คัดลอกลิงค์

บันเทิง

Interview: "ครูเจ ไอทีแม่บ้าน" แห่ง “สถาบันสอนการตลาดออนไลน์”#EngagementCampaign

312
ฉันท์ชมา
ฉันท์ชมา
|8 min read
อ่านบทความอื่นจาก ฉันท์ชมา
แจ้งตรวจสอบ
 Interview: "ครูเจ ไอทีแม่บ้าน" แห่ง “สถาบันสอนการตลาดออนไลน์”#EngagementCampaign

“สถาบันสอนการตลาดออนไลน์ ไอทีแม่บ้าน” เป็นสถาบันที่เชื่อว่าหลายคนคุ้นเคย หรืออาจจะเริ่มต้นก้าวสู่ธุรกิจออนไลน์กันจากการเข้าไปเรียนคอร์สต่าง ๆ ที่ให้ความรู้จากสถาบันนี้ และแน่นอนว่า เมื่อรู้จัก “ไอทีแม่บ้าน” ก็จะต้องรู้จัก “ครูเจ” ผู้ก่อตั้งสถาบันนี้ขึ้นมา

กว่าจะตั้งเป็น “สถาบันสอนการตลาดออนไลน์ ไอทีแม่บ้าน” ที่ซึ่งสอนให้ผู้คนรู้ถึงวิธีการเข้าสู่โซเชียลเน็ตเวิร์กได้อย่างเกิดประโยชน์ สำหรับ "ครูเจ" แล้วไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่ผ่านมา...

"ครูเจ" เคยใช้คอมไม่เป็น เคยแต่งรูปขายของออนไลน์ไม่เป็น เคยทำเว็บไม่เป็น เคยตัดต่อวิดีโอไม่เป็น แต่ปัจจุบัน ทำเป็นทุกอย่าง กระทั่งก้าวสู่การเปิดเป็นสถาบันเพื่อให้ความรู้กับทุกคนได้นั้น “ฉันท์ชมา” จึงไม่รอช้าที่จะสัมภาษณ์ “ครูเจ ไอทีแม่บ้าน” แห่ง “สถาบันสอนการตลาดออนไลน์ ไอทีแม่บ้าน” เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่รู้สึกว่ายังไม่เก่งที่จะเข้าสู่ Social Network (โซเชียล เน็ตเวิร์ก) เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ ต่าง ๆ ทั้งเพื่อความบันเทิง ติดตามข่าวสาร และเพื่อใช้งานให้เกิดประโยชน์ในการสร้างรายได้

Advertisement

Advertisement

ครูเจ

“ไอทีแม่บ้าน” คืออะไร อยากให้ “ครูเจ” เล่าถึงเรื่องนี้ก่อนเลยค่ะ

“ตัวเจเอง เจเป็นแม่บ้านที่แต่งงานแล้ว ไม่ได้เป็นแม่บ้านที่หมายความว่าทำความสะอาด แต่เป็นคนที่แต่งงานมีครอบครัวแล้ว หลังแต่งงานก็ออกจากที่ทำงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว แต่ด้วยความที่เจเป็นคนไฮเปอร์คือพลังเยอะมาก เจไม่มีลูก สามีก็ทำงานกลับบ้านดึกทุกคืน เจเลยคิดว่าจะเอาเวลาและพลังที่มีอย่างเหลือเฟือไปทำอะไรได้บ้าง เริ่มแรกก็คิดถึงอาชีพเสริม หัดเรียนอาชีพหลายอาชีพแต่ก็ไม่ได้เรื่องสักอาชีพ ทำอะไรเลยไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ยกเว้นอย่างเดียวคือเรื่องเรียน เจเรียนเก่ง

Advertisement

Advertisement

คุณแม่เจแต่งงานกับป๋าคนเยอรมัน เจเลยได้ไปเรียนหนังสือที่เยอรมัน วิชาบางวิชาเจติด Top 5 ของชั้น บางวิชา Top 3 คือพูดภาษาเยอรมันไม่เป๊ะ แต่ถ้าวิชาที่ไม่ใช้ภาษาเป็นตัววัด เจ Top หมด จนได้เข้าเรียนการตลาด ช่วงอายุ 19 ก่อนกลับไทยคุณแม่ส่งไปเรียนที่อังกฤษ 1 ปี เป็นโรงเรียนแลกเปลี่ยนภาษาอย่างเดียว ตอนนั้นเรากำเงินไปห้าแสน ต้องจ่ายเองทุกอย่างด้วยงบนี้ เช่น ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าเทอม จากเยอรมันไปอังกฤษพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แต่คุณแม่บอกว่าถ้าอยากกลับมาทำงานที่ไทยต้องพูดอังกฤษให้ได้

ช่วงที่แต่งงานมีครอบครัว ต้องออกจากที่ทำงาน มาอยู่บ้านเฉย ๆ ก็เสียดายความรู้ที่เรียนมา เลยพยายามหาอาชีพเสริมเรียน เจเรียนแบบไม่รู้มาก่อน คิดว่าคนอื่นเรียนได้เราก็เรียนได้ เริ่มจากเรียนเสริมสวย แต่เรียนแล้วไม่กล้าตัดกลัวผมลูกค้าแหว่ง เรียนเสริมสวยได้สักพักเพื่อนชวนไปเรียนทำเล็บ ช่วงนั้นการต่อเล็บเจล เพนท์เล็บกำลังมาแรง มีความสุขกับการเพนท์เล็บมากเพราะได้วาดดอกไม้สวย ๆ แต่พอต้องเรียนถอดเล็บอันนี้เริ่มไม่สนุกเพราะกลัวไถไปโดนเล็บลูกค้า ความหวังเรื่องการเปิดร้านเพนท์เล็บก็พังลง ที่โรงเรียนสอนเพนท์เล็บมีสอนนวดแผนไทย สอนทำสปา ด้วยความที่ชอบนวดมากเลยลงชื่อเรียนด้วย แต่ก็เหมือนเดิมคือไม่รอด เพราะตอนเรียนจะชอบเป็นหุ่นให้เขานวดมากกว่า จากนั้นก็เรียนแต่งหน้า เรียนทำอาหาร ไม่รอดสักอย่าง ทุกอาชีพที่เรียน ในระหว่างการเรียนถือว่าเป็นนักเรียนดีเด่นเลยแต่ถือว่า Not Born For It เกิดมาไม่ใช่เพื่อสิ่งนี้"

Advertisement

Advertisement

ครูเจ

แสดงว่า “ไอทีแม่บ้าน” คือ ใช่ ?

"หลังจากที่รู้สึก fail กับอาชีพที่อยากเรียน สามีต้องย้ายไปทำงานที่ญี่ปุ่นพอดี ครอบครัวเราย้ายกลับไปญี่ปุ่น 1 ปีเต็ม ชีวิตที่ญี่ปุ่นไม่มีอะไรดีขึ้น เจเหงามากกว่าเดิม โชคดีที่สามีซื้อโน็ตบุคให้เอาไว้ดูข่าวที่ไทย เจติดดูละครย้อนหลังมากไล่ดูทุกเรื่องตั้งแต่รุ่น แซม ยุรนันท์ แหม่ม จินตหรา ดูเกือบทุกเรื่อง พอเข้าเว็บหลายเว็บก็เริ่มคิดว่าเว็บไซต์คืออะไรทำยากมั้ย และคนอย่างเรา คนธรรมดา ๆ ที่ไม่จบคอม จะทำเว็บไซต์ได้มั้ย

ตอนนั้นเจช่วยเพื่อน ๆ แม่บ้านไทยในญี่ปุ่นตั้งกลุ่มขายของ ตั้งกลุ่มสอนภาษาญี่ปุ่นในเฟซบุ๊ก เพื่อนบางคนทำอาหารเก่งก็เริ่มทำอาหารขายในกลุ่ม บางคนก็เอาเสื้อผ้า เอากระเป๋าแบรนด์เนมที่ไม่ใช้แล้วมาขาย จากตอนแรกขายเล่น ๆ ต่อมาก็เริ่มทำเป็นอาชีพ ตัวเจเองทำอาหารไม่เป็นไม่มีของขาย แต่ที่พอทำได้คือช่วยลงขายในเฟซบุ๊กได้ ก็เลยคิดว่าถ้าเราเก่งคอมมากกว่านี้และถ้าช่วยเพื่อนขายได้ก็คงจะได้ค่าขนมจากเพื่อนบ้าง เจเลยขอสามีกลับมาเรียนที่ไทย ซึ่งสามีก็ใจดีมากให้เงินเจ 1 ล้านเยน ให้บินมาเรียน 1 ปี"

ครูเจ ไอทีแม่บ้าน"เมื่อ 7 ปีก่อน การหาที่เรียนที่เหมาะกับเราถือว่าเป็นเรื่องยาก เพราะไม่เคยเรียนด้านนี้มาก่อน คอมก็เป็นแค่งู ๆ ปลา ๆ โดยรวมของการเรียน เจเรียนผิดที่ผิดหลักสูตรมาเยอะมาก บางทีไปเรียนกับครูที่เก่ง เขาสอนอะไรก็ไม่เข้าใจ สุดท้ายเวลา 1 ปีใกล้หมด เงินก็ใกล้หมด แต่เว็บไซต์ก็ยังไม่ขึ้น เพราะตอนแรกครูสอนให้ทำเว็บระบบตาราง ส่วนครูท่านอื่นสอนทำระบบเวิรด์เพรส แต่ไม่สอนจดโดเมน และระบบการเช่าโดเมน โฮส จำลองเซอเวอร์อะไร มันก็ค่อนข้างที่จะยุ่งยาก สรุปไม่ได้สักที

เจตัดสินใจจะกลับญี่ปุ่น ขณะที่กำลังหาเวลากลับ สามีก็แจ้งข่าวดีว่าได้ย้ายกลับมาทำงานที่ไทยอีกครั้งให้เจรอที่ไทยเลย เจดีใจมากรีบหาที่อยู่แบบถาวร มาเจอคอนโดติดรถไฟฟ้าชื่อไดมอนด์สุขุมวิทก็สนใจ ตัดสินใจทำเรื่องกู้กับธนาคาร หลังจากย้ายมาอยู่ไม่นาน ห้องออฟฟิตหน้าคอนโดประกาศขายก็ตัดสินใจซื้อไว้ก่อนเพราะทำเลดีมาก แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะทำอะไร ระหว่างนั้นเจเริ่มรับงานเล็ก ๆ น้อย ๆ คือการเป็นนายหน้าออนไลน์ให้บริษัทญี่ปุ่น ซึ่งก็ถือว่าประสบความสำเร็จมาก เจทำเว็บ เขียนบล็อกไว้ ทำให้ได้ลูกค้ามากมายจากกูเกิลโดยไม่รู้ตัวเลย ลูกค้ามาเอง ค่าโฆษณาก็ไม่ต้องเสีย สุดท้ายเจก็รู้ว่าสิ่งที่เจทำไว้ มันคือระบบ ที่เขาเรียกกันว่า SEO คือการตั้งค่าระบบโฆษณาแบบสุดยอด ที่ทำให้ลูกค้าจำนวนมากมายหลั่งไหลเข้ามาแบบไม่ต้องซื้อโฆษณาสักบาท ตอนนั้นเจก็เริ่มมีรายได้เข้ามาแบบเป็นกอบเป็นกำจากการทำนายหน้า"

ครูเจ ไอทีแม่บ้านทำไมเปิด “ไอทีแม่บ้าน” ได้คะ ?

"เริ่มแรกไม่ได้คิดเปิด ไอทีแม่บ้าน  ไม่มีแผน ไม่คิดไม่ฝัน แต่เพราะเพื่อน ๆ เริ่มรู้ว่าเจเรียนคอมมาเป็นปีแล้วก็คงทำอะไรเป็นบ้าง มีอะไรก็ถาม บางคนขายของอยู่ก็อยากให้เราช่วยทำรูปให้ ทำป้ายราคาให้ ทำเว็บให้ อยากให้เราช่วยตัดต่อวิดีโอให้ แล้วเพื่อนบางคนรู้ว่าเจทำระบบให้บริษัทก็ขอร้องว่าอยากเรียนบ้าง ก็ปฏิเสธมาตลอดว่าไม่เก่ง เป็นครูไม่ได้ แต่เพื่อนขอร้องหนักมาก เพราะว่าเขาจ้างคนอื่นราคาแพงมาก เจทำให้ราคากันเองเพื่อนเลยติดใจ แต่การช่วยมันเป็นไปไม่ได้ตลอดเพราะบางครั้งไม่ว่าง เพื่อนเลยบอกว่าอยากเรียนเองให้เปิดสอน โดยบอกว่าห้องที่ซื้อไว้ปล่อยทิ้งไว้ทำไม เอามาเปิดสอนดีกว่า เดี๋ยวจ่ายค่าห้องให้เลยวันละ 3,000 บาท จะสอนอะไรก็ได้ ซึ่งเพื่อนก็บอกว่าเดี๋ยวพาเพื่อนมาเรียนทุกวันเลย มีคนอยากเรียนเยอะ 30 วัน x 3,000 บาท คือ 90,000 บาทต่อเดือน เจก็เลยเริ่มเปิดสอน สอนเพื่อนก่อน แล้วเพื่อนก็แนะนำต่อว่าสอนดี แนะนำกันเองปากต่อปาก และก็มาจากระบบโฆษณาฟรีที่เจวางไว้ด้วย ลูกค้าหรือนักเรียนใหม่ ๆ เลยมาแบบเทน้ำเทท่า จนต้องจองล่วงหน้ากันเดือนต่อเดือน เจมีห้องเรียนเป็นของเราเอง ก็เลยเปิดคอร์สเรียนราคาถูก แต่คุณภาพสูงได้"

ครูเจ ไอทีแม่บ้านออฟฟิต "ไอทีแม่บ้าน" อยู่ที่ไหนคะ ?

"ห้องเรียนเล็ก ๆ สร้างด้วยความรักและความตั้งใจ เป็นห้องใต้คอนโดไดมอนด์สุขุมวิทโซนสวน ห้องเรียนแบ่งเป็น 2 ส่วน รองรับนักเรียนได้สูงสุด 18 ท่าน แบ่งเป็นด้านหน้า 6 ด้านหลัง 12 แต่เราก็สอนไม่เต็มนะคะ จำกัดแค่ครั้งละไม่เกิน 7 ท่าน บางวันมา 2-3 คน เราก็สอน ห้องเรียนเล็ก ๆ มีความเป็นส่วนตัวบรรยากาศส่วนตัว ทำให้คนมาเรียนได้บรรยากาศที่ดีไม่อึดอัด ใครเรียนช้าเรียนเร็วก็ไม่ต้องอายใคร เพราะแต่ละคนก็เริ่มต้นทั้งนั้น ทำให้การเรียนมีประสิทธิภาพมากกว่าการเรียนทีละเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ "

หลักสูตรอบรม ใครเป็นคนพัฒนาคะ ?

"หลักสูตรแต่ละหลักสูตรจะพัฒนาโดยครู 3 คน ครูเจ ครูตุ๊กกี้ ครูต่าย เจรับผิดชอบพัฒนาคอร์สที่เกี่ยวข้องกับการวางระบบโฆษณาฟรีทั้งระบบบนโซเชียลมีเดียสำคัญ เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ก โซเชียลมีเดียสำหรับธุรกิจ ซึ่งหลักสูตรจะอัพเดทแบบเรียลไทม์ นั่นคือติดตามแพลตฟอร์มใหญ่ ๆ ถ้าแพลตฟอร์มไหนมีการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงระบบ 

เจคิดอยู่เสมอว่าความรู้ที่สำคัญและจำเป็นโดยเฉพาะความรู้ด้านคอม ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนกลุ่มใหญ่ที่ขาดความรู้ด้านคอม ทั้ง ๆ ที่เขาจำเป็นต้องใช้ นั่นคือกลุ่มเจ้าของกิจการขนาดเล็ก และขนาดกลาง เจ้าของธุรกิจ SME ที่อายุ 40-65 ปี บางท่านที่เป็นเจ้าของธุรกิจ ต้องการนำธุรกิจของตัวเองเข้าสู่โลกออนไลน์ไม่สามารถเริ่มต้นเองได้เลย หลายท่านอยากเริ่มต้นแบบถูกต้องถูกวิธี ใช้ระบบโฆษณาต้นทุนถูก เพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกิจ ซึ่งเจก็ได้พัฒนาการสอนในราคาที่เป็นธรรม ทั้งกับผู้สอนและผู้เรียน หลักสูตรของไอทีแม่บ้าน เริ่มต้นที่ 1,000 บาท เรียนแบบจับมือทำตลอด 7 ชั่วโมงเต็ม กล้าการันตีว่าผู้ที่มาเรียนจะได้ความรู้ดี ๆ กลับไปอย่างครบถ้วน ช่วยพัฒนาความรู้ให้กับทั้งตัวเองและธุรกิจได้อย่างแน่นอน"

ครูเจ ไอทีแม่บ้านแพลตฟอร์ม การทำโฆษณาออนไลน์ ที่ไอทีแม่บ้านใช้ ใช้อะไรบ้างคะ ?

