะอาดรูขุมขนในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้มากขึ้นซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดแผลเป็นจากสิวได้เป็นอย่างดี

 

     การรักษารอยแผลเป็นจากสิวนั้นยากกว่า การป้องกันสิวและรักษาสิว สิ่งที่คุณควรทำคือวิธีที่แนะนำข้างต้นรับรองว่าใบหน้าของคุณจะปราศจากรอยแผลเป็นจากสิวและ รอยสิวจะหายไวขึ้น

 

 

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด