คัดลอกลิงค์

ความรู้

Kakeibo เทคนิครัดเข็มขัดประหยัดเงินแบบญี่ปุ่น

109
Naomi
Naomi
|2 min read
อ่านบทความอื่นจาก Naomi
แจ้งตรวจสอบ
Kakeibo เทคนิครัดเข็มขัดประหยัดเงินแบบญี่ปุ่น

บทความนี้เล่าประสบการณ์ตรงที่เคยนำวิธีของชาวญี่ปุ่นมาออมเงินกับตัวเองค่ะ

ต้องขอออกตัวว่าเราเป็นคนที่ประหยัดมากถึงมากที่สุดเป็นทุนเดิม แน่นอนว่าบัญชีรายรับรายจ่างนี่มาเป็นเล่ม ๆ แถมยังพิมพ์ลง Excel เก็บไว้อีกที่สำรอง เผื่อทำสมุดหาย (หนักค่ะ ยอมรับ)

แต่ถึงจะประหยัดยังไงเราก็คิดว่าเราเก็บเงินได้น้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้อยู่ดี

เลยตั้งคำถามกับตัวเองว่า

  • เราใช้จ่ายใน หมวดอะไร เยอะไปเป็นพิเศษรึเปล่า
  • ทำไม เราถึงยังคิดว่ามันไม่พอนะ

นี่ก็คือจุดเริ่มต้นที่เราเริ่มหาวิธีตามโลกออนไลน์บ้างแถมยังเข้าร้านหนังสือเพื่อหาไอเดียเก็บตังค์ แล้วเราก็เจอกับ ‘Kakeibo’ วิธีโบราณที่ไม่โบราณของชาวญี่ปุ่นเพื่อการออมเงิน


ความเจ๋งของวิธี Kakeibo นี้คือไม่ต้องใช้เทคโนโลยี ต้องการแค่สมุด ดินสอ ปากกาเท่านั้น ด้านล่างตัวอย่างรูปสมุดของเราเอง

Advertisement

Advertisement

Kakeibo ต้องการสมุดสองเล่ม เล่มเล็ก ๆ เอาไว้จด real time หลังจากจ่ายเงินเลยว่าเราพึ่งใช้เงินเพื่ออะไรไป และอีกเล่มใหญ่หน่อย เอาไว้สรุปทุกสัปดาห์ สองสัปดาห์ หรือทุกเดือนแล้วแต่เพื่อน ๆ เลย เพราะบางคนอาจจะเงินเข้ารายสัปดาห์ รายครึ่งเดือนค่ะ

Book_01


Kakeibo แบ่งหัวข้อในการจดเป็น 4 หมวดใหญ่ ๆ (ในสองสมุดสองเล่มเลยนะ)

  1. สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต
  2. เพื่อการเข้าสังคม
  3. อื่น ๆ ที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องมีในการดำรงชีวิต (แต่ซื้อมาอยู่ดี)
  4. อื่น ๆ สำหรับโอกาสพิเศษเช่น วันเกิดเพื่อน รถเสีย ซ่อมบ้าน (ต่างจากข้อที่กล่าวมาเพราะ "อื่น ๆ" ข้อนี้จะมาโดยคุณไม่ได้คาดไว้ก่อน)

chart

Book_02


ตอนสรุป (สิ้นเดือน สิ้นอาทิตย์ กลางเดือน แล้วแต่เลยค่ะ) Kakeibo ให้ตอบคำถามตัวเอง 4 ข้อ

  1. รายได้ เงินที่เรา มี
  2. เราต้องการ เก็บเงิน มากเท่าไหร่
  3. จริง ๆ แล้วเรา ใช้เงิน ไปมากเท่าไหร่

Advertisement

Advertisement

  • เราจะ ปรับปรุง การใช้เงินในรอบถัดไปได้อย่างไรบ้าง
  • ข้อดี

    การตอบคำถามเหล่านี้นอกจากจะทำให้เราเห็นภาพสรุปการใช้เงินที่ผ่านมาแล้วยังช่วยให้เราวางแผนการเงินเดือนถัดไปด้วยค่ะ

    search example


    คำแนะนำจากเราเอง

    • ถ้าร่างตารางไม่ถูก แนะนำ search "printable kakeibo" ค่ะ
    • ถ้าเรารู้ว่าสิ่งที่จะซื้อ หรือเอาเงินไปแลกมานั้นไม่ได้จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่นรองเท้าคู่ใหม่ หูฟังใหม่ หรือของลดถล่มราคา ลองใช้ 24 hours rule ค่ะ ของมันไม่ไปไหนหรอก เดินออกมาจากตรงนั้นก่อน กลับบ้านนอนคิดซักคืน ถ้าตื่นมาแล้วคิดว่าเรายังต้องการมันอยู่ ก็จัดเลยคะ

     

    • ลองใช้เงินสดดู เป็นจิตวิทยานิด ๆ ค่ะเพราะเราจะรู้สึกเสียดายอะไรที่จับต้องได้ (เงินสด) มากกว่าอะไรมองไม่เห็น เช่นการรูดบัตรค่ะ
    • รู้สาเหตุของการใช้จ่ายสิ้นเปลืองแล้วไม่ทำตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ไม่ควรไป supermarket ตอนหิว

    Advertisement

    Advertisement

     


    แถม

    ตอนนี้กลับไปตอบคำถามตัวเองได้แล้วหลังจากทดลองใช้วิธี kakeibo ของญี่ปุ่นมาครึ่งปี...

    Q: เราใช้จ่าหมดอะไรเยอะเป็นพิเศษรึเปล่า

    A: เพื่อการเข้าสังคมค่ะ (ซองมาเยอะเหลือเกิน)

     

    Q: ทำไมเราถึงยังคิดว่ามันไม่พอนะ

    A: เราไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าเก็บเงินไปเพื่ออะไร เราเลยคิดว่ามันเยอะไม่พอซักที เอาไว้เป็น case study ได้ค่ะ อย่าลืมเลย เก็บเงินไปทำไม


    ทิ้งท้าย

    บทความนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ทำได้ง่าย ๆ แค่สมุด ดินสอที่เพื่อน ๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการวางแผนทางการเงินค่ะ


    ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก

    www.cnbc.com/2020/01/08/how-this-japanese-method-of-saving-money-changed-my-lifeand-made-me-richer.html

    www.youtube.com/watch?v=Re4sv-vIGIY

    Photo Credit : Naomi editor

    ความคิดเห็น

    Advertisement

    Advertisement

    Advertisement

    บทความล่าสุด