แพลตฟอร์มที่ใช้ คือ โซเชียลมีเดียสำหรับธุรกิจหรือแบรนด์ เช่น Facebook, Google, Youtube, Line OA, Instagram, Website, Salepage, VDO ซึ่งถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญต่อการทำธุรกิจออนไลน์มาก เราสามารถนำแพลตฟอร์มมาใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องเสียเงินราคาแพง เจใช้แพลตฟอร์มนี้ทำโฆษณาให้ ไอทีแม่บ้าน แบบฟรี ๆ อยู่ ได้ผลอย่างมาก แต่ถ้าเรามีเงินเหลือ เราจะเตรียมงบซื้อโฆษณาด้วยก็จะได้ดี ธุรกิจจะได้โตแบบไว ๆ ทันใจ แบบเป็นขั้นเป็นตอน

เวลานี้ ไอทีแม่บ้าน พัฒนามาอย่างไรคะ ?

ตอนแรกเราก็สอนแบบไม่คาดหวังว่าจะเติบโตได้ขนาดไหน แต่คนมาเรียนเยอะขึ้นเรื่อย ๆ เจสอนแค่ 3 เดือนก็ได้ออกทีวี รายการข่าวคู่ข่าวคู่ซี้มาขอสัมภาษณ์ จากนั้นก็รายการ คัมภีร์วิถีรวย และก็อีกหลายหลายการ รวมทั้งนิตยสารดัง ๆ หลายฉบับ ซึ่งก็สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเรียนมากขึ้น เจจึงต้องพัฒนาหลักสูตร แยกออกเป็นระบบ หลักสูตรก็พัฒนาแล้วพัฒนาอีก คืออัพเดทแบบ Real Time และที่เจดีใจมากที่สุด คือ ได้ร่วมงานกับโครงการรัฐบาล หลายโครงการ และเป็นวิทยากรรับเชิญให้กับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ถือว่ามาไกลมากสำหรับแม่บ้านธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่ไม่มีความรู้ด้านคอม ไม่เก่งคอม แต่สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า แม่บ้านก็ทำได้และก็ทำได้ดีด้วย เจจึงอยากแบ่งบันความรู้นี้ให้กับคนที่สนใจ เจมั่นใจว่าระบบต่าง ๆ จะช่วยลดต้นทุนให้กับทุกคนที่ได้เรียนได้เป็นหลักแสนแน่นอน

ครูเจ ไอทีแม่บ้าน

ปัจจุบัน ลูกศิษย์ของครูเจ เป็นใครบ้าง ?

"ลูกศิษย์ของเจ เป็นลุง ๆ ป้า ๆ อายุ 40-68 ปี ที่เป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ที่ต้องดูแลธุรกิจด้วยตัวเอง ต้องการนำธุรกิจเข้าสู่โลกออนไลน์ ลุง ๆ ป้า ๆ บางคนรวยมาก รอลูก ๆ ไม่ไหว ลูกไม่สนใจมาช่วย บางคนลูกก็ยังเรียนอยู่ บางคนส่งเด็ก ส่งเลขามาเรียน พอเรียนแล้วเก่งแล้วก็ออกหมด บางคนคิดว่ารวยไม่ทำเอง ก็ได้จ้างบริษัททำได้ก็โดนบริษัทหลอก ทำเว็บเดียวเป็นแสนก็มี ป้า ๆ ลุง ๆ ที่มีเงินแต่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับคอม ใช้คอมไม่คล่อง แต่อยากทำรูปภาพโฆษณาสินค้าเอง อยากตัดต่อวีดีโอเอง อยากทำเว็บเอง อยากเป็นเพจแอดมินเอง อยากดูแลเพจเอง อยากทำธุรกิจออนไลน์ด้วยตัวเอง 100% ก็มาให้เราสอนให้ ที่สำคัญหลักสูตรเราพัฒนามาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และสอนละเอียด ไอทีแม่บ้าน เปิดมาปีที่  6 เรามีกลุ่มนักเรียนเก่าที่แนะนำกันมาเรื่อย ๆ ปากต่อปาก ที่เหลือค้นหาเราเจอจากหน้ากูเกิลค่ะ"

ครูเจ มีหลักสูตรหลายหลักสูตร ต้องเรียนทั้งหมดหรือเปล่าคะ ?

"เจคิดว่ามันคือความรู้ที่จำเป็นและต้องใช้ ทุกระบบทุกแพลตฟอร์มก็ทำงานต่างกัน มีส่วนดีส่วนเด่นต่างกัน ลูกค้าก็คนละกลุ่ม มันเหมือนกับว่า เราจะเปิดร้านเสริมสวยในห้างเอ็มโพเรียม แต่ไม่ได้เรียนเสริมสวย ไม่ได้จบด้านนี้มา แน่นอนถ้าอยากเปิดก็ต้องเสียเงินจ้างช่างเก่ง ๆ ที่มีชื่อเสียงมาอยู่ร้านเรา ซึ่งต้นทุนของเราก็จะหมดไปกับค่าจ้าง นี่คือคำตอบที่ว่าทำไมเจ้าของกิจการต้องเรียนรู้ระบบด้วยตัวเอง 100 % ส่วนทำไมต้องเรียนรู้ทุกระบบ ง่าย ๆ ลองคิดดูนะคะ ก็เหมือนเสริมสวย ถ้าเราอยากเป็นช่างที่เก่งและเปิดร้านของเราเองได้ ก็ควรเริ่มเรียนอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ สระไดร์ ถักเปีย เกล้าผม ตัด ดัด ซอย ทำสี แต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้ารับปริญญา คือถ้าเราเรียนรู้ได้ทั้งหมดเราก็จะเป็นช่างที่เก่งขึ้น สามารถเปิดร้านทำอาชีพ เปิดร้านเสริมสวยได้ มีอาชีพเลี้ยงดูเองได้และถ้าใครเก่งมากก็จะพัฒนางานของตัวเองในระดับโปรได้ ก็คงเหมือนอาจารย์เสริมสวย ถ้ายิ่งเก่งยิ่งมือโปร ค่าทำผมค่าแต่งหน้าแต่ละครั้งก็จะแพงตามความสามารถ สำหรับเจทุกวันนี้ก็ยังเรียนด้วยตัวเองอยู่ เพราะเจเชื่อว่ายิ่งทำได้เรายิ่งมีทางเดินเยอะกว่าคนทั่วไป เหมือนช่างแต่งหน้า ทำผม ยิ่งเก่งค่าตัว ยิ่งแพง เป็นที่ต้องการของลูกค้าและตลาด"

https://www.ไอทีแม่บ้าน.com/

รับรางวัลครูแห่งแผ่นดินปี 2559 และ รางวัลครูดีเด่นปี 2560


ช่วงนี้ ไวรัส โควิด-19 กำลังแพร่ระบาด ส่งผลให้สถาบันต้องปิด เช่นเดียวกับกิจการอื่น ๆ ครูเจ ทำอย่างไรบ้างคะ

"ไอทีแม่บ้าน ถนัดคอร์สสอนสดแบบจับมือทำค่ะ เพราะเราเชื่ออยู่ตลอดเวลาว่าคอร์สเรียนสดแบบจับมือทำ ย่อมมีประสิทธิภาพกว่าการเรียนออนไลน์เพราะได้เรียนและทำไปด้วยกันในคลาส ทำไม่ได้ช่วงไหนสงสัยอะไรติดขัดอะไรก็ถามครู และแก้ไขปัญหาไปด้วยกันได้ทันที ซึ่งการเรียนออนไลน์จะทำไม่ได้เพราะว่าบางทีเราไปเจอคอร์สที่เนื้อหาไม่อัพเดทข้อมูลแล้ว ปุ่ม หรือเมนูต่างๆ หน้าจออาจไม่เหมือนกัน อย่างบางหลักสูตร เช่น การทำเว็บไซต์ด้วยตัวเอง ถ้าคนเรียนไม่มีพื้นฐานด้านคอมเลย โอกาสที่จะเรียนออนไลน์แล้วทำตามได้ ถือว่า ยากมาก ๆ ค่ะ

