สุขภาพ

9 อาหารบำรุงสายตา บรรเทาอาการตาล้า ปวดตา จากการใช้สายตาหนัก

158
คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
9 อาหารบำรุงสายตา บรรเทาอาการตาล้า ปวดตา จากการใช้สายตาหนัก

ปัญหาปวดตา ตาล้า จากการใช้สายตาอย่างหนักเป็นของคู่กันกับผู้คนในยุคปัจจุบันที่สายตาต่างต้องจดจ้องอยู่ที่หน้าจอแทบจะตลอดทั้งวัน เริ่มต้นด้วยโทรทัศน์ ไถโทรศัพท์เล่นก่อนถึงที่ทำงาน ตามด้วยการใช้สายตาเพ่งที่หน้าจออย่างหนักจนหมดวัน แล้วจึงวนลูปไปนอนเล่นโทรศัพท์มือถือก่อนเข้านอน เป็นแบบนี้ทุกวันซ้ำมาซ้ำไป พอถึงจุดหนึ่งที่สายตาเริ่มอ่อนล้าเพราะต้องเกร็งสายตาในการโฟกัสตลอดทั้งวัน ทำให้เราเริ่มปวดเบ้าตา รู้สึกสายตาพร่ามัว รวมไปจนถึงอาจทำให้ปวดหัวหรือมีอาการไมเกรนกำเริบในบางคน อย่างตัวผู้เขียนที่ต้องขลุกอยู่กับการอ่านและงานเขียนตลอดทั้งวันก็ประสบปัญหาเหล่านี้เช่นเดียวกันค่ะ จนต้องหาวิธีบำรุงรักษาสายตาของตัวเองเพราะกลัวว่าจะเกิดปัญหาสายตาที่รุนแรงขึ้นได้ จนไปพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าเราสามารถบำรุงสายตาได้ด้วยอาหารที่หาได้ง่ายแสนง่ายด้วย 9 อาหารบำรุงสายตา ที่ช่วยบรรเทาอาการตาล้าได้ จะมีอาหารประเภทไหนบ้าง ไปดูกันได้เลยค่ะ

Advertisement

Advertisement


โรคตาล้า (Asthenopia) ปัญหาสายตาที่ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ

เพื่อนๆทราบหรือไม่คะว่าอาการตาล้า ถูกนับเป็นโรคทางการแพทย์ด้วยเช่นกันค่ะ โดยโรคตาล้า (Asthenopia) คือภาวะที่ดวงตาของเราอ่อนล้า ปวดเมื่อยกระบอกตา รู้สึกตาเบลอๆ ไม่โฟกัส ในบางคนอาจมีอาการตาแดง หรือมีน้ำตาไหลอยู่ตลอด เพราะเราใช้ดวงตาอย่างหนักเป็นเวลาติดต่อกันนานๆ โรคตาล้าอาจไม่ใช่ปัญหาที่สร้างอันตรายได้ถึงชีวิต แต่ก็สร้างปัญหารบกวนใจและทำให้ใช้ชีวิตได้ยากมากขึ้นเพราะทำให้เรามองสิ่งต่างๆได้ไม่ค่อยชัดเจนจนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุต่างๆได้ค่ะ

Asthenopia โรคตาล้า ปวดตา เกิดจากอะไร

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคตาล้า มีอะไรบ้าง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาตาล้า ปวดตาในยุคปัจจุบันมีเยอะมากค่ะ โดยสาเหตุที่พบได้บ่อยๆได้แก่

  • สายตาล้าจากการใช้อุปกรณ์ต่างๆเป็นเวลานาน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ Ipad และอุปกรณ์ต่างๆที่มีหน้าจอแสดงผล เมื่อเราต้องใช้สายตาเพ่งมองเป็นเวลานาน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกปวดตาได้ค่ะ
  • ใช้สายตาในที่ที่มีแสงน้อย เช่น เล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือในที่มืด หรือมีแสงสว่างไม่เพียงพอ การใช้สายตาในที่มืดนานๆจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับสายตาเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ เพราะกล้ามเนื้อกระบอกตาจะต้องเกร็งตัวจากการที่เราเพ่งสายตาเป็นเวลานาน
  • การใช้สายตาหนักเพื่อทำงาน ในงานบางประเภทจำเป็นต้องใช้สายตาเยอะมาก เช่น การขับรถทางไกล งานฝีมือ งานเย็บปักถักร้อยต่างๆ
  • มีค่าสายตาผิดปกติ เช่น มีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หรือมีปัญหาอื่นๆเกี่ยวกับดวงตา ก็จะทำให้เกิดอาการตาล้า ปวดเมื่อยกระบอกตาได้ เมื่อต้องใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานค่ะ

