คัดลอกลิงค์

ความรู้

7 TIPS เข้าศึกษาปริญญาโทในปี 2020 เตรียมตัวอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

2.7k
May's
May's
|3 min read
อ่านบทความอื่นจาก May's
แจ้งตรวจสอบ
7 TIPS เข้าศึกษาปริญญาโทในปี 2020 เตรียมตัวอย่างไรให้ผ่านฉลุย!

           ปี 2020 นี้แม้จะมีการระบาดของโรคเกิดขึ้น แต่ใครบางคนก็ตั้งเป้าหมายในการเข้าศึกษาต่อยังปริญญาโทอย่างเช่นผู้เขียนเองค่ะ ซึ่งการ
เตรียมตัวนี้จะเหมาะกับปริญญาโทที่มีการยื่นคะแนนหรือการสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ก่อนเข้าเรียนนะคะ ซึ่งดิฉันเองก็คิดว่าอาจจะโยงเข้าไปใช้ถึงการเตรียมตัวปริญญาเอกด้วยเลยก็ยังได้ แต่ด้วยประสบการณ์ ขอแนะนำสำหรับปริญญาโทเป็นหลักก่อนดีกว่าค่ะ ช่วงนี้ยังคงเป็นต้นปี แม้จะมีการให้อยู่ในบ้านตลอด แต่ใช่ว่าการสอบเข้าปริญญาโทจะหยุดชะงักไปนะคะ ใครที่ยังเล็งว่าจะสอบเข้าในช่วงนี้ไปจนถึงปลายปี บอร์ดนี้เป็นประโยชน์สำหรับคุณแน่ ๆ ค่ะ

เช็คข้อมูลด้วยคอม                                                                        Credit : ภาพถ่ายโดย picjumbo.com จาก Pexels

           1.เช็คข้อมูลคณะและสาขาในเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยที่อยากเข้าเรียน

Advertisement

Advertisement

           แน่นอนว่าก่อนที่เราจะเข้าปริญญาโท เราต้องจบปริญญาตรีเป็นหลักก่อน ถูกต้องมั๊ยคะ? เพราะฉะนั้น เราเองต้องตัดสินใจก่อนว่าเราอยากจะเรียนคณะหรือสาขาอะไร ซึ่งบางคนอยากจะสานต่อจากคณะที่เรียนในช่วงปริญญาตรี หรือบางคนที่ตัดสินใจทำงานหาประสบการณ์ต่อ มีความคิดที่จะเรียนในคณะที่ตนเองสนใจจากการทำงาน ทั้งนี้ เราต้องดูวุฒิการศึกษาว่า ตรงกับเงื่อนไขของคณะที่เราสนใจหรือไม่ด้วยนะคะ เพราะมันมีผลต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการ เช่น คณะนี้ต้องการผู้ที่จบในวิทยาศาสตร์บัณฑิต และมีวิชาเรียนทางด้านคณิตศาสตร์มากกว่า 3 หน่วยกิต เป็นต้นค่ะ หากไม่ตรงตามเงื่อนไขอาจต้องลองดูคณะที่ตรงตามเงื่อนไขสำรองไว้ด้วยนะคะ

           2.ความแตกต่างของภาคพิเศษและภาคปกติ
           สำหรับบางคนที่ตัดสินใจเรียนปริญญาโท ในขณะที่ทำงานอยู่ สามารถเลือกเรียน ภาคพิเศษ ได้ค่ะ (ซึ่งจะมีบางคณะ บางสาขาที่มี) ซึ่งภาคพิเศษจะมีการเรียนการสอนที่คล้ายกันกับ ภาคปกติ แต่จะเรียนคนละช่วงเวลากัน กล่าวคือ ภาคปกติ จะเรียนในวันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนภาคพิเศษ จะเรียนวันเสาร์ อาทิตย์ และอาจเป็นช่วงกลางคืนพ่วงด้วย เราที่เป็นผู้เรียนต้องรู้ลิมิตของตนเองว่า สามารถเรียนไปพร้อมกับทำงานได้หรือไม่ด้วยนะคะ เพราะหากทำงานก็หนัก และการเรียนก็หนัก อาจส่งผลต่อสุขภาพได้

Advertisement

Advertisement

           3.เช็คตารางของการยื่นเรื่องเข้าเรียน
           เมื่อถึงคราวเปิดรับสมัคร ทางมหาวิทยาลัยจะมีตารางวันบอกถึงวันที่เริ่มสมัคร วันสิ้นสุดการจ่ายค่าสมัคร วันสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ ไปจนถึงวันรายงานตัวเข้าเป็นนักศึกษา แต่ละคณะและสาขาจะมีรอบการสมัครที่ต่างกัน เพราะฉะนั้นต้องจัดการตารางเวลาของตนเองให้ดีนะคะ ใครทำงานอยู่ก็อาจต้องทำเรื่องลาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อจะได้ไม่เสียค่าสมัครสอบไปโดยเปล่าประโยชน์ค่ะ

Advertisement

Advertisement

english                                                                        Credit : ภาพถ่ายโดย Pixabay จาก Pexels