แต่ว่าช่วง โควิด-19 ครูเจ เปิดสอนคอร์สสดไม่ได้ ก็เลยต้องทำคอร์สออนไลน์ ตอนนี้ก็ทำคอร์สเรียนฟรีเป็นกลุ่มในเฟซบุ๊กซึ่งเปิดให้ทุกคนไปเรียนได้ เนื้อหาก็เป็นการสอนใช้คอมเบื้องต้น สอนใช้คีย์ลัด Short Cut ต่าง ๆ เพราะว่า เป็นพื้นฐานหลักของคนที่อยากเก่งคอม ไม่มีพื้นฐานด้านคอมใช้คอมไม่เป็น เจทำคลิปทีละคลิป สอนการใช้ปุ่มและเมนูต่าง ๆ สอนความรู้พื้นฐานการใช้คอมเบื้องต้นที่จำเป็นต่าง ๆ ที่ต้องรู้ หากใครได้เรียนก็จะใช้คอมเป็น และเก่ง ซึ่งเราจะนำความรู้ต่าง ๆ นี้ไปต่อยอดเรียนในคลาสที่สูงขึ้นได้ง่าย เหมือนกับว่าเราจะเปิดร้านเสริมสวย แต่เราไม่เรียนสระไดร์มาก่อน แต่จะไปทำสีไปดัดผมเลย แน่นอนโอกาสที่จะทำได้แทบไม่มีเลย เจตั้งใจทำคลิปขึ้นมา เพื่อสอนเทคนิค เคล็ดลับต่าง ๆ เพื่อแบ่งบันความรู้ที่มีประโยชน์ ใครสนใจกดเข้าร่วมได้ ยินดีต้อนรับค่ะ"

ครูเจ ไอทีแม่บ้าน ผู้ที่จะเรียน สามารถเลือกเรียนหลักสูตรที่ต้องการได้เลยหรือเปล่าคะ ?

"ขอแนะนำว่า ให้เราคิดว่าเราอยากเปิดเสริมสวยของตัวเองที่บ้าน เพราะฉะนั้นควรเริ่มเรียนตั้งแต่เบื้องต้น จนขั้นมืออาชีพ คอร์สของไอทีแม่บ้าน แต่ละคอร์สจะเป็นระบบที่แตกต่างกัน เราแยกระบบเพราะว่า ต้องการสอนการใช้งานแต่ละระบบอย่างละเอียด ขนาดแต่ละระบบมีการทำงานที่ซับซ้อนมาก ยิ่งเราเรียนละเอียดมากเท่าไร เรายิ่งนำประโยชน์ไปใช้ได้สูงสุด ทุกวันนี้เจยังดีใจเสมอ ที่มีโอกาสได้เรียนรู้ระบบใหม่ๆ ได้เห็นระบบพัฒนาไปไกล และก็จะตื่นเต้นมากที่ได้นำระบบที่ต่างชาติพัฒนา มาต่อยอดธุรกิจของตัวเองได้ ซึ่งหากใครได้เรียนรู้และได้ใช้งานแล้ว ก็จะสามารถนำพาให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนได้แน่นอน"

ครูเจ ไอทีแม่บ้านท้ายนี้ ครูเจ อยากจะฝากอะไรไว้สำหรับเพื่อน ๆ ที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้บ้างคะ ?

"การศึกษาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นมากสำหรับผู้ประกอบการไทยค่ะ ยิ่งเป็นการศึกษาที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจได้ สามารถนำไปสร้างธุรกิจออนไลน์ได้ เจก็อยากจะฝากผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรือ โอท็อป ให้เราเริ่มต้นที่จะเรียนรู้ระบบโฆษณาออนไลน์ด้วยตัวเอง ให้เราสามารถสร้างสื่อโฆษณาสินค้าของเราให้คนรู้จักและขายได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องเสียเงินจ้างบริษัทราคาแพง ไม่ต้องเสียเงินซื้อโฆษณาราคาแพงเกินความจำเป็น

เจมั่นใจว่าระบบจะช่วยลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล นั่นไม่ใช่เพราะเจพัฒนาระบบเอง แต่ว่าบริษัทเขาพัฒนาระบบมา เช่น เฟซบุ๊ก กูเกิล ยูทูป ไลน์ อินสตาแกรม เวิร์ดเพรส แคนวา และอีกมากมาย ซึ่งถ้าเราฉลาดพอทีจะนำระบบมาใช้แบบฟรี ๆ หรือว่า หากจ่ายเงินก็จ่ายเงินให้น้อยที่สุดได้ ธุรกิจของเราก็จะเหลือแต่กำไร ธุรกิจเจริญเติบโตอย่างแน่นอน แพลตฟอร์มพวกนี้ เป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่เจใช้แต่ต่างชาติใช้กันทั่วโลก บอกเลยว่า ทำธุรกิจสมัยนี้ มีเงิน มีทุนอย่างเดียวไม่พอแล้ว ต้องมีหัวสมอง ต้อง smart ต้องมีความคิด ต้องมีการวางระบบ System ที่ซับซ้อนพอ ถึงจะรอด เพราะว่าระบบที่ดีจะช่วยเราลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล

ยิ่งตอนนี้เรามีปัญหากับ โควิด-19 เราถูกแนะนำให้ทำงานจากที่บ้าน  working from home ซึ่งการที่จะ WFH ได้สิ่งที่ต้องใช้มากที่สุดคือความรู้ที่จะใช้คอมให้เป็น ซึ่งถ้าคนที่ได้เรียนด้านนี้มาก็ไม่เป็นไร แต่เจหลับตาเห็นผู้ประกอบการรุ่นลุง รุ่นป้าอยู่ ซึ่งกลุ่มนี้เป็นกำลังสำคัญที่เราต้องไปดูแล เจก็เป็นแค่แม่บ้านธรรมดา ๆ คนหนึ่ง เจทำได้แค่ใช้ความรู้ของเจพัฒนาหลักสูตรอบรม ที่น่าจะตอบโจทย์ ผู้ประกอบการ รุ่น คุณลุง คุณป้า หรือบรรดาเจ้ๆ แค่นี้เจก็ดีใจแล้วค่ะ"

ครูเจ ไอทีแม่บ้านไวรัส โควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด และเพื่อความปลอดภัย ไม่ให้เราเป็นคนหนึ่งที่ติดเชื้อ และอาจนำเชื้อนั้นไปติดผู้คนต่อ เราจึงต้องอยู่บ้าน และอยากหนุนใจสำหรับทุกท่านที่ต้องการหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโลกออนไลน์ มาศึกษากับ ครูเจ ได้เลย หรือลองเรียนรู้จากเว็ปไซด์ที่ ครูเจ สร้างไว้ได้เช่นกัน

หรือติดตามกลุ่มในเฟซบุ๊ก

มือใหม่ไม่เก่งคอม เรียนฟรีจ้า

และ ติดต่อได้ที่ไลน์ Line:@itmaeban

ก่อนจากกันในวันนี้ ครูเจ ฝากบอกว่า ไวรัส โควิด-19 จากพวกเราไปเมื่อไหร่ “สถาบันสอนการตลาดออนไลน์ ไอทีแม่บ้าน” จะกลับมาเปิดสอนตามปกติอีกครั้ง และแค่แจ้งว่า ได้อ่านเรื่องราวของ ครูเจ จาก TrueID In-Trend ก็จะได้รับส่วนลด 20% สำหรับคอร์สที่ ครูเจ เปิดสอนตลอดปี 2563 นี้


** มาร่วมสนุกกันค่ะ **

  • - นอกจากรับส่วนลด 20 % จากคอร์สที่ ครูเจ สอนแล้ว
  • - พิเศษสำหรับเพื่อน ๆ ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าปัจจุบันตลาดออนไลน์สำคัญกับคุณแค่ไหน 

3 ท่าน (แจ้ง email ไว้ด้วยนะคะ) ที่มีเหตุผลที่น่าประทับใจ และเป็นประโยชน์กับผู้อ่านมากที่สุด 

เรามีรางวัล เป็นโค้ดส่วนลดซื้อของใน Wemall มูลค่า 200 บาท แจกให้ท่านละ 1 รางวัล

  • - โค้ดนี้หมดอายุ วันที่ 31 ธันวาคม 2563
  • - สามารถใช้ลดได้ทุกอย่าง, ไม่มีการทอน
  • - ร่วมสนุกได้วันนี้ - วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 12.00 น.
  • - ประกาศผลรางวัลที่นี่ และใน email ที่ท่านแจ้งไว้ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 18.00 น.

หมายเหตุพิเศษจ้า

  • 1) ในการคัดเลือกผู้ชนะเป็นสิทธิ์ของเจ้าของบทความเท่านั้น TrueID In-Trend ไม่มีส่วนในการคัดเลือกผู้ชนะ
  • 2) ทีมงาน TrueID In-Trend เป็นผู้แจกของรางวัลดังกล่าวไปยังผู้ที่ได้รับรางวัล ภายใน 7 วันทำการ.

 

.. มาร่วมสนุกกันนะทุกคน .. 

ขอบคุณภาพประกอบจาก :: ครูเจ ไอทีแม่บ้าน

ความคิดเห็น

Advertisement

Advertisement

Advertisement

บทความล่าสุด