Advertisement

Advertisement

9 อาหารบำรุงสายตา บรรเทาอาการตาล้า ปวดตา จากการใช้สายตาหนัก

1.พริกหยวก

ผักเนื้อสัมผัสกรุบกรอบที่เราพบเห็นได้ทุกตลาดนัดอย่าง "พริกหยวก" คือสุดยอดอาหารบำรุงสายตาเลยค่ะ โดยเฉพาะในพริกหยวกสีแดง เพราะในพริกหยวกมีวิตามินซีสูงมาก ซึ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นให้การไหลเวียนของเลือดในดวงตาดีขึ้น แถมมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วย นอกไปจากพริกหยวกสีแดงแล้วนั้น ผักและผลไม้ที่มีสีแดง ก็มีส่วนช่วยบำรุงสายตาเช่นเดียวกันค่ะ เช่น สตรอว์เบอร์รี มะละกอ หรือมะเขือเทศ

พริกหยวก มีวิตามินซีสูง ช่วยบำรุงสายตา

2.มันหวาน และผัก ผลไม้ที่มีสีเหลือง-สีส้ม

ไม่ใช่แค่เพียงมันหวานเพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะผักและผลไม้อื่นๆที่มีสีส้มหรือสีเหลือง เช่น ฟักทอง แคร์รอต มะม่วง หรือลูกพลับ ต่างก็เป็นอาหารที่ดีต่อกับสุขภาพสายตามากๆ เพราะในผักและผลไม้เหล่านี้จะอุดมไปด้วยสารเบตาแคโรทีนและวิตามินเอ ที่ดีกับสายตาของเรา ช่วยให้เรามองเห็นในที่มืดได้ดีขึ้น

Advertisement

Advertisement

มันหวาน และผัก ผลไม้ที่มีสีเหลือง ช่วยบำรุงสายตา

3.ผักใบเขียว

เพราะในผักใบเขียว เช่น ผักเคล ผักคะน้า บรอกโคลี ผักบุ้ง ฯลฯ อุดมไปด้วยสารสำคัญที่ดีต่อสายตาอย่าง วิตามินเอ ลูทีนและสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ ช่วยบำรุงจอประสาทตาและลดโอกาสการเกิดต้อกระจกได้อีกด้วยค่ะ อย่างที่เราได้ยินกันมาตั้งแต่เด็กๆค่ะว่าถ้าอยากสายตาดีให้กินผักบุ้งเยอะๆ นั่นก็เพราะผักบุ้งมีสีเขียวเข้ม มีวิตามินเอสูงและช่วยบำรุงสายตาได้อย่างดีนั่นเอง

ผักใบเขียว ช่วยบำรุงจอประสาทตา

4.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี แครนเบอร์รี ราสเบอร์รี หรือบิลเบอร์รี เพราะในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่มีสารสำคัญที่ช่วยบำรุงและปกป้องดวงตาของเราจากภาวะตาล้าและการเกิดต้อกระจกได้ค่ะ ทั้งสารไบโอฟลาโวนอยด์ สารแอนโธไซยานิน และมีวิตามินซีที่ช่วยให้เลือดในดวงตาของเราไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ช่วบำรุงสายตา

5.อะโวคาโด

ผลไม้เนื้อเนียนนุ่ม รสมัน หวานอ่อนๆอย่างอะโวคาโด มีส่วนช่วยบำรุงสายตาและช่วยบรรเทาอาการตาล้าได้ เพราะในอะโวคาโดมีสารลูทีนและซีแซนทีนสูงมาก ซึ่งสารทั้ง 2 ตัวจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องดวงตาของเราจากการถูกทำร้ายด้วยสารอนุมูลอิสระ เช่น ถูกทำร้ายจากแสงแดด หรือแสงสีฟ้าจากหน้าจอต่างๆค่ะ

อะโวคาโด ช่วยบำรุงสายตา

6.ถั่วเปลือกแข็ง

เพราะในพืชตระกูลถั่วและถั่วเปลือกแข็งนั้นอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งวิตามินอีจัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่นอีกหนึ่งตัว ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย บำรุงและปกป้องจอประสาทตาจากการถูกทำร้ายโดยสารอนุมูลอิสระ แถมยังช่วยป้องกันการเกิดโรคต้อกระจก

ถั่วเปลือกแข็ง มีวิตามินอี ช่วยบำรุงสายตา

7.ไข่

อาหารสุดเบสิกที่สามารถทานได้เป็นประจำทุกวันอย่าง "ไข่" ไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ ไข่เป็ด หรือไข่นกกระทา ก็ช่วยบำรุงสายตาได้หมดค่ะ เพราะในไข่แดงอุดมไปด้วยสารลูทีนและซีแซนทีน ช่วยป้องกันรังสี UV ในแสงแดด และแสงสีฟ้าจากหน้าจอต่างๆ รวมถึงช่วยป้องกันอาการตาล้าได้เป็นอย่างดี

ไข่แดง ช่วยบำรุงสายตา

8.เนื้อปลาที่มีกรดไขมันสูง

โดยเฉพาะกรดไขมันไม่อิ่มตัวอย่างโอเมก้า 3 (Omega-3) ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ปกป้องสายตาจากอาการอ่อนล้าและลดความเสี่ยงจากโรคต้อกระจก โดยปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลากะพง ปลาทู ปลาจะละเม็ด ฯลฯ ดู 8 ปลาไทย Omega-3 สูงสุดใจ ไม่แพ้ปลานอก

เนื้อปลาที่มีกรดไขมันสูง ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา

9.เนื้อวัว

เพราะในเนื้อวัวมีสารสำคัญคือ สังกะสี หรือ Zinc ที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตา โดยสังกะสีจะไปกระตุ้นให้ตับปล่อยวิตามินเอออกมามากขึ้น และวิตามินเอเหล่านี้จะไปช่วยบำรุงสายตาของเราด้วย นอกไปจากนี้ในดวงตาของเรายังพบสังกะสีได้ในส่วนของจอประสาทตา (Retina) อีกด้วย

เนื้อวัว มีสังกะสี ช่วยบำรุงสายตา


มาเริ่มดูแลสายตากันเลยตั้งแต่วันนี้

ปัญหาสายตา ตาล้า ปวดกระบอกตา ไปจนถึงค่าสายตาผิดปกตินั้นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากในยุคปัจจุบัน เพราะเราต้องใช้สายตาอย่างหนักในการทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน ทั้งยังอัปเดตข่าวสาร พักผ่อนหย่อนใจด้วยการดูหนัง ฟังเพลง หรือเล่นเกมจนทำให้เกิดโรคตาล้าได้โดยง่าย อย่างตัวผู้เขียนที่ประสบปัญหาปวดตา ตาล้าอยู่เป็นประจำเช่นเดียวกันค่ะ จนช่วงหนึ่งที่เคยปวดตาหนักมาก เพราะใช้สายตาเยอะเกินไป จนต้องเข้าพบจักษุแพทย์ ได้ยาหยอดตาและยาชนิดทานมาเพื่อบำรุงสายตา จนเริ่มตระหนักได้ว่าขืนปล่อยให้ตาล้าบ่อยๆอาจเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับมองเห็นในอนาคตได้ ตัวผู้เขียนจึงมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตา เพื่อให้สุขภาพสายตาดีขึ้น ดังนี้ค่ะ

  • เลิกเล่นโทรศัพท์หรือดูโทรทัศน์ในห้องมืด เมื่อไหร่ที่อยู่ในห้อง ก่อนดูโทรทัศน์หรือเล่นโทรศัพท์มือถือ จะต้องเปิดม่านหรือเปิดไฟให้สว่างทุกครั้งค่ะ สังเกตได้เลยว่าวันไหนที่เผลอเล่นโทรศัพท์ตอนปิดไฟเป็นเวลานาน ตื่นเช้ามาจะรู้สึกปวดตา ตาล้าทันที
  • ใส่แว่นเพื่อช่วยลดปัญหาสายตา ตอนแรกก็ไม่คิดว่าตัวเองจะมีค่าสายตาผิดปกติค่ะ จนกระทั่งเริ่มปวดตามากๆจึงได้มีโอกาสไปลองตัดแว่น และพบว่าค่าสายตาตัวเองผิดปกติ เมื่อใส่แว่นก็รู้สึกว่าอาการปวดตาที่เคยเป็นก็ดีขึ้น นอกไปจากนี้เลนส์แว่นในปัจจุบันยังสามารถช่วยกรองแสงและตัดแสงได้อีกด้วย ช่วยถนอมสายตาได้มากขึ้น
  • บริหารดวงตาเป็นประจำ ร่างกายของเรายังจำเป็นต้องได้รับการออกกำลังกายและการยืดเหยียด ดวงตาของเราก็เช่นเดียวกันค่ะ โดยผู้เขียนจะกรอกตาไปมา กรอกไปทางขวา ทางซ้าย บนและล่าง และกรอกสายตาเป็นวงกลม เพื่อช่วยบริหารกล้ามเนื้อดวงตา เมื่อต้องใช้สายตาเป็นเวลานานๆ หลังทำจะรู้สึกได้ทันทีค่ะว่าอาการตึงๆที่ตาดีขึ้น ลดความเมื่อยล้าที่ดวงตาได้ดีมาก
  • ใช้น้ำตาเทียม โดยตัวผู้เขียนเลือกใช้น้ำตาเทียมแบบกระเปาะค่ะ เพราะสามารถเก็บได้นานและไม่ใส่สารกันเสียเหมือนแบบกระปุกหยอดตา บางครั้งที่เราปวดตาเกิดจากตาของเราแห้งเกินไปค่ะ การใช้น้ำตาเทียมมาหยอดตาจะช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นและหายปวดได้ ยี่ห้อที่ผู้เขียนใช้เป็นประจำคือ Vislube ค่ะ หาซื้อได้ตามร้านยาทั่วไป ราคาไม่สูงมาก และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตาได้เป็นอย่างดี
  • ทานอาหารบำรุงสายตาเพิ่มขึ้น หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลมาว่าอาหารชนิดไหนที่ดีกับสายตาของเราบ้าง ผู้เขียนก็ปรับมาทานอาหารเหล่านั้นให้บ่อยมากขึ้นค่ะ โดยจะเน้นการทานไข่เต็มใบเป็นประจำทุกวัน เพิ่มผักใบเขียวทุกมื้ออาหาร และเปลี่ยนขนมทานเล่นแบบเดิม เป็นถั่วเปลือกแข็งและผลไม้ตระกูลเบอร์รี เช่น สตรอว์เบอร์รีและบลูเบอร์รีแทน เพื่อช่วยบำรุงสายตาของตัวเองค่ะ

เพราะดวงตาของเรามีแค่เพียงคู่เดียว ไม่สามารถส่งซ่อมหรือเปลี่ยนคู่ใหม่เมื่อพังได้ การดูแลสายตาให้สุขภาพดีอยู่เสมอ ไม่ทำพฤติกรรมที่ทำร้ายดวงตา เช่น เล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืด อ่านหนังสือในที่แสงสลัว หรือการเพ่งมองเป็นเวลานาน รวมถึงเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและบำรุงสายตา ก็จะช่วยให้ดวงตาของเราสุขภาพดี ทำให้เราดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขค่ะ

ขอบคุณภาพประกอบบทความจากcanva

ภาพปกบทความ โดย cyano66

ภาพประกอบเนื้อหาบทความ : ภาพที่ 1 โดย RyanKing999 / ภาพที่ 2 โดย DAPA Images / ภาพที่ 3 โดย Mary Ann Lewis / ภาพที่ 4 โดย Elena Katkova / ภาพที่ 5 โดย DragonFly / ภาพที่ 6 โดย Olha_Afanasieva / ภาพที่ 7 โดย PeopleImages / ภาพที่ 8 โดย Olivia / ภาพที่ 9 โดย DragonFly / ภาพที่ 10 โดย ValentynVolkov

แหล่งที่มาของข้อมูล :

​​

*STAR COVER"อย่ามัวแต่ดูมาดังกัน"*

ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ขอชวนทุกคนมาสนุกโคฟเวอร์ พร้อมลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท (5 รางวัล) โคฟคนที่ใช่ ไลค์คนที่ชอบ`ร่วมสนุกได้ที่ ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ห้อง cover บนแอปทรูไอดี`

trueCover

คลิกเลย >> https://ttid.co/UAnK/7y9jfqkq

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://bit.ly/3O1cmUQ

ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 - วันที่ 3 สิงหาคม 2565

คัดลอกลิงค์
คัดลอกลิงค์
แจ้งตรวจสอบ
Onetotea92
Onetotea92
อ่านบทความอื่นจาก Onetotea92

หลงไหลในการเล่าเรื่องราวผ่านตัวหนังสือ

ดูโปรไฟล์

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์