           4.ยื่นคะแนนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ
           ตอนนี้แทบทุกมหาวิทยาลัยจะมีการยื่นคะแนนสอบภาษาอังกฤษก่อนเข้าปริญญาโทและปริญญาเอก โดยที่แต่ละคณะและสาขาจะมีเกณฑ์คะแนนไม่เหมือนกันค่ะ ทั้งนี้ในการเช็คข้อมูล เราควรเช็คด้วยว่า มีการใช้คะแนนสอบวัดระดับภาษาอังกฤษหรือไม่ ใช้การสอบตัวไหนวัด เพราะแต่ละการสอบจะได้ผลคะแนนที่ไม่เหมือนกันค่ะ เช่น TOEIC จะได้คะแนนสอบไม่เกิน 1 สัปดาห์หลังจากการสอบ แต่ IELTS จะได้คะแนนสอบประมาณ 3 สัปดาห์หลังจากการสอบ หากสมัครเข้าปริญญาโทแต่ปรากฎว่าผลคะแนนยื่นไม่ทัน อาจเกิดปัญหาขึ้นได้นะคะ เพราะฉะนั้นใครที่มุ่งหวังว่าจะสอบเข้าปริญญาโทนอกจากเช็คเรื่องการสอบปริญญาโทแล้ว อาจต้องเช็คเรื่องการสอบวัดระดับตรงนี้ด้วยค่ะ ยิ่งช่วงนี้มีการปิดตัวของสถานที่หลาย ๆ สถานที่เพื่อป้องกันการระบาด การสอบวัดระดับในช่วงนี้อาจจะยังไม่มีการเปิดสอบ แต่ช่วงนี้สามารถทบทวนอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวการเปิดสอบที่จะมีขึ้นได้ค่ะ

           5.เช็คหัวข้อการสอบข้อเขียนของคณะที่สมัครเข้าเรียน
           บางที่อาจไม่มีการสอบข้อเขียน แต่หากคณะที่คุณสมัครเกิดมีการสอบข้อเขียนขึ้นมา เราต้องศึกษารายละเอียดหัวข้อการสอบข้อเขียน เพื่อเราจะได้หาบทเรียนทบทวนก่อนสอบได้ค่ะ ช่วงนี้หลายมหาวิทยาลัยจะจัดสอบข้อเขียนแบบออนไลน์ขึ้นเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการสอบของผู้สมัครค่ะ หากคิดว่าการเตรียมตัวด้วยตนเองอาจไม่พอ แนะนำว่าช่วงนี้มีการเปิดสอนพิเศษออนไลน์ให้เลือกทบทวนอยู่มากมาย ใครอยากใช้ทางลัดในการทบทวนแบบนี้ก็ลองดูได้เหมือนกันค่ะ แต่อาจต้องเสียตังค์หน่อยนะ

วีดีโอคอล                                                                        Credit : ภาพถ่ายโดย cottonbro จาก Pexels

           6.เตรียมตัวกับการสอบสัมภาษณ์
           ในบางที่ที่มีการสอบสัมภาษณ์อย่างเดียว อาจมีการให้ยื่นผลงาน งานวิจัยของผู้สมัครในช่วงเรียนปริญญาตรีเพื่อประกอบการตัดสินใจของกรรมการก็ได้เช่นกันค่ะ รวมถึงการวางตัวที่เหมาะสม การแต่งตัวด้วยชุดสุภาพ และการตอบคำถามอย่างมั่นใจเป็นสิ่งสำคัญไม่ว่าจะเป็นการสอบสัมภาษณ์ที่ไหน ช่วงนี้จะมีการจัดสอบสัมภาษณ์เป็นวีดีโอคอลตามสถานการณ์ เราก็ยังต้องคงภาพลักษณ์ทั้งสามอย่างอยู่เช่นเคยค่ะ แต่เรื่องที่ต้องเสริมอีกซักนิด ก็คือ ฉากหลังของบ้านแต่ละคนก็ต้องทำให้ดูเรียบร้อยสะอาดตาด้วยนะคะ อย่าให้เขารู้เสียล่ะว่าเราแต่งตัวดี แต่ห้องที่อยู่เต็มไปด้วยของวางรกระเกะระกะไม่ชวนให้มอง

           7.เช็คแนวทางขอทุนการศึกษา
           เราคิดว่าบางคนอาจกังวลเรื่องการจ่ายค่าเทอม ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจยิ่งไม่ดี การเรียนในช่วงนี้อาจไม่ตอบโจทย์เพราะเรื่องของเงิน การหาข้อมูลทุนการศึกษาของแต่ละคณะและสาขาที่เราสนใจจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ได้ค่ะ โดยที่ทางมหาวิทยาลัยจะลงข้อมูลไว้ให้ว่าคณะและสาขานี้สามารถใช้ทุนอะไรได้บ้าง และผู้สมัครเองต้องเช็คเงื่อนไขว่าตรงกับเงื่อนไขที่สามารถยื่นขอทุนได้หรือไม่ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม แนะนำว่าให้ถามเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัย หรือช่องทางออนไลน์ทุกช่องทาง แนะนำอย่างหลังเพราะช่วงนี้ พนักงานจะโดนผลัดกันไปทำงานที่บ้านมากขึ้น ทำให้คู่สายในการรับการติดต่อจะน้อยลงด้วยค่ะ

           เป็นยังไงบ้างคะ? กับ 7 TIPS ในการเตรียมตัวสู่ปริญญาโทของปี 2020 ตัวของผู้เขียนเองนั้นตั้งใจจะเรียนตั้งแต่ปีที่แล้ว เลยทำการเตรียมตัวเองเรียนเสริมภาษาอังกฤษพร้อมกับทบทวนด้วยตัวเองก่อนสมัครช่วงต้นปีค่ะ มีความทุลักทุเลจากสถานการณ์ปัจจุบันอยู่บ้าง แต่ก็ผ่านฉลุยได้เข้าเรียนในคณะที่ใฝ่ฝันสมใจแล้ว และก็อยากให้คนที่ตั้งความหวังกับการเรียนประสบความสำเร็จไปด้วยกันค่ะ ขอให้ผู้สมัครเรียนปริญญาโททุกคนผ่านพ้นวิกฤตและได้เข้าเรียนสมใจปรารถนานะคะ

ทบทวน                                                                        Credit : ภาพถ่ายโดย Louis Bauer จาก Pexels

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด